กิริยากิตก์

สารบัญ

 

ความหมาย  
กาลในกิริยากิตก์ปัจจัยกิริยากิตก์ 
วิธีลงปัจจัยกิริยากิตก์
กิตปัจจัย 
อนฺต ปัจจัย 
ตฺวนฺตุ ปัจจัย 
ตาวี ปัจจัย
กิจจปัจจัย 
อนีย ปัจจัย 
ตพฺพ ปัจจัย
กิตกิจจปัจจัย 
มาน ปัจจัย 
ต ปัจจัย 
ตูนาทิ ปัจจัย
ปัจจัยกิริยากิตก์นอกแบบ: อาน 
ตัวอย่างการแจกศัพท์ที่ลง อนฺต ปัจจัย ปุงลิงค์  ที่แจกอย่าง ภควนฺตุ: วท กร อส ธาตุ

ชีทประกอบการศึกษา: ผังกิริยากิตก์ • ศัพท์นามกิตก์-กิริยากิตก์ • ผังวาจก กิริยากิตก์ • ทำตัวกิริยาศัพท์ ตามขั้นตอน อย่างง่าย

 

กิตก์ หมายถึง ศัพท์ที่ประกอบด้วยปัจจัยะกอบด้ ซึ่งเป็นเครื่องกำหนดเนื้อความได้ต่างๆ กัน  สำเร็จเป็นนามบ้าง กิริยาบ้าง

กิตก์ที่เป็นนามนาม และ คุณนาม เรียกว่า นามกิตก์   เช่น  ทานํ  การให้   ธมฺมจารี  ผู้ประพฤติซึ่งธรรมโดยปกติ

กิตก์ที่เป็นกิริยา เรียกว่า กิริยากิตก์   เช่น  กโรนฺโต ทำอยู่  กตฺวา ทำแล้ว

* ‘กิตก์’ หมายถึงศัพท์ที่ลงปัจจัยกิตก์ และตัวปัจจัยกิตก์นั้นเองด้วย

 

กิริยากิตก์

กิริยากิตก์ ประกอบด้วย ลิงค์ วิภัตติ วจนะ เหมือนนามศัพท์   และประกอบด้วย ธาตุ วาจก ปัจจัย* กาล** เช่นเดียวอาขยาต   
ต่างกันที่ กิริยากิตก์ ไม่มี บท และ บุรุษ เท่านั้น

* ปัจจัยกิริยากิตก์  ** ในกิริยากิตก์ไม่มีอนาคตกาล

 

วท 
ธาตุ 

อรรถ
+อนฺต 
ปัจจัยกิริยากิตก์ 

วาจก กาล
+สิ 
วิภัตตินาม 

ลิงค์ วจนะ
=  วทนฺโต 
     กิริยากิตก์
วท 
ธาตุ 

อรรถ
+ตฺวา 
ปัจจัยที่เป็นอัพยยะ ไม่ลงวิภัตติ 

วาจก กาล
 -=  วตฺวา 
     กิริยากิตก์

 

เทียบกิริยาอาขยาต

วท 
ธาตุ 

อรรถ
+อ 
ปัจจัยกิริยาอาขยาต 

วาจก
+ติ 
วิภัตติอาขยาต 

กาล บท วจนะ บุรุษ
=  วทติ 
   กิริยาอาขยาต

กิริยากิตก์ไม่มีวิภัตติเป็นของตนเองเหมือนอาขยาต เพราะกิริยากิตก์ใช้วิภัตตินาม   
ถ้านามศัพท์ที่เป็นเจ้าของกิริยากิตก์ เป็นลิงค์  วิภัตติ วจนะ ใด  กิริยากิตก์ ก็เป็นลิงค์ วิภัตติ วจนะ อันนั้นตาม  (ยกเว้นปัจจัยพวกอัพยยะ)  เช่น 

ปุริโส คจฺฉนฺโต …ปุริโส คโต.ปุริโส คนฺตฺวา …
นารี คจฺฉนฺตี …นารี คตา.นารี คนฺตฺวา …
กุลํ คจฺฉนฺตํ …กุลํ คตํ.กุลํ คนฺตฺวา …

กิริยาอาขยาต  ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์ (กิริยาใหญ่) อย่างเดียว

กิริยากิตก์  ใช้เป็นกิริยาในระหว่าง (กิริยาย่อย)   และที่ลง ต อนีย ตพฺพ ปัจจัย ยังใช้เป็นกิริยาคุมพากย์ได้

 

 

กาล

กาลของกิริยากิตก์  แบ่งเป็น 2   คือ  ปัจจุบันกาล และ อดีตกาล

1.  ปัจจุบันกาล

  • ปัจจุบันแท้  แปลว่า  อยู่    เช่น  
    อหํ  ธมฺมํ  สุณนฺโต ปีตึ  ลภามิ.    เรา ฟังอยู่ ซึ่งธรรม ได้อยู่ ซึ่งปีติ.
  • ปัจจุบันใกล้อนาคต  แปลว่า  เมื่อ    เช่น  
    อนุสนฺธึ  ฆเฏตฺวา  ธมฺมํ เทเสนฺโต  อิมํ คาถมาห.  เมื่อทรงสืบต่อ ซึ่งอนุสนธิ แสดง ซึ่งธรรม ตรัสแล้ว ซึ่งพระคาถา นี้.

2.  อดีตกาล

  • อดีตกาลล่วงแล้ว  แปลว่า  แล้ว    เช่น  
    ตโย มาสา  อติกฺกนฺตา.  เดือน ท. 3 ก้าวล่วงแล้ว.
  • อดีตกาลล่วงแล้วเสร็จ  แปลว่า  ครั้น... แล้ว    เช่น 
    เยน  ภควา,  เตนุปสงฺกมิอุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ  อภิวาเทตฺวา  เอกมนฺตํ นิสีทิ. 
    … เข้าไปเฝ้าแล้ว …  ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ถวายบังคมแล้ว …

 

 

ปัจจัยกิริยากิตก์

ปัจจัยกิริยากิตก์ 10 ตัว  เป็นเครื่องหมาย วาจก   ดังนี้

  เป็นเครื่องหมาย
กิตปัจจัยอนฺต ตวนฺตุ ตาวีกัตตุวาจก และ เหตุกัตตุวาจก
กิจจปัจจัยอนีย ตพฺพกัมมวาจก เหตุกัมมวาจก และ ภาววาจก
กิตกิจจปัจจัยมาน ตูน ตฺวา ตฺวานวาจกทั้ง 5

 

ปัจจัยกิริยากิตก์  เป็นเครื่องหมาย กาล   ดังนี้

 บอกแปลว่า
อนฺต มานปัจจุบันกาลอยู่, เมื่อ
ตวนฺตุ ตาวี  ตูน ตฺวา ตฺวานอดีตกาลแล้ว;  ครั้น...แล้ว (เฉพาะ ตูนาทิปัจจัย)
อนีย ตพฺพความจำเป็นพึง

 

วิธีลงปัจจัยกิริยากิตก์

กิตปัจจัย   
เป็นเครื่องหมายกัตตุวาจก  และ เหตุกัตตุวาจก

อนฺต ปัจจัย  (อยู่, เมื่อ)

บอกปัจจุบันแท้ แปลว่า …อยู่ 
บอกปัจจุบันใกล้อนาคต แปลว่า เมื่อ… 
ใช้ใน 2 วาจก คือ  กัตตุวาจก และเหตุกัตตุวาจก

ปุงลิงค์แจกวิภัตติอย่าง ชน หรือ ภควนฺตุ ก็ได้  (เว้น ป. เอก. แปลง นฺต เป็น อํ)
อิตถีลิงค์ลง อี ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์ (อิตถีโชตกปัจจัย)  มีรูปเป็น อนฺตี แจกอย่าง นารี
นปุงสกลิงค์แจกอย่าง กุล
ปฐมา. เอก.-นฺโต,  -ํ,   -นฺตี,  -นฺตํ 
ปจนฺโต, ปจํ,  ปจนฺตี,  ปจนฺตํ

 

