อัพยยศัพท์

สารบัญ
ความหมาย

 

อัพยยศัพท์ (indeclinable) คือ ศัพท์ที่ไม่ได้แจกด้วยวิภัตติทั้ง 7 อย่างนามศัพท์ คงรูปอยู่อย่างเดียว   แบ่งเป็น 3 คือ

  1. อุปสัค (prefix)  (เติมหน้าคำ)
  2. นิบาต (particle)
  3. ปัจจัย (suffix)  (เติมท้ายคำ)

 

อุปสัค

อุปสัค ใช้นำหน้านามนาม คุณนาม และกิริยา ให้พิเศษขึ้น  

  • เมื่อนำหน้านาม  อุปสัคนั้นมีอาการคล้ายคุณนาม
  • เมื่อนำหน้ากิริยา  อุปสัคนั้นมีอาการคล้ายกิริยาวิเสสนะ

ขยายนามนาม  เช่น  อติปณฺฑิโต เป็นบัณฑิตยิ่ง    อธิสกฺกาโร สักการะยิ่ง

ขยายคุณนาม  เช่น อติสุนฺทโร  ดียิ่ง   สุคนฺโธ  มีกลิ่นดี (หอม)   ทุคฺคนฺโธ  มีกลิ่นชั่ว (เหม็น)

ขยายกิริยา  เช่น  อติกฺกมติ  ย่อมก้าวล่วง   อธิเสติ  ย่อมนอนทับ  อปคโต  ไปปราศแล้ว

 

อุปสัคมี 20 ตัว คือ

อติยิ่ง; เกิน, ล่วงอุปเข้าไป, ใกล้; มั่น
อธิยิ่ง, ใหญ่; ทับนิเข้า, ลง
อภิยิ่ง, ใหญ่; เฉพาะ; ข้างหน้านิไม่มี, ออก
อนุน้อย; ภายหลัง, ตามทั่ว, ข้างหน้า, ก่อน; ออก
อปปราศ, หลีกปฏิเฉพาะ; ตอบ, ทวน, กลับ
อปิ ปิใกล้, บนปริรอบ
อุขึ้น, นอกวิวิเศษ, แจ้ง, ต่าง
อว โอลงสํพร้อม, กับ, ดี
ปรากลับความสุดี, งาม; ง่าย
อาทั่ว, ยิ่ง; กลับความทุชั่ว, ยาก

 

เมื่อประกอบอุปสัคหน้าธาตุ หน้าศัพท์ ทำให้ความหมายของธาตุนั้น ศัพท์นั้เน เปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนไป คือ

  1. ไม่เปลี่ยนความหมายของธาตุ ความหมายคงเดิม เช่น
สิจ ธาตุ ‘รด, ราด’ ลง อา อุปสัคเป็น อาสิญฺจติ แปลว่า ‘รด, ราด’
มส ธาตุ ‘จับ, ต้อง’ลง อา อุปสัคเป็น อามสติ แปลว่า ‘จับ, ต้อง’
  1. เปลี่ยนความหมายของธาตุไป จนไม่เหลือเค้าความหมายเดิม  เช่น
ภู ธาตุ ‘มี เป็น’ ลง อนุ อุปสัคเป็น อนุโภติ แปลว่า ‘เสวย’
ภู ธาตุ ‘มี เป็น’ลง อภิ อุปสัคเป็น อภิภวติ แปลว่า ‘ครอบงำ’
หร ธาตุ ‘นำไป’ลง อุปสัคเป็น ปหรติ แปลว่า ‘ประหาร, ทุบ, ตี’
จิ ธาตุ ‘สั่งสม’ ลง นิ โอ อุปสัคเป็น วินิจฺฉยติ โอจินาติแปลว่า ‘ตัดสิน’
  1. เปลี่ยนความหมายของธาตุไป มากบ้าง น้อยบ้าง  
    หรือกลับความหมายให้เป็นตรงกันข้าม แต่ก็ยังเห็นเค้าความหมายเดิมของธาตุนั้นได้อยู่   เช่น
คห ธาตุ ‘รับ จับ’ลง ปฏิ อุปสัคเป็น ปฏิคฺคณฺหาติ แปลว่า ‘รับเฉพาะ, รับประเคน’
หุ ธาตุ ‘มี เป็น’ลง อุปสัคเป็น ปโหติ แปลว่า ‘มีทั่ว, เพียงพอ’
คม ธาตุ ‘ไป’ลง อา อุปสัคเป็น อาคจฺฉติ แปลว่า ‘มา’
ชิ ธาตุ ‘ชนะ’ลง ปรา อุปสัคเป็น ปราชยติแปลว่า ‘แพ้’
กม ธาตุ ‘ก้าวไป’ลง ปฏิ อุปสัคเป็น ปฏิกฺกมติแปลว่า ‘ก้าวกลับ

 

การใช้ นิ อุปสัค

นิ  มีอยู่ 2 ศัพท์ คือ  
   นิ  ที่แปลว่า  เข้า,  ลง  
   นิ  ที่แปลว่า  ไม่มี,  ออก

นิ ที่แปลว่า เข้าลง    ลงไปแล้วไม่ต้องเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมอะไร  เช่น

นิวาโสความเข้าอยู่ (นิ-วาส-ณ)
นิมุคฺโคดำลงแล้ว (นิ-มุชฺช-ณ)
นิคจฺฉติย่อมเข้าถึง (นิ-คม)
นิกุชฺชติย่อมก้มลง, งอลง (นิ-กุชฺช)
นิทหติย่อมตั้งลง, ฝัง, เก็บ (นิ-ธา>ทห)

นิ ที่แปลว่า ไม่มี, ออก  ลงไปแล้ว  มักซ้อนตัว หรือ ลง รฺ อาคม   เช่น

นิรนฺตราโยไม่มีอันตราย  (นิ-อนฺตราโย)
นิพฺภโยไม่มีภัย  (นิ-ภโย)
นิกฺขนฺโตก้าวออกแล้ว  (นิ-ขนฺโต)
นิกฺกฑฺฒติย่อมคร่าออก (นิ-กฑฺฒติ)

ถ้าอยู่หน้า ร หรือ ห   ไม่ซ้อนตัวหรือลง รฺ อาคม  แต่ให้ทีฆะ อิ เป็น อี   เช่น

นีหรณํการนำออก
นีรโสไม่มีรส
นีโรโคไม่มีโรค

 

ตัวอย่างศัพท์ที่ลงอุปสัค

อติ ยิ่ง เกิน ล่วง
 อติสุนฺทโร ดียิ่ง, ดีเกินอติกฺกมติ ย่อมก้าวล่วง. 
อธิ ยิ่ง ใหญ่ ทับ
 อธิสกฺกาโร สักการะยิ่งอธิปติ นายใหญ่อธิเสติ นอนทับ.
อภิ ยิ่ง ใหญ่ เฉพาะ ข้างหน้า
 อภิปฺปสนฺโน เลื่อมใสยิ่งอภิภู ผู้เป็นใหญ่อภิชฺฌา ความเพ่งเฉพาะ, โลภ
 อภิกฺกโม ความก้าวไปข้างหน้า.  
อนุ น้อย ภายหลัง ตาม
 อนุนายโก นายกน้อยอนุโช ผู้เกิดในภายหลัง, น้องอนุคจฺฉติ ไปตาม.
อป ปราศ หลีก
 อปเนติ นำปราศอปคจฺฉติ หลีกไป. 
อปิ ปิ ใกล้ บน
 อปิกจฺโฉ ใกล้รักแร้อปิกณฺโณ ใกล้หูปิทหติ วางข้างบน, ปิด
 อปิธานํ เครื่องวางข้างบน, ฝาปิด  

*  อปิ หรือ ปิ ศัพท์นี้ ไม่มีที่ใช้ในภาษามคธนัก เห็นมีแต่คำว่า อปิธานํ และ ปิทหติ เท่านั้น  
ถึงศัพท์ว่า อปิกจฺโฉ อปิกณฺโณ ก็ไม่ใช่ภาษามคธแท้ แปลงเอามาแต่ภาษาสันสกฤต เพื่อเป็นอุทาหรณ์ที่แปลว่า ใกล้ เท่านั้น,  
ในดิกชันนารีสันสกฤตว่า ในสันสกฤต ภายหลังเขาประกอบ อภิ ใช้แทนในที่ของ อปิ โดยมาก.