1. กัตตุวาจก  ลงปัจจัยประจำหมวดธาตุก่อน

• หมวด ภู ธาตุ  อ ปัจจัย  
ภวํ ภวนฺตี ภวนฺตํ (ภู อ)  มีอยู่, เป็นอยู่, เจริญอยู่คจฺฉนฺโต คจฺฉํ  คจฺฉนฺตี คจฺฉนฺตํ (คมุ อ)  ไปอยู่
ปสฺสนฺโต ปสฺสํ  ปสฺสนฺตี ปสฺสนฺตํ (ทิส อ)  เห็นอยู่เทนฺโต ททํ ททนฺโต  เทนฺตี เทนฺตํ (ทา อ)  ให้อยู่
นิกฺขมนฺโต นิกฺขมํ (นิ กม อ)  ออกไปอยู่ลภนฺโต ลภํ (ลภ อ) ได้อยู่ปจนฺโต ปจํ (ปจ อ) หุงอยู่
สรนฺโต สรํ (สร อ) ระลึกถึงอยู่ชยนฺโต ชยํ (ชิ อ) ชนะอยู่มรนฺโต มรํ มียนฺโต มียํ  (มร อ) ตายอยู่
จวนฺโต จวํ (จุ อ) เคลื่อนอยู่ชีรนฺโต ชีรํ (ชร อ) แก่อยู่ติฏฺฐนฺโต ติฏฺฐํ (ฐา อ) ยืนอยู่
ลภนฺโต ลภํ (ลภ อ)  ได้อยู่วชนฺโต วชํ (วช อ) ไปอยู่ชปนฺโต ชปํ (ชป อ) สวดอยู่
มหนฺโต มหํ (มห อ) บูชาอยู่  (มโห การฉลอง, การบูชา, มหรสพ;  มห ค. มาก, ใหญ่) 
• หมวด รุธ ธาตุ  อ ปัจจัย และนิคคหิต  
รุนฺธนฺโต รุนฺธํ (รุธ  ํอ)  ปิดอยู่ภุญฺชนฺโต ภุญฺชํ (ภุช  ํอ)  กินอยู่ฉินฺทนฺโต ฉินฺทํ (ฉิท  ํอ)  ตัดอยู่
ยุญฺชนฺโต ยุญฺชํ (ยุช  ํอ)  ประกอบอยู่ภินฺทนฺโต ภินฺทํ (ภิท  ํอ)  ทำลายอยู่มุญฺจนฺโต มุญฺจํ (มุจ  ํอ)  ปล่อยอยู่
• หมวด ทิว ธาตุ  ย ปัจจัย  
ทิพฺพนฺโต ทิพฺพํ (ทิว ย)  เล่นอยู่พุชฺฌนฺโต พุชฺฌํ (พุธ ย)  รู้อยู่กุปฺปนฺโต กุปฺปํ (กุป ย)  กำเริบ/โกรธอยู่
อุปฺปชฺชนฺโต อุปฺปชฺชํ (อุ ปท ย) เกิดขึ้นอยู่กุชฺฌนฺโต กุชฺฌํ (กุธ ย)  โกรธอยู่ยุชฺฌนฺโต ยุชฺฌํ (ยุธ ย)  ต่อสู้/รบอยู่
วิชฺฌนฺโต วิชฺฌํ (วิธ ย)  แทงอยู่สนฺนยฺหนฺโต สนฺนยฺหํ (สํ นห ย)  ผูกอยู่มุยฺหนฺโต มุยฺหํ (มุห ย)  หลงอยู่
มญฺญนฺโต มญฺญํ (มน ย)  รู้อยู่ตุสฺสนฺโต ตุสฺสํ (ตุส ย)  ยินดีอยู่สมฺมนฺโต สมฺมํ (สม ย)  สงบอยู่
• หมวด สุ ธาตุ  ณุ ณา อุณา ปัจจัย  
สุณนฺโต สุณํ (สุ ณา)  ฟังอยู่ปาปุณนฺโต ปาปุณํ (ป อป อุณา) ถึง/บรรลุอยู่ 
• หมวด กี ธาตุ  นา ปัจจัย  
กิณนฺโต กิณํ (กี นา)  ซื้ออยู่ชานนฺโต ชานํ (ญา นา)  รู้อยู่ 
• หมวด คห ธาตุ  ณฺหา ปัจจัย  
คณฺหนฺโต คณฺหํ (คห ณฺหา)  ถือเอาอยู่  
• หมวด ตน ธาตุ  โอ ปัจจัย  
กโรนฺโต กรํ (กร โอ)  ทำอยู่กุพฺพนฺโต กุพฺพํ (กร โอ)  ทำอยู่ชาคโรนฺโต ชาครํ (ชาคร โอ)  ตื่นอยู่  
• หมวด จุร ธาตุ  เณ ณย ปัจจัย  
โจเรนฺโต โจรยนฺโต โจรยํ (จุร เณ/ณย)  ลักอยู่กเถนฺโต กถยนฺโต กถยํ (กถ เณ/ณย)  กล่าวอยู่ 
มนฺเตนฺโต มนฺตยนฺโต มนฺตยํ (มนฺต เณ/ณย)  ปรึกษาอยู่ปาเลนฺโต ปาลยนฺโต ปาลยํ (ปาล เณ/ณย)  รักษาอยู่ 
ปูเชนฺโต ปูชยนฺโต ปูชยํ (ปูช เณ/ณย)  บูชาอยู่  

 

2. เหตุกัตตุวาจก  ลงเหตุปัจจัย 4 ตัว  เช่น 

ภาเวนฺโต ภาวยนฺโต ภาวยํ ภาวาเปนฺโต ภาวาปยนฺโต ภาวาปยํ (ภู) ให้เป็น/เจริญอยู่
กาเรนฺโต การยนฺโต การยํ การาเปนฺโต การาปยนฺโต การาปยํ (ภู) ให้ทำอยู่
โจราเปนฺโต โจราปยนฺโต โจราปยํ (จุร ณาเป/ณาปย เหตุ.*)  ให้ลักอยู่
กถาเปนฺโต กถาปยนฺโต กถาปยํ (กถ ณาเป/ณาปย เหตุ.*)  ให้กล่าวอยู่

(หมวด จุร ธาตุ เหตุกัตตุวาจก  ลงเฉพาะ ณาเป ณาปย  ดูวิธีการลงปัจจัยในเรื่องอาขยาต)

 

ตวนฺตุ ปัจจัย  (แล้ว)

บอกอดีตกาล  แปลว่า แล้ว 
ใช้ในกัตตุวาจก

ปุงลิงค์แจกอย่าง ภควนฺตุ
อิตถีลิงค์ลง อี ปัจจัย  มีรูปเป็น -วนฺตี -วตี  แจกอย่าง นารี
นปุงสกลิงค์แจกอย่าง กุล
ปฐมา. เอก.-ตวา, -ตวตี, -ตวตํ 
สุตวา, สุตวนฺตี สุตวตี, สุตวํ

 

ตวนฺตุ มีวิธีการลงปัจจัยเหมือน ตฺวา ปัจจัย

• ธาตุพยางค์เดียว  
หุตวนฺตุ (หุ) (หุตวา) บูชาแล้วปาตวนฺตุ (ปา) (ปาตวา) ดื่มแล้วสุตวนฺตุ (สุ) (สุตวา) ฟังแล้ว
• ธาตุหลายพยางค์  ลง อิ อาคม  
จชิตวนฺตุ (จช) (จชิตวา) สละแล้วปจิตวนฺตุ (ปจ) (ปจิตวา) หุงแล้ววุสิตวนฺตุ (วส) (วุสิตวา) อยู่แล้ว
• ลบที่สุดธาตุ  ซ้อน ตฺ  
คุตฺตวนฺตุ (คุป) (คุตฺตวา) คุ้มครองแล้วภุตฺตวนฺตุ (ภุช) (ภุตฺตวา) กินแล้ว 

 

ตาวี ปัจจัย  (แล้ว)

บอกอดีตกาล  แปลว่า แล้ว 
ใช้ในกัตตุวาจก

ปุงลิงค์แจกอย่าง เสฏฺฐี
อิตถีลิงค์ลง อี ปัจจัย  มีรูปเป็น -ตาวินี  แจกอย่าง นารี
นปุงสกลิงค์แจกอย่าง กุล
ปฐมา. เอก.-ตวา, -ตวตี, -ตวตํ 
สุตวา, สุตวนฺตี สุตวตี, สุตวํ

ตาวี มีวิธีลงท้ายธาตุเหมือน ตวนฺตุ  เช่น 

สุตาวี (สุ) ฟังแล้วปาตาวี (ปา) ดื่มแล้วจชิตาวี (จช) สละแล้ว
คุตฺตาวี (คุป) คุ้มครองแล้ววุสิตาวี (วส) อยู่แล้ว 

 

กิจจปัจจัย   
เป็นเครื่องหมายกัมมวาจก  เหตุกัมมวาจก  และ ภาววาจก

อนีย ปัจจัย  (พึง) 
บอกความจำเป็น  แปลว่า พึง 
ลงหลังสกัมมธาตุ เป็น กัมมวาจก เหตุกัมมวาจก 
ลงหลังอกัมมธาตุ เป็น ภาววาจก เหตุกัมมวาจก

ปุงลิงค์แจกอย่าง ชน
อิตถีลิงค์ลง อา ปัจจัย  แจกอย่าง กญฺญา
นปุงสกลิงค์แจกอย่าง กุล
ปฐมา. เอก.-นีโย, -นียา, -นียํ;   -ณีโย, -ณียา, -ณียํ 
ปานีโย, ปานียา, ปานียํ;   กรณีโย, กรณียา, กรณียํ

 

1. ใน ภาววาจก เป็น อ การันต์ นปุ. ปฐมา. เอก. เท่านั้น (-นียํ, -ณียํ) แจกอย่าง กุล   ส่วนตัวกัตตาเป็นตติยาวิภัตติ วจนะใดก็ได้ บุรุษใดก็ได้  เช่น   
     อชฺช เตน มรณียํ.                มรณียํ (มร) พึงตาย 
     ตุมฺเหหิ อปฺปมตฺเตหิ ภวนียํ.    ภวนียํ (ภู) พึงเป็น 
     มยา คมนียํ.                       คมนียํ (คม) พึงไป 
2. ศัพท์ที่ลง อนีย ปัจจัยนี้ ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์ได้ 
3. ศัพท์ที่ลง อนีย ปัจจัย ใช้เป็นนามกิตก์ได้บ้าง  เช่น  ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน ปริวิสิ.  
    (เขา) เลี้ยงแล้ว ด้วยของอันบุคคลพึงเคี้ยว  ด้วยของอันบุคคลพึงบริโภค อันประณีต 
 

1. กัมมวาจก และ ภาววาจก

• ธาตุพยางค์เดียว เป็นสระ อา   ลบ อา สระหน้า ทีฆะ อ สระหลัง  เช่น

ปานีโย (ปา) พึงดื่มทานีโย (ทา) พึงให้ 

• ธาตุพยางค์เดียว เป็น อุ อู พฤทธิ์ อุ อู เป็น โอ, มีสระอยู่หลัง แปลง โอ เป็น อว  เช่น

ภวนียํ (ภู) พึงเป็นอภิภวนีโย (อภิ ภู) พึงครอบงำสวณีโย (สุ) พึงฟัง

• ธาตุพยางค์เดียว เป็น อิ อี พฤทธิ์ อิ อี เป็น เอ, มีสระอยู่หลัง แปลง เอ เป็น อย เช่น

สยนียํ (สี) พึงนอนนยนีโย (นี) พึงนำไป 

• ธาตุหลายพยางค์ (ลบสระที่สุดธาตุ)

อาสนียํ (อาส) พึงนั่งอุปาสนีโย (อุป อาส) พึงนั่งใกล้วจนีโย (วจ) พึงกล่าว
ขาทนีโย (ขาท) พึงเคี้ยวกินขมนีโย (ขม) พึงอดทน/ทนทสฺสนีโย (ทิส) พึงดู/เห็น (เป็นศัพท์ตัทธิตก็ได้)
ปฏิจฺฉาทนีโย (ปฏิ ฉท) พึงปกปิดปกาสนีโย (ป กาสุ) พึงประกาศเปกฺขนีโย (ป อิกฺข) พึงเพ่งเล็ง
เลหนีโย (ลิห) พึงลิ้ม/เลียกามนีโย (กาม) พึงใคร่ตชฺชนีโย (ตชฺช) พึงติเตียน/ลงโทษ/ข่มขู่

• ธาตุในหมวด รุธ ธาตุ และธาตุที่ลงท้ายด้วย อิ   ถ้าไม่ลงนิคคหิตอาคม ก็พฤทธิ์สระต้นธาตุได้บ้าง  เช่น 

โภชนีโย (ภุช) พึงกินภุญฺชนีโย (ภุช) พึงกิน (ไม่พฤทธิ์) 

• ธาตุในหมวด ทิว สุ กี คห จุร  ลงปัจจัยประจำหมวดธาตุได้  เช่น

ปฏิปชฺชนีโย (ปฏิ ปท ย) พึงปฏิบัติสายนีโย (สา ย) พึงลิ้ม(รส)ปูชนีโย (ปูช เณ) พึงบูชา

• ธาตุมี ร ห เป็นที่สุด และ รม อป ธาตุ เป็นต้น   แปลง น เป็น   เช่น  

กรณีโย (กร) พึงทำสรณีโย (สร) พึงระลึกคหณีโย (คห) พึงจับ
รมณีโย (รม) พึงยินดีปาปุณีโย (ป อป) พึงถึง 

2. เหตุกัมมวาจก  ลง เณ ณาเป ปัจจัย

ภาวนีโย ภาวาปนีโย (ภู เณ/ณาเป) พึงให้เป็น/เจริญยาปนีโย (ยา ณาเป) พึงให้เป็นไป 
มโนภาวนีโย (มน ภู เณ) พึงยังใจให้เจริญ, ผู้ให้เจริญใจวุฏฺฐาปนีโย (วิ อุ ฐา ณาเป) พึงให้ลุกขึ้น   
อาราธนีโย (อา ราธ เณ) พึงให้ยินดีวิญฺญาปนีโย (วิ ญา ณาเป) พึงให้รู้แจ้งชัด 
ปริปาจนีโย (ปริ ปจ เณ) พึงให้สุกรอบ/แก่กล้าสญฺญาปนีโย (สํ ญา ณาเป) พึงให้รู้พร้อม/รู้ดี/เข้าใจดี   
ปฏิสารณีโย (ปฏิ สร เณ) พึงให้กลับระลึกถึง/ย้อนนึกถึงนิชฺฌาปนีโย (นิ ฌา ณาเป) พึงให้พินิจพิจารณา 
นิสฺสารณีโย (นิ สร เณ) พึงให้แล่นออก, ขับออก  

 

ตพฺพ ปัจจัย  (พึง)

บอกความจำเป็น  แปลว่า พึง 
ลงหลังสกัมมธาตุ เป็น กัมมวาจก เหตุกัมมวาจก 
ลงหลังอกัมมธาตุ เป็น ภาววาจก เหตุกัมมวาจก

ปุงลิงค์แจกอย่าง ชน
อิตถีลิงค์ลง อา ปัจจัย  แจกอย่าง กญฺญา
นปุงสกลิงค์แจกอย่าง กุล
ปฐมา. เอก.-ตพฺโพ, -ตพฺพา, -ตพฺพํ 
กาตพฺโพ, กาตพฺพา, กาตพฺพํ

 

1. ในภาววาจก เป็น อ การันต์ นปุ. ปฐมา. เอก. เท่านั้น (-ตพฺพํ)  ส่วนตัวกัตตาเป็นตติยาวิภัตติ วจนะใดก็ได้ บุรุษใดก็ได้

อวสฺสํ มยา มริตพฺพํ.มริตพฺพํ (มร) พึงตาย 
ตุมฺเหหิ อปฺปมตฺเตหิ ภวิตพฺพํ.ภวิตพฺพํ (ภู) พึงเป็น 
ตาย สกเคหํ คนฺตพฺพํ.คนฺตพฺพํ (คม) พึงไป 

2. ศัพท์ที่ลง ตพฺพ ปัจจัย ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์ได้

1. กัมมวาจก และ ภาววาจก

• ธาตุพยางค์เดียว เป็น อา  เช่น

ญาตพฺโพ ญาตพฺพา ญาตพฺพํ (ญา) พึงรู้ทาตพฺโพ ทาตพฺพา ทาตพฺพํ (ทา) พึงให้  
ปาตพฺโพ ปาตพฺพา ปาตพฺพํ (ปา) พึงดื่มฐาตพฺพํ (ฐา) พึงยืน 

• ธาตุพยางค์เดียว เป็น อิ อี  พฤทธิ์ อิ อี เป็น เอ,  ถ้าลง อิอาคม  แปลง เอ เป็น อย

เนตพฺโพ (นี) พึงนำไปสยิตพฺพํ (สี) พึงนอนกยิตพฺโพ (กี) พึงขาย
นยิตพฺโพ (นี) พึงนำไป  

• ธาตุพยางค์เดียวเป็น อุ อู  พฤทธิ์ อุ อู เป็น โอ,  ลง อิอาคม  แปลง โอ เป็น อว

ภวิตพฺพํ (ภู) พึงเป็นโสตพฺโพ สวิตพฺโพ (สุ) พึงฟัง 

• ธาตุหลายพยางค์ ลง อิ อาคมได้:

มริตพฺพํ (มร) พึงตายรมิตพฺโพ (รม) พึงยินดีภุญฺชิตพฺโพ (ภุช) พึงกิน
ยุญฺชิตพฺโพ (ยุช) พึงประกอบกริตพฺโพ (กร) พึงทำคมิตพฺพํ (คม) พึงไป/ถึง
ภาสิตพฺโพ (ภาส) พึงกล่าวเวทิตพฺโพ (วิท) พึงรู้ 

• ธาตุในหมวด ทิว สุ กี คห จุร ลงปัจจัยประจำหมวดธาตุได้  เช่น

อุปฺปชฺชิตพฺพํ (อุ ปท ย) พึงเกิดขึ้นปฏิปชฺชิตพฺโพ (ปฏิ ปท ย) พึงปฏิบัติพุชฺฌิตพฺโพ (พุธ ย) พึงรู้
มญฺญิตพฺโพ (มน ย) พึงสำคัญสุณิตพฺโพ (สุ ณา) พึงฟังปาปุณิตพฺโพ (ป อป อุณา) พึงถึง
ปตฺตพฺโพ (ป อป) พึงถึง (ลบ ป ที่สุดธาตุ ซ้อน ตฺ)กีณิตพฺโพ (กี นา) พึงซื้อชินิตพฺโพ (ชิ นา) พึงชนะ
คณฺหิตพฺโพ (คห ณฺหา) พึงถือเอาคเหตพฺโพ (คห) พึงถือเอา 
โจเรตพฺโพ (จุร เณ) พึงลักโจรยิตพฺโพ (จุร ณย) พึงลัก 
อาโรเจตพฺโพ (อา รุจ เณ) พึงบอกอาโรจยิตพฺโพ (อา รุจ ณย) พึงบอก 