อุ ขึ้น นอก
 อุคฺคจฺฉติ ขึ้นไปอุปฺปโถ นอกทาง. 
อว โอ ลง
 อวํสิโร มีหัวลงโอตรติ หยั่งลง. 
ปรา กลับความ
 ปราชโย ความแพ้ (ชโย ความชนะ)ปราภโว ความฉิบหาย (ภโว ความเจริญ)
อา ทั่ว ยิ่ง กลับความ
 อาปูรติ เต็มทั่วอาภาติ สว่างยิ่ง 
 อาคจฺฉติ มา (คจฺฉติ ไป)อาเนติ นำมา (เนติ นำไป) 
อุป เข้าไป ใกล้ มั่น
 อุปจินาติ เข้าไปสั่งสมอุปคจฺฉติ ไปใกล้อุปาทิยติ ถือมั่น.
นิ เข้า ลง
 นิคจฺฉติ เข้าถึงนิกุชฺฌติ งอเข้านิขนติ ขุดลง
 นิทหติ ตั้งลง, ฝัง.  
นิ ไม่มี ออก
 นิรนฺตราโย ไม่มีอันตรายนิกฺกฑฺฒติ ฉุดออก. 
ทั่ว ข้างหน้า ก่อน ออก
 ชานาติ รู้ทั่วาเชติ (ขับ)ไปข้างหน้าภวติ เกิดก่อน, มีก่อน
 คฺฆรติ ไหลออก  
ปฏิ เฉพาะ ตอบ ทวน กลับ
 ปติฏฺฐาติ ตั้งเฉพาะปฏิวจนํ คำตอบปฏิโสตํ ทวนกระแส
 ปจฺจาคจฺฉติ กลับมา.  
ปริ รอบ
 ปริญฺญา ความรอบรู้ปริพฺภมติ หมุนรอบ 
วิ วิเศษ แจ้ง ต่าง
 วิชานาติ รู้แจ้ง รู้วิเศษวิวิโธ มีอย่างต่างๆวิวรติ เปิด (สํวรติ ปิด, กั้น)
สํ พร้อม กับ ดี
 สญฺจรติ เที่ยวไปพร้อม, เที่ยวไปกับสญฺฉวี มีผิวดี 
สุ ดี งาม ง่าย
 สุนกฺขตฺตํ ฤกษ์ดีสุเนตฺโต คนมีตางามสุกรํ ทำง่าย
ทุ ชั่ว ยาก
 ทุคฺคนฺโธ กลิ่นชั่วทุกฺกรํ ทำยาก 

 

นิบาต

นิบาต ใช้ลงในระหว่างนามศัพท์บ้าง กิริยาศัพท์บ้าง  เพื่อบอก

  • อาลปนะ  (ภนฺเต)
  • กาล  (หิยฺโย)
  • ที่  (อนฺโต)
  • ปริจเฉท  (ยาว)
  • อุปไมย  (วิย)
  • ปการ  (ยถา)
  • ปฏิเสธ  (โน)
  • ความได้ยินเล่าลือ  (กิร)
  • ความปริกัป  (สเจ)
  • ความถาม  (กึ)
  • ความรับ  (อาม)
  • ความเตือน  (หนฺท)  เป็นต้น  รวมทั้ง
  • นิบาตสำหรับผูกศัพท์และประโยค  (หิ เพราะว่า)
  • นิบาตสักว่าเป็นเครื่องทำบทให้เต็ม (วต หนอ)
  • นิบาตมีเนื้อความต่างๆ (ปุน อีก  สยํ เอง)

นิบาตบอกอาลปนะ

ยคฺเฆขอเดชะ
ภนฺเต ภทนฺเตข้าแต่ท่านผู้เจริญ (ผู้น้อยพูดกับผู้ใหญ่)
ภเณพนาย (คนผู้ดีเรียกคนใช้)
อมฺโภ    แน่ะผู้เจริญ (ใช้เรียกชายด้วยวาจาสุภาพ)
อาวุโสดูก่อนผู้มีอายุ (พระพรรษาแก่ เรียกพระพรรษาอ่อน, พระเรียกคฤหัสถ์)
เร อเร;  เหเว้ย, โว้ย;  เฮ้ย.  (ใช้เรียกคนเลวทราม)
เชแม่  (ใช้เรียกสาวใช้)