• ลบที่สุดธาตุ (ร ท ช) ซ้อน ตฺ:

กตฺตพฺโพ (กร) พึงทำวตฺตพฺโพ (วท) พึงกล่าวโภตฺตพฺโพ (ภุช) พึงกิน

• ลบ ธ ภ  แปลง ต ที่ ตพฺพ เป็น ทฺธ:

ลทฺธพฺโพ (ลภ) พึงได้โพทฺธพฺโพ (พุธ) พึงรู้ (หรือ ต>ธ  ธฺ>ทฺ)  

• ลบ    แปลง ต ที่ ตพฺพ เป็น ฏฺฐ:

ทฏฺฐพฺโพ (ทิส) พึงเห็น 

• แปลงที่สุดธาตุ

แปลง ม น เป็น นฺ:คนฺตพฺโพ (คม) พึงถึงคนฺตพฺพํ (คม) พึงไป
ขนฺตพฺโพ (ขน) พึงขุดมนฺตพฺโพ (มน) พึงสำคัญหนฺตพฺโพ (หน) พึงฆ่า/เบียดเบียน

• แปลง กร ธาตุ เป็น กา:

กาตพฺโพ (กร) พึงทำ  

2. เหตุกัมมวาจก  (ณย ณาปย ลง อิอาคม ด้วย)

• ธาตุพยางค์เดียว เป็น อิ อี พฤทธิ์ อิ อี เป็น เอ  แปลง เอ เป็น อาย  ลง ณาเป ณาปย  (ห้ามลง เณ ณย)

สายาเปตพฺโพ สายาเปตพฺพา สายาเปตพฺพํ (สี ณาเป) พึงให้นอน  
สายาปยิตพฺโพ สายาปยิตพฺพา สายาปยิตพฺพํ (สี ณาปย) พึงให้นอน  

• ธาตุพยางค์เดียว เป็น อุ อู  พฤทธิ์ อุ อู เป็น โอ  แปลง โอ เป็น อาว  ลง เณ ณย  (ห้ามลง ณาเป ณาปย)

ภาเวตพฺโพ ภาเวตพฺพา ภาเวตพฺพํ (ภู เณ) พึงให้เป็น      
ภาวยิตพฺโพ ภาวยิตพฺพา ภาวยิตพฺพํ (ภู ณย) พึงให้เป็น  

• ธาตุหลายพยางค์  ลง เณ ณย ณาเป ณาปย ปัจจัย  เช่น

กาเรตพฺโพ การยิตพฺโพ การาเปตพฺโพ การาปยิตพฺโพ (ภู เณ/ณย/ณาเป/ณาปย) พึงให้ทำ  
นาเสตพฺโพ นาสยิตพฺโพ นาสาเปตพฺโพ นาสาปยิตพฺโพ (นส เณ/ณย/ณาเป/ณาปย) พึงให้ฉิบหาย  

• หมวด จุร ธาตุ ลงเฉพาะ ณาเป ณาปย (เพื่อไม่ให้ซ้ำกับ เณ ณย ปัจจัยประจำหมวดธาตุ)  เช่น

โจราเปตพฺโพ โจราปยิตพฺโพ (จุร ณาเป/ณาปย) พึงให้ลัก  
อาโรจาเปตพฺโพ อาโรจาปยิตพฺโพ (อา รุจ ณาเป/ณาปย) พึงให้บอก  

 

กิตกิจจปัจจัย  
เป็นเครื่องหมายวาจกทั้ง 5

มาน ปัจจัย  (อยู่ เมื่อ)   ใช้เพียง 4 วาจก คือเว้นภาววาจก

บอกปัจจุบันแท้ แปลว่า อยู่ 
บอกปัจจุบันใกล้อนาคต แปลว่า เมื่อ

ใช้ใน 4 วาจก คือ  กัตตุวาจก กัมมวาจก เหตุกัตตุวาจก เหตุกัมมวาจก  (คือเว้นภาววาจก)

ปุงลิงค์แจกอย่าง ชน
อิตถีลิงค์ลง อา ปัจจัย  แจกอย่าง กญฺญา
นปุงสกลิงค์แจกอย่าง กุล
ปฐมา. เอก.-มาโน, -มานา, -มานํ  
ปจมาโน, ปจมานา, ปจมานํ

1. กัตตุวาจก ลงปัจจัยประจำหมวดธาตุก่อน  เช่น 

• หมวด ภู ธาตุ  อ ปัจจัย

ภวมาโน ภวมานา ภวมานํ (ภู อ) มี/เป็นอยู่สยมาโน สยมานา สยมานํ (สี อ)  นอนอยู่ 
อภิภวมาโน อภิภวมานา อภิภวมานํ (อภิ ภู อ)  ครอบงำอยู่อธิสยมาโน อธิสยมานา อธิสยมานํ (อธิ สี อ)  นอนทับอยู่   
ปจมาโน (ปจ อ)  หุงอยู่จรมาโน (ปจ อ)  เที่ยวไปอยู่ 
สยาโน สยานา สยานํ (สี อ)  นอนอยู่  (แปลง มาน เป็น อาน)  

• หมวด รุธ ธาตุ  อ ปัจจัย และนิคคหิตอาคม

ภุญฺชมาโน (ภุช อ)  กินอยู่มุญฺจมาโน (มุจ อ)  ปล่อยอยู่ 

• หมวด ทิว ธาตุ  ย ปัจจัย

พุชฺฌมาโน (พุธ อ)  รู้อยู่มุยฺหมาโน (มุห อ)  หลงอยู่กุปฺปมาโน (กุป อ)  กำเริบ/โกรธอยู่
ชายมาโน (ชน อ)  เกิดอยู่  

• หมวด สุ ธาตุ  ณุ ณา อุณา ปัจจัย

สุณมาโน (สุ ณา)  ฟังอยู่ปาปุณมาโน (ป อป อุณา) ถึง/บรรลุอยู่ * หน้า มาน ปัจจัย ต้องเป็นรัสสะ 

• หมวด กี ธาตุ  นา ปัจจัย

กีณมาโน (กี นา)  ซื้ออยู่ชานมาโน (ญา นา)  รู้อยู่ 

• หมวด คห ธาตุ  ณฺหา ปัจจัย

คณฺหมาโน (คห ณฺหา)  ถือเอาอยู่  

• หมวด ตน ธาตุ  โอ ปัจจัย

กุรุมาโน (กร โอ)  ทำอยู่ชาครมาโน (ชาคร โอ)  ตื่นอยู่กุพฺพาโน (กร โอ)  ทำอยู่
กยิรมาโน (กร ยิร)  ทำอยู่  

• หมวด จุร ธาตุ  ลงเฉพาะ ณย ปัจจัย

โจรยมาโน (จุร ณย)  ลักอยู่กถยมาโน (กถ ณย)  กล่าวอยู่มนฺตยมาโน (มนฺต ณย)  ปรึกษาอยู่
ปตฺถยาโน (ปตฺถ ณย)  ปรารถนาอยู่ปาลยมาโน (ปาล ณย)  รักษาอยู่ปูชยมาโน (ปูช ณย)  บูชาอยู่
อนุพนฺธนฺโต (อนุ พนฺธ)  ติดตามอยู่  (แปลง มาน เป็น อนฺต) 

2. กัมมวาจก ลง ย ปัจจัย กับ อิ อาคมหน้า ย ก่อน  ถ้าไม่ลง อิ ก็แปลงเป็นอย่างอื่น  เช่น  

กริยมาโน (กร อิ ย) ทำอยู่อุปฏฺฐิยมาโน (อุป ฐา อิ ย) บำรุงอยู่ปจิยมาโน (ปจ อิ ย) หุงอยู่
ลภิยมาโน (ลภ อิ ย) ได้อยู่คหิยมาโน (คห อิ ย) ถือเอาอยู่วจิยมาโน (วจ อิ ย) กล่าวอยู่
ปจฺจมาโน (ปจ ย) หุงอยู่ลพฺภมาโน (ลภ ย) ได้อยู่คยฺหมาโน (คห ย) ถือเอาอยู่
วุจฺจมาโน (วจ ย) กล่าวอยู่  

3. เหตุกัตตุวาจก ลง ณย ณาปย ก่อน   เช่น

ภาวยมาโน ภาวาปยมาโน (ภู ณย/ณาปย) ให้มี/เจริญ อยู่  
การยมาโน การาปยมาโน (กร ณย/ณาปย) ให้ทำอยู่  
อภินิสีทยมาโน อภินิสีทาปยมาโน (อภิ นิ สท ณย/ณาปย) ให้นั่งใกล้อยู่  

4. เหตุกัมมวาจก  ลง เณ ณาเป กับ ย ปัจจัย และ อิ อาคมหน้า ย ก่อน  เช่น 

ภาวิยมาโน ภาวาปิยมาโน (ภู เณ/ณาเป อิ ย) ให้มี/เจริญ อยู่  
อภินิสีทิยมาโน อภินิสีทาปิยมาโน (อภิ นิ สท เณ/ณาเป อิ ย) ให้นั่งใกล้อยู่  
การิยมาโน การาปิยมาโน (กร อิ เณ/ณาเป อิ ย) ให้ทำอยู่  

 

 

ปัจจัย (แล้ว) 

บอกอดีตกาล  แปลว่า แล้ว 
ใช้ใน 4 วาจก คือเว้นเหตุกัตตุวาจก

ลงหลังสกัมมธาตุ เป็น กัมมวาจก  เหตุกัมมวาจก 
ลงหลังอกัมมธาตุ เป็น กัตตุวาจก  เหตุกัมมวาจก ภาววาจก*

* ใน ภาววาจก เป็น อ การันต์ นปุ. ปฐมา. เอก. เท่านั้น 
ใช้เป็นนามนาม ไม่แปลว่าแล้ว  เช่น  มตํ ความตาย,  ชีวิตํ ความเป็นอยู่, ชีวิต

ศัพท์ที่ลง ต ปัจจัย ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์ได้

ปุงลิงค์แจกอย่าง ชน
อิตถีลิงค์ลง อา ปัจจัย  แจกอย่าง กญฺญา
นปุงสกลิงค์แจกอย่าง กุล
ปฐมา. เอก.-โต, -ตา, -ตํ    กโต, กตา, กตํ

 

1. กัตตุวาจก และ กัมมวาจก 
ลงหลังสกัมมธาตุ เป็น กัมมวาจก 
ลงหลังอกัมมธาตุ เป็น กัตตุวาจก

• ธาตุพยางค์เดียว:

ญาโต (ญา) รู้แล้วฉาโต (ฉา) หิวแล้วชิโต (ชิ) ชนะแล้ว
ภีโต (ภี) กลัวแล้วนีโต (นี) นำไปแล้วกีโต (กี) ซื้อแล้ว
สุโต (สุ) ฟังแล้วภูโต (ภู) เป็นแล้ว 
อิโต (อิ) ไปแล้ว; ถึงแล้ว (ซึ่ง...)    เช่น ทุกฺขิโต ถึงแล้วซึ่งทุกข์  (ทุกฺข-อิ-ต) 

• ธาตุพยางค์เดียว เป็น อา   แปลง อา เป็น อิ อี:

ฐิโต (ฐา) ยืนแล้วปีโต (ปา) ดื่มแล้วอภิชฺฌิโต (อภิ เฌ/ฌา) เพ่งจำเพาะแล้ว

• ลงหลังธาตุหลายพยางค์  ถ้าไม่แปลงธาตุและปัจจัย ก็ให้ลง อิ อาคมได้: 
   (ลง อิ อาคม ด้วยอำนาจปัจจัยที่ขึ้นด้วย ตฺ  เช่น ต ตพฺพ ตฺวา ตุํ)

กริโต (กร) ทำแล้วคมิโต (คม) ไปแล้วมริโต (มร) ตายแล้ว
ภาสิโต (ภาส) กล่าวแล้วรกฺขิโต (รกฺข) รักษาแล้วปสํสิโต (ป สํส) สรรเสริญแล้ว
ปจิโต (ปจ) หุงแล้วกริโต (กร) ทำแล้วคมิโต (คม) ไปแล้ว
มริโต (มร) ตายแล้วภาสิโต (ภาส) กล่าวแล้วรกฺขิโต (รกฺข) รักษาแล้ว
ปสํสิโต (ป สํส) สรรเสริญแล้ว  

ลบที่สุดธาตุ

• ลบ

คโต (คม) ไปแล้ว, ถึงแล้ว (ซึ่ง)รโต (รม) ยินดีแล้วนิยโต (นิ ยมุ) เที่ยงแล้ว
ปริณโต (ปริ นม) แปรปรวนแล้วปฏิวิรโต (ปฏิ วิ รมุ) เว้นเฉพาะแล้ว 

• ลบ

ขโต (ขน) ขุดแล้วหโต (หน) เบียดเบียนแล้วสมฺมโต (สํ มน) รู้พร้อมแล้ว

• ลบ

กโต ทำแล้วทุกฺกโต-โฏ (ทุ กร) ทำชั่วแล้วมโต (มร) ตายแล้ว
สโต (สร) ระลึกแล้วนีหโต-โฏ (นี หร) นำออกแล้วอภิหโต-โฏ (อภิ หร) นำไปแล้ว
สนฺถโต (สํ ถร) ปูลาดแล้วกิโต (กิร) เกลื่อนกล่นแล้วภโต-โฏ (ภร) เลี้ยงแล้ว

เฉพาะ กร ธาตุ ถ้ามี ปุร สํ อุป ปริ นำหน้า  แปลง ก เป็น ด้วย: 

ปุรกฺขโต (ปุร กร) ทำก่อนแล้วสงฺขโต (สํ กร) ปรุงแต่งแล้ว  
ปริกฺขโต (ปริ กร) ทำรอบแล้วอุปกฺขโต (อุป กร) เข้าทำแล้ว  

ลบที่สุดธาตุ  ซ้อน ตฺ

• ธาตุมี จ ช ท ป  เป็นที่สุด  ลบที่สุดธาตุ ซ้อน ตฺ  เช่น

• ลบ

สิตฺโต (สิจ) รดแล้ววุตฺโต (วจ) กล่าวแล้ววิวิตฺโต (วิ วิจ) สงัดแล้ว
มุตฺโต (มุจ) พ้น/ปล่อยแล้ว  

• ลบ

ยุตฺโต (ยุช) ประกอบแล้วจตฺโต (จช) สละแล้วรตฺโต (รนฺช) กำหนัดแล้ว
สารตฺโต (สํ รนฺช) กำหนัดนักแล้วภุตฺโต (ภุช) กินแล้ว 

• ลบ

ปตฺโต (ปท) ถึงแล้ว (ซึ่ง)ปมตฺโต (ป มท) ประมาทแล้วขิตฺโต (ขิป) ซัดไปแล้ว

• ลบ

ปตฺโต (ป อป) ถึงแล้ว (ซึ่ง)ปญฺญตฺโต (ป ญป) ปูลาด/บัญญัติแล้วคุตฺโต (คุป) คุ้มครองแล้ว
สุตฺโต (สุป) หลับแล้วตตฺโต (ตป) ร้อนแล้วสนฺตตฺโต (สํ ตป) เร่าร้อนแล้ว
อาทิตฺโต (อา ทีป) ไหม้แล้วลิตฺโต (ลิป) ฉาบ/ทาแล้ว 

ลบที่สุดธาตุ แปลง ต

• ลบ     แปลง ต เป็น คฺค:

ลคฺโค (ลค) ข้องแล้ว  

• ลบ     แปลง ต เป็น คฺค:

ภคฺโค (ภญฺช/ภนฺช) หัก/แบ่งแล้วโอภคฺโค (โอ ภญฺช) หักลงแล้วนิมฺมุคฺโค (นิ มุชฺช) ดำลงแล้ว

• ลบ     แปลง ต เป็น นฺน:

ฉนฺโน (ฉท) มุงแล้วปฏิจฺฉนฺโน (ปฏิ ฉท) ปิดแล้วรุนฺโน (รุท) ร้องไห้แล้ว
ทินฺโน (ทา) ให้แล้ว (อา>อิ)สนฺโน (สท) จมแล้วนิสินฺโน (นิ สท) นั่งแล้ว (อ>อิ)
ฉินฺโน (ฉิท) ตัด/ขาดแล้วปสนฺโน (ป สท) เลื่อมใสแล้วอุปฺปนฺโน (อุ ปท) เกิดขึ้น/อุบัติแล้ว
สมฺปนฺโน (สํ ปท) ถึงพร้อมแล้วภินฺโน (ภิท) แตก/ทำลายแล้วสมาปนฺโน (สํ อา ปท) เข้าถึงแล้ว
นิปนฺโน (นิ ปท) นอนแล้วนิปฺปนฺโน นิปฺผนฺโน (นิ ปท) สำเร็จแล้ว 

• ลบ ธ    แปลง ต เป็น ทฺธ:

พุทฺโธ (พุธ) รู้แล้วพทฺโธ (พธ) ผูกแล้วกุทฺโธ (กุธ) โกรธแล้ว
รุทฺโธ (รุธ) กั้นแล้วสุทฺโธ (สุธ) หมดจดแล้วสิทฺโธ (สิธ) สำเร็จแล้ว
ยุทฺโธ (ยุธ) รบแล้วปยุทฺโธ (ป ยุธ) รบแล้วปฏิวิทฺโธ (ปฏิ วิธ) แทงตลอดแล้ว

• ลบ ภ    แปลง ต เป็น ทฺธ:

ลทฺโธ (ลภ) ได้แล้วอารทฺโธ (อา รภ) ปรารภแล้ว  

• ลบ ห    แปลง ต เป็น ทฺธ:

นทฺโธ (นห) ผูกแล้ว     สนฺนทฺโธ (สํ นห) ผูกแล้ว  

• ลบ ฑฺฒ  แปลง ต เป็น ฑฺฒ:

วุฑฺโฒ (วฑฺฒ) เจริญแล้ว  

• ลบ   แปลง ต เป็น ฑฺฒ:

ทฑฺโฒ (ทห) ไหม้แล้ว, (อันไฟ) เผาแล้ว  

• ลบ     แปลง ต เป็น นฺต:

ปกฺกนฺโต (ป กม) หลีกไปแล้วนิกฺขนฺโต (นิ กม) ออกแล้วสนฺโต (สม) สงบแล้ว
ทนฺโต (ทม) ฝึกแล้วกิลนฺโต (กิลม) ลำบากแล้วปนฺโต (ป อม) สงัดแล้ว
วิพฺภนฺโต (วิ ภม) สึกแล้ว ‘หมุนไปผิด’  

• ลบ     แปลง ต เป็น ณฺณ อิณฺณ:

ปุณฺโณ (ปูร) เต็มแล้วติณฺโณ (ตร) ข้ามแล้วรุณฺณํ (รุท) การร้องไห้
ชิณฺโณ (ชร) แก่แล้วปริชิณฺโณ (ปริ ชร) แก่รอบแล้วกิณฺโณ (กิร) เกลื่อนกล่นแล้ว
อากิณฺโณ (อา กิร) เกลื่อนกล่นแล้วสุจิณฺโณ (สุ จร) ประพฤติดีแล้วอาจิณฺโณ (อา จร) ประพฤติโดยเอื้อเฟื้อแล้ว

• ลบ     แปลง ต เป็น ตฺถ:

วุตฺโถ (วส) อยู่แล้ว (เอา อ ที่ ว เป็น อุ)ปสตฺโถ (ป สํส)  สรรเสริญแล้ว (ลบนิคคหิต) 
นิวตฺโถ นิวุตฺโถ (นิ วส) นุ่งแล้ว (เอา อ ที่ ว เป็น อุ)อธิวตฺโถ อธิวุตฺโถ (วส) อยู่แล้ว (เอา อ ที่ ว เป็น อุ) 

• ลบ ส  แปลง ต เป็น ฏฺฐ:

กฏฺโฐ (กส) ไถแล้วกิลิฏฺโฐ (กิลิส) เศร้าหมองแล้วตุฏฺโฐ (ตุส) ยินดีแล้ว
ทิฏฺโฐ (ทิส) เห็นแล้วทุฏฺโฐ (ทุส) ประทุษร้ายแล้วทฏฺโฐ (ทํส) กัดแล้ว
ภฏฺโฐ (ภส) พลาดแล้วอิฏฺโฐ (อิส) ปรารถนาแล้วนฏฺโฐ (นส) พินาศแล้ว
นิวิฏฺโฐ (นิ วิส) ตั้งลงแล้วปมุฏฺโฐ (ป มุส) ลืมแล้วปวิฏฺโฐ (ป วิส) เข้าไปแล้ว
ผุฏฺโฐ (ผุส) ถูกต้องแล้วปรามฏฺโฐ (ปรา มส) ยึดมั่นแล้วปหฏฺโฐ (ป หส) ร่าเริงแล้ว
หฏฺโฐ (หส) ร่าเริงแล้วอนุสิฏฺโฐ (อนุ สาส) พร่ำสอนแล้วอามฏฺโฐ (อา มส) จับต้องแล้ว

• ลบ ช ฉ แปลง ต เป็น ฏฺฐ:

ยิฏฺโฐ (ยช) บูชาแล้วสฏฺโฐ (สช) ข้องแล้วปุฏฺโฐ (ปุจฺฉ) ถามแล้ว
ภฏฺโฐ (ภนฺช) หัก/แบ่ง/ทำลายแล้ว  

• ลบ   แปลง ต เป็น ฬฺห:

มุฬฺโห มูฬฺโห (มุห) หลงแล้วอชฺโฌคาฬฺโห (อธิ โอ คาห) หยั่งลงแล้วพาฬฺโห (พห) มั่นคงแล้ว
วุฬฺโห (วห/วุห) นำไปแล้วรุฬฺโห (รุห) งอกขึ้นแล้วอารุฬฺโห (อา รุห) งอกขึ้นแล้ว

• ลบ จ ก ส  แปลง ต เป็น :

ปกฺโก (ปจ) หุงแล้ว, สุกแล้วสุกฺโก สุกฺโข (สุส/สุจ) แห้งแล้วโอมุกฺโก (โอ มุจ) ถอดออกแล้ว
สกฺโก (สก) อาจแล้ว  

ธาตุที่แปลงเป็นอย่างอื่น (เป็นกฎเกณฑ์เฉพาะธาตุนั้นๆ)  เช่น

• แปลง ต เป็น อีณ  ลบสระหน้า  แปลง ณ เป็น บ้าง  รัสสะ อี เป็น อิ บ้าง:

ขีโณ (ขี) สิ้นแล้วชีโน ชิโน (ชิ) ชนะแล้ว (ต>อีน)ทีโน ทิโน (ที) สิ้นแล้ว (ต>อีน)
หีโน ปหีโน (ป หา) เสื่อมแล้ว (ต>อีน)หีโน (หา) เสื่อมแล้วสลฺลีโน (สํ ลี) ซ่อนเร้นแล้ว
คิลาโน (คิเล) เจ็บไข้แล้ว-ทตฺโต (ทา) ให้แล้วปกฺขนฺโต (ป ขทิ) แล่นไปแล้ว
ภจฺโจ (ภร) เลี้ยงแล้วฉุฑฺโฑ (ฉุภ) ทิ้งแล้วปยโต (ป ยต) ชำระแล้ว
พนฺโธ (พธ พนฺธ) ผูกแล้วสมาหิโต (สํ อา ธา) ตั้งมั่นแล้ว (ธา>ห)ปณิหิต (ป นิ ธา) ตั้งมั่นแล้ว (ธา>ห   น>ณ)
นิหิโต (นิ ธา) ตั้งแล้ว (ธา>ห)นิวตฺโต (นิ วต) กลับแล้วนิสฺสิโต อาศัยแล้ว (ซึ่ง)
วุตฺโถ (วส) อยู่แล้วโรทิโต (รุธ อิ) ร้องไห้แล้วอุเปโต (อุป อิ อิ) เข้าถึงแล้ว (พฤทธิ์ อิ เป็น เอ)
อธิวตฺโถ อธิวุตฺโถ (วส) อยู่ทับแล้ว/ให้อยู่ทับแล้ว (รับนิมนต์ …) 

• แปลงเฉพาะธาตุ

ชาโต (ชน) เกิดแล้วคีตํ (เค) ขับร้องแล้ว
นจฺโจ นฏฺโฏ (นต) ฟ้อนรำแล้ว (แปลง ต ปัจจัย กับ ต เป็น จฺจ ฏฺฏ) (นต ย ติ =นจฺจติ)

2. เหตุกัมมวาจก  ลงเหตุปัจจัย (มักใช้ เณ ณาเป) และ อิ อาคม ก่อน  เช่น 

การิโต การาปิโต การยิโต การาปยิโต (กร เณ/ณย/ณาเป/ณาปย) ให้ทำแล้ว   
มาริโต มาราปิโต มารยิโต มาราปยิโต (มร เณ/ณย/ณาเป/ณาปย) ให้ตายแล้ว 
ภาวิโต (ภู เณ) ให้มี/เจริญแล้วสาวิโต (สุ เณ) ให้ฟังแล้ว 

 

ตูนาทิ ปัจจัย (แล้ว, ครั้น...แล้ว) 

บอกอดีตกาล  แปลว่า แล้ว 
บอกอดีตกาล ล่วงแล้วเสร็จ แปลว่า ครั้น...แล้ว 

ใช้ใน 2 วาจก คือ กัตตุวาจก และ เหตุกัตตุวาจก

ตูน ตฺวา ตฺวาน  เรียกว่า ตูนาทิ ปัจจัย   แปลว่า ปัจจัยมี ตูน เป็นต้น   ทั้ง 3 ตัวนี้ ไม่ต้องแจกด้วยวิภัตตินาม 
(ต่อไปนี้ จะเรียกว่า ตฺวา อย่างเดียว  เพราะตูนาทิ มีตูนศัพท์เป็นต้น คือเป็นศัพท์แรกของกลุ่ม ก็จริง  แต่ก็มี ตฺวา ปัจจัยซึ่งใช้มากที่สุดเป็นหลัก)