นิบาตบอกกาล

ทิวา(ในเวลากลาง)วันปาโตในเวลาเช้า
หิยฺโย หีโย1ในวันวาน, เมื่อวานสายํในเวลาเย็น
ปรหิยฺโย ปเรในวันซืน, เมื่อวานซืนอถ อโถครั้งนั้น, ลำดับนั้น
เสฺว สุเว2ในวันพรุ่งอภิกฺขณํเนืองๆ
ปรเสฺว ปรสุเวในวันมะรืนสมฺปติบัดเดี๋ยวนี้
‘สุเว สุเว’2ในวัน(หนึ่ง)ๆ (=ทุกวัน)อายตึต่อไป
เทวสิกํทุกวัน  

1  หิยฺโย/หีโย ออกเสียงเหมือนกันว่า ฮี-โย (hīyo)

2  สุเว คำเดียว หมายถึง ในวันพรุ่ง(นี้)  เช่น โก ชญฺญา มรณํ สุเว. ใครพึงรู้ความตายในวันพรุ่ง  
สุเว สุเว คู่กัน แปลว่า ในวัน(หนึ่ง)ๆ หมายถึงทุกวัน =เทวสิกํ  เช่น  
กาฬปกฺเข ยถา จนฺโท  หายเตว สุเว สุเว ในกาฬปักษ์  พระจันทร์ย่อมเสื่อมลงทุกวันๆ ฉันใด

 

นิบาตบอกที่

อุทฺธํ อุปริเบื้องบนโอรํฝั่งใน
อโธเบื้องต่ำปารํฝั่งนอก
เหฏฺฐาภายใต้หุรํโลกอื่น
อนฺโต อพฺภนฺตรํ อชฺฌตฺตํภายในสมฺมุขาต่อหน้า
ติโร พหิ พหิทฺธา พาหิรา-รํ1ภายนอกปรมฺมุขาลับหลัง
อนฺตรา-เรระหว่างรโหที่ลับ

1  พหิรา ใน ธอ ไม่พบ,  ใน ไตร. พบ 1 แห่ง

 

นิบาตบอกปริจเฉท

กีวเพียงไร สมนฺตา1โดยรอบ
ยาวเพียงใดตาวเพียงนั้น
ยาวเทวเพียงใดนั่นเทียวตาวเทวเพียงนั้นนั่นเทียว
ยาวตามีประมาณเพียงใดตาวตามีประมาณเพียงนั้น
กิตฺตาวตา2มีประมาณเท่าไรเอตฺตาวตามีประมาณเท่านั้น

*  คำที่มีพื้นหลังสีเทา คือ ใช้เป็นคำถาม

1  สมนฺตา แปลว่า โดยรอบ เช่น สมนฺตา อารกฺขํ คณฺหถ. จงถือเอา ซึ่งการอารักขา โดยรอบ.  
ที่แปลว่า รอบคอบ เป็นภาษาเก่า เช่น ในบทสวด "มาป้องกันห้อมล้อมรอบคอบทั่ว อนันตา"  
(รอบคอบ คือ โดยรอบ,  อนันตา คือ ไม่มีที่สุด)

2  กิตฺตาวตา แปลว่า มีประมาณเท่าไร  เป็นคำถาม  
ย ใด  และศัพท์ที่เนื่องด้วย ย แปลว่า "-ใด" ไม่ใช้เป็นคำถาม  
กึ -ไร  และศัพท์ที่เนื่องด้วย กึ แปลว่า "-ไร" ใช้เป็นคำถาม

 

นิบาตบอกอุปมาอุปไมย

ยถา เสยฺยถาปิ1(แม้)ฉันใดวิยราวกะ
ตถา เอวํฉันนั้นอิว; ยถา2 (ใช้ในคาถา)เพียงดัง

1  เสยฺยถา มี ปิ ต่อท้ายเสมอ   ใน ไตร. ธอ. เป็น เสยฺยถาปิ เท่านั้น  
ยถา แปลว่า ฉันใด   เสยฺยถาปิ แปลว่า แม้ฉันใด

2  ยถา เช่น  จนฺโท ปณฺณรโส ยถา.