1. กัตตุวาจก  ลงปัจจัยประจำหมวดธาตุบ้าง

• หมวด ภู ธาตุ

ทตฺวา (ทา) ให้แล้ว (อา>อ)ฐตฺวา (ฐา) ยืนแล้ว (อา>อ)ปิตฺวา (ปา) ดื่มแล้ว (อา>อิ)
ปิวิตฺวา (ปา>ปิว) ดื่มแล้วชหิตฺวา (หา) ละแล้ว 
(เทฺวภาวะ หา>หาหา>ชหา)
สยิตฺวา (สี) นอนแล้ว
ภายิตฺวา (ภี) กลัวแล้วหุตฺวา (หุ) เป็นแล้วภวิตฺวา (ภู) เป็นแล้ว   
อภิภวิตฺวา (อภิ ภู) ครอบงำแล้ว   จวิตฺวา (จุ) เคลื่อนแล้วยาจิตฺวา (ยาจ) ขอแล้ว
ขาทิตฺวา (ขาท) เคี้ยวกินแล้วลภิตฺวา (ลภ) ได้แล้วมริตฺวา (มร) ตายแล้ว
คมิตฺวา (คม) ไปแล้วปวิสิตฺวา (ป วิส) เข้าไปแล้วนิกฺขมิตฺวา (นิ กม) ออกไปแล้ว

• หมวด รุธ ธาตุ

รุนฺธิตฺวา (รุธ) ปิดแล้วมุญฺจิตฺวา (มุจ) ปล่อยแล้วภินฺทิตฺวา (ภิท) ทำลายแล้ว
ฉินฺทิตฺวา (ฉิท) ตัดแล้ว  

• หมวด ทิว ธาตุ

ทิพฺพิตฺวา (ทิว ย) เล่นแล้วสิพฺพิตฺวา (สิว ย) เย็บแล้วชายิตฺวา (ชน ย) เกิดแล้ว
อาทิยิตฺวา (อา ทา ย) ถือเอาแล้วพุชฺฌิตฺวา (พุธ ย) รู้แล้วภิชฺชิตฺวา (ภิท ย) แตกแล้ว
วิรชฺฌิตฺวา (วิ รุธ ย) ผิดแล้วอุปฺปชฺชิตฺวา (อุ ปท ย) เกิดขึ้นแล้วรชฺชิตฺวา (รช ย) ย้อมแล้ว
ปจฺจิตฺวา (ปจ ย)  สุกแล้วมุจฺจิตฺวา (มุจ ย) พ้นแล้วสมฺมุยฺหิตฺวา (มุห ย) หลงแล้ว
อารุยฺหิตฺวา (อา รุห ย) ขึ้นแล้วอารุหิตฺวา (อา รุห)  ขึ้นแล้วฉิชฺชิตฺวา (ฉิท ย)  ขาดแล้ว
อารพฺภิตฺวา (อา รภ ย) ปรารภแล้ว  

• หมวด สุ ธาตุ

สุณิตฺวา (สุ ณา) สุตฺวา (สุ) ฟังแล้ว  
ปาปุณิตฺวา (ป อป อุณา) ปตฺวา (อป) ถึงแล้ว  (ลบ อ ต้นธาตุ)  

หมวด กี ธาตุ

กีณิตฺวา (กี นา) ซื้อแล้ววิกฺกิณิตฺวา (วิ กี นา) ขายแล้ว
ญตฺวา (ญา) ชานิตฺวา (ญา นา) รู้แล้ว    วิชานิตฺวา (วิ ญา นา) รู้แจ้งแล้ว
ชินิตฺวา (ชิ นา) ชิตฺวา (ชิ) เชตฺวา (ชิ) ชนะแล้ว 

• หมวด คห ธาตุ

คณฺหิตฺวา (คห ณฺหา) คเหตฺวา (คห) จับแล้วปคฺคณฺหิตฺวา (ป คห ณฺหา) ประคองแล้ว

• หมวด ตน ธาตุ

กริตฺวา (กร) กตฺวา (กร) ทำแล้วตนิตฺวา (ตน) แผ่ไปแล้วโอสกฺกิตฺวา (โอ สกฺก) ล้าลงแล้ว

• หมวด จุร ธาตุ

โจเรตฺวา โจรยิตฺวา (จุร เณ ณย) ลักแล้วปูเชตฺวา ปูชยิตฺวา (ปูช เณ ณย) บูชาแล้ว
จินฺเตตฺวา จินฺตยิตฺวา (จินฺต เณ ณย) คิดแล้วมนฺเตตฺวา มนฺตยิตฺวา (มนฺต เณ ณย)  ปรึกษาแล้ว
อุทฺทิสิตฺวา (อุ ทิส เณ) แสดงขึ้นแล้ว 

• ลบที่สุดธาตุ:

กตฺวา (กร) ทำแล้วภุตฺวา (ภุช) กินแล้วปตฺวา (ปท) ถึงแล้ว
วตฺวา (วท) กล่าวแล้ว  

• ธาตุมี ม น เป็นที่สุด  แปลงเป็น นฺ

คนฺตฺวา (คม) (ไปแล้ว)อาคนฺตฺวา (อา คม) มาแล้วหนฺตฺวา (หน) ฆ่า/เบียดเบียนแล้ว
ขนฺตฺวา (ขน) ขุดแล้วมนฺตฺวา (มน) รู้แล้ว 

• ทิส ธาตุ แปลง ตฺวา เป็น สฺวา,  ตฺวาน เป็น สฺวาน:

ทิสฺวา ทิสฺวาน (ทิส) เห็นแล้ว 

• ธาตุมีอุปสัคอยู่หน้า  แปลง ตฺวา เป็น :

อาทาย (อา ทา) ถือเอาแล้วปริยาทาย (ปริ ยฺ อา ทา) ถือเอารอบแล้วสมาทาย (สํ อา ทา) สมาทานแล้ว 
ปหาย (ป หา) ละแล้วโอหาย (โอ หา) ละแล้ววุฏฺฐาย (อุ วฺ ฐา) ออกแล้ว 
อธิฏฺฐาย (อธิ ฐา) ตั้งทับแล้ว, อธิษฐานแล้วอุฏฺฐาย (อุ ฐา) ตั้งขึ้นแล้วปจฺจุฏฺฐาย (ปติ อุ ฐา) กลับลุกขึ้นแล้ว
สมุฏฺฐาย (สํ อุ ฐา) ตั้งขึ้นพร้อมแล้วปติฏฺฐาย (ปติ ฐา) ตั้งอยู่เฉพาะแล้วปฏฺฐาย (ป ฐา) ตั้งก่อนแล้ว1
นิสฺสาย (นิ สี) อาศัยแล้วอญฺญาย (อา ญา) รู้ทั่วแล้ว   อนฺวาย (อนุ อิ) เป็นไปตามแล้ว, อาศัยแล้ว
ปจฺจกฺขาย (ปติ ขา) บอกคืนแล้ว       อภิภุยฺย (อภิ ภู) ครอบงำแล้วอภิวิชิย (อภิ ชิ) ชนะยิ่งแล้ว 
ปฏิสํขา ปฏิสงฺขา ปฏิสงฺขาย (ปฏิ สํ ขา) พิจารณาแล้วสนฺธาย (สํ ธา) หมายเอาแล้ว2 

1 ใช้เป็นกิริยาวิเสสนะ แปลว่า ตั้งแต่, ตั้งก่อน, จำเดิม

2 ใช้เป็นกิริยาวิเสสนะ แปลว่า หมายเอา

 

ลบที่สุดธาตุ

• ลบ มฺ  แปลง ตฺวา เป็น มฺม:

อาคมฺม (อา คม) มาแล้ว, อาศัยแล้วอุปคมฺม (อุป คม) เข้าไปใกล้แล้วนิสมฺม (นิ สม) ใคร่ครวญแล้ว
อภิรมฺม (อภิ รม) ยินดียิ่งแล้วนิกฺขมฺม (นิ กม) ออกแล้วโอกฺกมฺม (โอ กม) ก้าวลงแล้ว, หยั่งลงแล้ว

• ลบ ทฺ  แปลง ตฺวา เป็น ชฺช:

อุปฺปชฺช (อุ ปท) เกิดขึ้นแล้วปมชฺช (ป มท) ประมาทแล้วฉิชฺช (ฉิท) ขาดแล้ว
อจฺฉิชฺช (อา ฉิท) ชิงเอาแล้วนิสชฺช (นิ สท สิท) นั่งแล้ววิภชฺช (วิ ภช) แบ่งแล้ว

• ลบ ธ ภ  แปลง ตฺวา เป็น ทฺธา  พฺภ:

วิทฺธา (วิธ) แทงแล้วลทฺธา ลทฺธ (ลภ) ได้แล้วอารพฺภ อารทฺธ (รภ) ปรารภแล้ว

• ลบ   แปลง ตฺวา เป็น ยฺห:

ปคฺคยฺห (ป คห) ประคองแล้วสนฺนยฺห (สํ นห) ผูกแล้วอารุยฺห (อา รุห) ขึ้นแล้ว
ปสยฺห (ป สห) กดขี่แล้วอพฺพุยฺห (อา วุห) ถอนแล้วโอรุยฺห (โอ รุห) ลงแล้ว

• ลบ จ น  แปลง ตฺวา เป็น จฺจ:

อาหจฺจ (อา หน) กระทบแล้วอูหจฺจ (อุ หน) ถอนขึ้นแล้ววิวิจฺจ (วิ วิจ) สงัดแล้ว
อุปหจฺจ (อุป หน) เข้าไปกระทบ/จดแล้ว  

• ธาตุเหล่านี้ แปลง ตฺวา เป็น จฺจ:

ปฏิจฺจ (ปฏิ อิ ‘ไป ถึง’) อาศัยแล้วอเวจฺจ (อว อิ) ลงไปแล้ว, หยั่งลงแล้วอติจฺจ (อติ อิ) เป็นไปล่วงแล้ว, ก้าวล่วงแล้ว
ปริจฺจ (ปริ อิ) กำหนดแล้วอภิสเมจฺจ (อภิ สํ อิ) บรรลุแล้วสเมจฺจ (สํ อิ) ถึงพร้อมแล้ว, พิจารณาแล้ว
เปจฺจ (ป อิ) ละไปแล้วอเปจฺจ (อุป อิ) เข้าไปแล้วอนุวิจฺจ (อนุ วิท ‘รู้’ ) พิจารณาแล้ว
สกฺกจฺจ (สํ กร) ทำโดยดีแล้วอธิกิจฺจ (อธิ กร) ทำยิ่งแล้ว 
สญฺจิจฺจ (สํ จิต) แกล้ง/จงใจแล้ว (‘แกล้ง’ เป็นภาษาเก่า  หมายถึง จงใจ)  

• แปลง ย กับที่สุดธาตุเป็นอย่างอื่น

อุทฺทิสฺส (อุ ทิส) เจาะจงแล้ว1  ปวิสฺส (ป วิส) เข้าไปแล้วปฏิหิญฺญ (ปฏิ หน) กระทบเฉพาะแล้ว

1 ใช้เป็นกิริยาวิเสสนะ แปลว่า เจาะจง

 

• แปลง ตฺวา เป็น  อา  ยาน  อิย  ฏฺฐุํ  เฉพาะธาตุบางตัวที่มีอุปสัคเป็นบทหน้า  เช่น

อา:ปฏิสงฺขา (ปฏิ สํ ขา) พิจารณาแล้ว,  อนาปุจฺฉา (น อา ปุจฺฉ) ไม่อำลาแล้ว
ยาน:สมเวกฺขิยาน (สํ อว อิกฺข) พิจารณาแล้ว
อิย:อปจฺจเวกฺขิย (น ปฏิ อว อิกฺข) ไม่พิจารณาแล้ว   
ฏฺฐุํ:อภิหฏฺฐุํ (อภิ หร) นำไปยิ่งแล้ว

2. เหตุกัตตุวาจก ลงเหตุปัจจัยก่อน  เฉพาะ ณย ณาปย  ลง อิ อาคมด้วย แล้วจึงลง ตฺวา ปัจจัย  เช่น

ภาเวตฺวา ภาวยิตฺวา ภาวาเปตฺวา ภาวาปยิตฺวา (ภู เณ/ณย/ณาเป/ณาปย) ให้มีแล้ว
โรเธตฺวา โรธยิตฺวา โรธาเปตฺวา โรธาปยิตฺวา (รุธ เณ/ณย/ณาเป/ณาปย)  ให้กั้นแล้ว
กาเรตฺวา การยิตฺวา การาเปตฺวา การาปยิตฺวา (กร เณ/ณย/ณาเป/ณาปย)  ให้ทำแล้ว
สิกฺขาเปตฺวา สิกฺขาปยิตฺวา (สิกฺข ณาเป/ณาปย) ให้ศึกษาแล้ว

 

ปัจจัยกิริยากิตก์นอกแบบ

อาน จัดเป็น กิตปัจจัย (หรือแปลงมาจาก มาน ปัจจัย)  บอกปัจจุบันกาล  แปลว่า อยู่   เช่น 

ปตฺถยาโน (ปตฺถ) ปรารถนาอยู่เอสาโน (เอส) แสวงหาอยู่สยาโน (สี) นอนอยู่
กราโน (กร) ทำอยู่อภิสมฺพุธาโน (อภิ สํ พุธ) ตรัสรู้อยู่อนุปาทิยาโน (น อุป อา ทา ย) ไม่เข้าไปยึดถืออยู่

แปลง  อาน เป็น  อีน  เช่น 

อาสีโน (อาส) นั่งอยู่

 

ตัวอย่างการแจกศัพท์ที่ลง อนฺต ปัจจัย ปุงลิงค์  ที่แจกอย่าง ภควนฺตุ  
เฉพาะปฐมาวิภัตติ เอกวจนะ แจกอย่าง ภวนฺต (เป็นรูป -ํ) 
(ส่วนที่เป็นตัวหนา คือ แสดงรูปที่แจกแตกต่างจากการแจกอย่าง ชน)

วทนฺต (วท-อนฺต กล่าวอยู่)  ในปุงลิงค์ แจกอย่าง ภควนฺตุ (เฉพาะ ป. เอก. เป็นรูป -ํ )

ป. 
ทุ. 
ต. 
จ. 
ปญ. 
ฉ. 
ส. 
อา.
วทํ 
วทนฺตํ 
วทตา 
วทโต 
วทตา 
วทโต 
วทติ วทนฺเต 
วท วทํ
วทนฺตา วทนฺโต 
วทนฺเต วทนฺโต* 
วทนฺเตหิ วทนฺเตภิ 
วทตํ วทนฺตานํ 
วทนฺเตหิ วทนฺเตภิ 
วทตํ วทนฺตานํ 
วทนฺเตสุ 
วทนฺตา วทนฺโต

กโรนฺต (กร-โอ-อนฺต ทำอยู่)  ในปุงลิงค์ แจกอย่าง ภควนฺตุ (เฉพาะ ป. เอก. เป็นรูป -ํ)

ป. 
ทุ. 
ต. 
จ. 
ปญ. 
ฉ. 
ส. 
อา.
กรํ 
กโรนฺตํ 
กรตา 
กรโต 
กรตา 
กรโต 
กรติ กโรนฺเต 
กร กรํ
กโรนฺตา กโรนฺโต 
กโรนฺเต กโรนฺโต* 
กโรนฺเตหิ กโรนฺเตภิ 
กรตํ กโรนฺตานํ 
กโรนฺเตหิ กโรนฺเตภิ 
กรตํ กโรนฺตานํ 
กโรนฺเตสุ 
กโรนฺตา กโรนฺโต

สนฺต (อส-อนฺต) ลบต้นธาตุ  มีอยู่, เป็นอยู่   ในปุงลิงค์ แจกอย่าง ภควนฺตุ (เฉพาะ ป. เอก. เป็นรูป -ํ)

ป. 
ทุ. 
ต. 
จ. 
ปญ. 
ฉ. 
ส. 
อา.
สตํ 
สนฺตํ 
สตา 
สโต 
สตา 
สโต 
สติ สนฺเต 
สต สตํ
สนฺตา สนฺโต 
สนฺเต สนฺโต
สนฺเตหิ สนฺเตภิ 
สตํ   สนฺตานํ 
สนฺเตหิ สนฺเตภิ 
สตํ สนฺตานํ 
สนฺเตสุ 
สนฺตา สนฺโต

* ในไวยากรณ์ใหญ่ ไม่มีรูปนี้

 

ตัวอย่างที่ใช้

  • เอวํ สนฺเต/สติ. (เอวํ ภาเว ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้น  สนฺเต/สติ มีอยู่)
  • ตโยเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ.  ภิกษุทั้งหลาย บุคคล 3 จำพวกนี้ มีอยู่ มี(ปรากฏ)อยู่ ในโลก.

 

สนฺต (สม-ต) ปุงลิงค์  ผู้สงบแล้ว, สัตบุรุษ, คนดี 
แจกวิภัตติเฉพาะตัว  คือบางวิภัตติ แจกอย่าง ภควนฺตุ (เฉพาะ ป. เอก. เป็นรูป -ํ)  บางวิภัตติแจกอย่าง ชน

ป. 
ทุ. 
ต. 
จ. 
ปญ. 
ฉ. 
ส. 
อา.
สํ สนฺโต 
สนฺตํ 
สตา สนฺเตน 
สโต สนฺตสฺส 
สตา สนฺตา สนฺตมฺหา สนฺตสฺมา (สพฺภา
สโต สนฺตสฺส 
สติ สนฺเต สนฺตมฺหิ สนฺตสฺมึ 
สํ ส สา
สนฺตา สนฺโต 
สนฺเต 
สนฺเตหิ สพฺภิ 
สตํ สนฺตานํ 
สนฺเตหิ สพฺภิ 
สตํ สนฺตานํ 
สนฺเตสุ 
สนฺตา สนฺโต

ตัวอย่างที่ใช้

  • ฐาตุ จิรํ สตํ ธมฺโม. ขอธรรมของสัตบุรุษ จงยั่งยืนนาน.
  • สทฺธมฺโม สพฺภิ รกฺขิโต. พระสัทธรรม อันสัตบุรุษ รักษาแล้ว.
  • สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ. สัตบุรุษแล ย่อมสนทนาด้วยสัตบุรุษ. (สัตบุรุษกับสัตบุรุษเท่านั้นรู้กันได้)