 

นิบาตบอกประการ

ยถาโดยประการใดตถา เอวํโดยประการนั้น
กถํโดยประการไร  

•  ในหนังสืออรรถกถาธรรมบทแปลโดยพยัญชนะที่ใช้กันอยู่  
นิบาตบอกประการ แปลว่า “โดย…”  ไม่ได้แปลว่า "ด้วย…"  
และไม่มีคำว่า "ยถา" ใน "แบบ" ในหัวข้อนิบาตบอกประการ

 

นิบาตบอกปฏิเสธ

น โนไม่อลํพอ(ละ), อย่าเลย
มาอย่าเทียว
วินา อญฺญตฺรเว้นเอวนั่นเทียว

นิบาตบอกความได้ยินคำเล่าลือ

กิร ขลุ สุทํ  ได้ยินว่า

นิบาตบอกปริกัป

เจหากว่า‘อปฺเปว นาม’ชื่อแม้ไฉน
สเจ อถถ้าว่ายนฺนูนกระไรหนอ
ยทิผิว่า  

นิบาตบอกความถาม

กึ1หรือ, ทำไม, อย่างไรกจฺจิ2แลหรือ, บ้างหรือ
นุหนออปิบ้างหรือ
นนุมิใช่หรือกถํอย่างไร
อุทาหุ อาทูหรือว่าเสยฺยถีทํอย่างไรนี้

1  กึ นิบาต  แปลว่า  หรือ, ทำไม, อย่างไร  
กึ สัพพนาม  แปลว่า  ใคร, อะไร, ไหน

2  กจฺจิ แลหรือ (แปลโดยอรรถ: บ้างหรือ, บ้างไหม)  
เพิ่ม อปิ บ้างหรือ (แปลโดยอรรถ: บ้างไหม)  (วาง อปิ ไว้ต้นประโยค)

•  ปิ อปิ ใกล้, บน  อุปสัค  มีใช้เพียง อปิธานํ และ ปิทหติ  
ปิ อปิ แม้, บ้าง   นิบาตสำหรับผูกศัพท์และประโยค เช่น เอวมฺปิ, เวชฺเชนาปิ  
อปิ บ้างหรือ   นิบาตบอกความถาม  วาง อปิ ไว้ต้นประโยค  เช่น  อปิ ภนฺเต กิญฺจิ ลทฺธํ?

 

นิบาตบอกความรับ

อาม อามนฺตา  เออ (ครับ, ค่ะ, จ๊ะ, ใช่ ...)

นิบาตบอกความเตือน

อิงฺฆเชิญเถิดหนฺท ตคฺฆเอาเถิด

นิบาตสำหรับผูกศัพท์และประโยค

ปน ตุก็, ส่วนว่า, แต่ว่าปิ อปิแม้, บ้าง
หิก็, จริงอยู่, เพราะว่าอปิจเออก็, อีกอย่างหนึ่ง
ก็, จริงอยู่, อนึ่ง; ด้วยอถวา อโถอีกอย่างหนึ่ง, อนึ่ง
วาหรือ; บ้าง, ก็ดี, ก็ตาม  

นิบาตสักว่าเป็นเครื่องทำบทให้เต็ม

นุ, วตหนอเว, หเวเว้ย, แลสุสิ
โขแลโวโว้ย, แล  

นิบาตมีเนื้อความต่างๆ

ปุนอีกสห สทฺธึกับ, พร้อม
ปุนปฺปุนํบ่อยๆสยํ สามํเอง
ภิยฺโยยิ่งนูนแน่
ภิยฺโยโสโดยยิ่งอทฺธา อวสฺสํแน่แท้
สกฺกจฺจํโดยเคารพอญฺญทตฺถุโดยแท้
สมฺมาโดยชอบเตนหิถ้าอย่างนั้น
มิจฺฉาผิดมญฺเญเห็นจะ
มุสาเท็จปจฺฉาภายหลัง
อลิกํเท็จ, ไม่จริง, เหลาะแหละปฏฺฐาย ปภูติตั้งแต่, จำเดิม
มุธาเปล่าปุถุมาก, ต่างหาก
อุจฺจํสูงโถกํ อีสกํนิดหน่อย, เล็กน้อย
นีจํต่ำกฺวจิบ้าง
สกึคราวเดียวอาราไกล
สตกฺขตฺตุํร้อยคราวอาวี สจฺฉิแจ้ง
สณิกํค่อยๆ, เบาๆ, ช้าปาตุปรากฏ
ขิปฺปํ, สหสาพลัน, โดยพลันนานาต่างๆ
สีฆํ สีฆสีฆํเร็ว, พลันวิสุํแยก, เฉพาะ, ต่างหาก
ลหุ ลหุํ ลหุโสเร็ว, พลัน, เบากิญฺจาปิแม้ก็จริง, แม้โดยแท้
อจิรํไม่นาน, เร็วตาวก่อน
จิรํ จิรสฺสํนานปฐมํก่อน, ทีแรก, ครั้งแรก
  เอวํ อิติ อิตฺถํอย่างนี้, ด้วยประการฉะนี้
สาธุดีละ, ดังข้าพเจ้าขอโอกาส (ชมเชย, ขอโอกาส)
สาธุ สุฏฺฐุดีแล้ว (อนุโมทนา, พลอยยินดี)
ทุฏฺฐุไม่ดี, น่ารังเกียจ
อโหโอ (น่าอัศจรรย์; สรรเสริญ/ติเตียน; ปรารถนา)
นามชื่อ, ชื่อว่า, ธรรมดา, ธรรมชาติ
อิติเพราะเหตุนั้น, ว่า...ดังนี้, ด้วยประการฉะนี้, ชื่อว่า

 

ปัจจัย

สำหรับลงท้ายนามศัพท์    เป็นเครื่องหมายวิภัตติ  
สำหรับลงท้ายธาตุ    เป็นเครื่องหมายกิริยาและวิภัตติ

ปัจจัยอัพยยศัพท์นี้ มีทั้งหมด 22 ตัว แบ่งเป็น 5 พวก  คือ

ปัจจัย ใช้ลงท้ายเป็นเครื่องหมาย
1.  โต1นามนาม  
สัพพนาม
ตติยาวิภัตติ (ข้าง โดย) -  
ปัญจมีวิภัตติ (จาก แต่ ...)
2.  ตฺร ตฺถ ห ธ ธิ หึ หํ หิญฺจนํ ว9สัพพนามสัตตมีวิภัตติ (ใน)
3.  ทา ทานิ รหิ ธุนา ทาจนํ ชฺช ชฺชุ7สัพพนามสัตตมีวิภัตติ (ใน) ใช้เฉพาะเรื่องกาลเวลา
4.  ตเว ตุํ2ธาตุปฐมาวิภัตติ (การ) -  
จตุตถีวิภัตติ (เพื่อการ)
5.  ตูน ตฺวา ตฺวาน3ธาตุอัพยยกิริยา (แล้ว)

ลงท้ายนามศัพท์

1) โต ปัจจัย ใช้ลงท้ายนามนามและสัพพนาม

  • เป็นเครื่องหมาย ตติยาวิภัตติ  แปลว่า ข้าง โดย
  • เป็นเครื่องหมาย ปัญจมีวิภัตติ  แปลว่า จาก แต่ ...
โตแต่…ใดเอกโต2ข้างเดียว
โตแต่…นั้นอุภโตข้างทั้งสอง
เอตฺโต โต1แต่…นั่น, ข้างนั่นปรโตข้างอื่น, ข้างหน้า
อิโตแต่…นี้, ข้างนี้อปรโตข้างอื่นอีก
อมุโตแต่…โน้นปุรโตข้างหน้า
อญฺญโตแต่…อื่นปจฺฉโตข้างหลัง
อญฺญตรโตแต่…อันใดอันหนึ่งทกฺขิณโตข้างขวา, ข้าง(ทิศ)ใต้
สพฺพโตแต่…ทั้งปวงวามโตข้างซ้าย
กุโตแต่…ไหนอุตฺตรโตข้างซ้าย, ข้าง(ทิศ)เหนือ
กตรโตแต่…อะไรอธรโตข้างล่าง
อิตรโตแต่…นอกนี้  

1  เอโต ไม่พบที่ใช้ ใน ไตร.  
เอตฺโต วา อิโต วา ข้างโน้น (นั่น) หรือ ข้างนี้,    
อิโต จิโต จ ข้างโน้นและข้างนี้ (ข้างนี้และข้างนี้)

2  เอกโต แปลว่า  "โดยความเป็นอันเดียวกัน" (โดยความเป็นหนึ่ง) =เอก(ภาว)โต

•  โต ปัจจัย ลงท้ายนามนาม เช่น  
ตติยา:  วิตฺถารโต โดยพิสดาร,   อสุภโต (ปสฺสโต เห็นอยู่) โดย(ความเป็นของ)ไม่งาม (=อสุภ(ภาว)โต),  
ปัญจมี:  อาทิโต (ปฏฺฐาย จำเดิม) แต่ต้น,   นครโต จากเมือง,   ปุริมปูวโต (มหนฺตตโร ใหญ่กว่า) กว่าขนมอันมีในก่อน,   สิกฺขนโต เพราะการศึกษา

   
2) ตฺร ตฺถ ห ธ ธิ หึ หํ หิญฺจนํ ว ปัจจัย  
ใช้ลงท้ายสัพพนาม  เป็นเครื่องหมาย สัตตมีวิภัตติ  แปลว่า ใน

ตฺรตฺถหึ หํห ธ ธิ หิญฺจนํ ว 
ตฺรตฺถหึ ยหํ ใน…ใด
ตฺรตฺถหึ ตหํ ใน…นั้น
ตฺรตฺถ เอตฺถ อิธ อิใน…นี้
อญฺญตฺรอญฺญตฺถ  ใน…อื่น
ตฺรตฺถกุหึ หํกุหิญฺจนํ กฺใน…ไหน *
 ตฺถจิ  ในที่ไหนๆ, ในที่บางแห่ง
สพฺพตฺรสพฺพตฺถ สพฺพธิใน…ทั้งปวง
เอกตฺรเอกตฺถ  ใน…เดียว
อุภยตฺรอุภยตฺถ  ใน…สอง
อมุตฺร   ใน...โน้น

3) ทา ทานิ รหิ ธุนา ทาจนํ ชฺช ชฺชุ ปัจจัย  
ใช้ลงท้ายสัพพนาม  เป็นเครื่องหมาย สัตตมีวิภัตติ  แปลว่า ใน   ลงในกาลอย่างเดียว

ทาในกาลใด, เมื่อใดธุนาในกาลนี้, เมื่อกี้
ทาในกาลนั้น, เมื่อนั้นกุทาจนํในกาลไหนๆ
เอกทาในกาลหนึ่ง, บางทีชฺชในวันนี้
สพฺพทา ทาในกาลทั้งปวง, ในกาลทุกเมื่อชฺชุในวันมีอยู่, ในวันนี้
ทาในกาลไร, เมื่อไรปรชฺชุในวันอื่น
ทาจิ รหจิในกาลไหนๆ, บางคราวอปรชฺชุในวันอื่นอีก
อิทานิ เอตรหิในกาลนี้, เดี๋ยวนี้  

ลงท้ายธาตุ

1) ตเว ตุํ ปัจจัย ในนามกิตก์ ใช้ลงท้ายธาตุ*

  • เป็นเครื่องหมายปฐมาวิภัตติ แปลว่า อ.อัน, อ.การ
  • เป็นเครื่องหมายจตุตถีวิภัตติ แปลว่า เพื่ออัน, เพื่อการ  
    กาตเว   เพื่อการทำ  
    กาตุํ      เพื่อการทำ, อ.การทำ

2) ตูน ตฺวา ตฺวาน ปัจจัย (กับทั้งปัจจัยที่อาเทศออกจาก ตฺวา) ในกิริยากิตก์  
ใช้ลงท้ายธาตุ เป็นเครื่องหมาย อัพยยกิริยา (คือแจกด้วยวิภัตติไม่ได้)

  • กาตูน ตฺวาตฺวาน     ทำแล้ว

 


เปรียบเทียบบางศัพท์  
อญฺญตฺร (นิบาต)    เว้น, แยก*  
อญฺญตฺร (สัพพนาม)    ใน…อื่น (=อญฺญสฺมึ)  
อญฺญตร (สัพพนาม)    คนใดคนหนึ่ง

*  ในหนังสือพจนานุกรม มคธ-ไทย (พันตรี ป. หลงสมบุญ) เป็น อญฺญตฺร (ต เกินมา 1 ตัว)

 

ยโต = ยสฺมา  
ยตฺร = ยสฺมึ  
ยทา = ยสฺมึ กาเล