นามกิตก์

ข้อมูลในหน้านี้รอรับการปรับปรุง เพิ่มเติม

ความหมาย วิธีลงปัจจัยนามกิตก์    
สาธนะ กิตปัจจัย กิจจปัจจัย กิตกิจจปัจจัย
รูปวิเคราะห์ กฺวิ ปัจจัย ข ปัจจัย อ ปัจจัย
สาธนะ รายละเอียด ณี ปัจจัย ณฺย ปัจจัย อิ ปัจจัย
ข้อสังเกต ณุวุ ปัจจัย   ณ ปัจจัย
รูปแบบการตั้งรูปวิเคราะห์ใน 7 สาธนะ ตุ ปัจจัย   ติ ปัจจัย
ตัวอย่างการตั้งรูปวิเคราะห์  ทุกรูป ทุกสาธนะ รู ปัจจัย   ยุ ปัจจัย
วิธีตั้งวิเคราะห์ ใน 7 สาธนะ     ตเว ปัจจัย
      ตุํ ปัจจัย

กิตก์ที่เป็นนามนามหรือคุณนาม เรียกว่า นามกิตก์

กิริยากิตก์ จัดเป็น วาจก  และมีปัจจัยเป็นเครื่องบอกวาจก
นามกิตก์ จัดเป็น สาธนะ  และมีปัจจัยเป็นเครื่องบอกสาธนะ

เมื่อนำธาตุ มาลงปัจจัยนามกิตก์ และลงวิภัตตินาม  ก็สำเร็จเป็นนามกิตก์ได้ 

กร (ทำ)       +     ณฺวุ             +      สิ         =  การโก (ผู้ทำ)
  ธาตุ             ปัจจัยนามกิตก์     วิภัตตินาม
                             |                    |
                          สาธนะ          ลิงค์ วจนะ (อายตนิบาต)

แต่ศัพท์นามกิตก์นี้จะเป็นสาธนะอะไร ก็ขึ้นอยู่กับว่าลงปัจจัยพวกไหน เช่น 

ถ้าลง กิตปัจจัย (กฺวิ ณี ณฺวุ ตุ รู) เป็น กัตตุสาธนะ อย่างเดียว
ลง กิจจปัจจัย (ข ณฺย) เป็น กัมมสาธนะ และ ภาวสาธนะ
ลง กิตกิจจปัจจัย (อ อิ ณ ตเว ติ ตุํ ยุ) เป็นได้ทั้ง 7 สาธนะ

 

1. กิตปัจจัย 5 : กฺวิ ณี ณฺวุ ตุ รู เป็นเครื่องหมาย กัตตุรูป
2. กิจจปัจจัย 2 : ข ณฺย เป็นเครื่องหมาย กัมมรูป และ ภาวรูป
3. กิตกิจจปัจจัย 7 : อ อิ ณ ตเว ติ ตุํ ยุ เป็นเครื่องหมาย กัตตุรูป กัมมรูป และ ภาวรูป

 

สาธนะ คือ ศัพท์ที่สำเร็จมาจากรูปวิเคราะห์*   แบ่งเป็น 7 คือ

1. กัตตุสาธนะ เป็นชื่อของผู้ทำ เช่น  ทายโก (ชโน) ผู้ให้
2. กัมมสาธนะ เป็นชื่อของผู้ถูกทำ เช่น  ทานํ (วตฺถุ) วัตถุที่ให้
3. ภาวสาธนะ บอกกิริยาอาการ เช่น  ทานํ การให้
4. กรณสาธนะ เป็นชื่อของเครื่องทำ เช่น  ทานา (เจตนา) เครื่องให้
5. สัมปทานสาธนะ เป็นชื่อของผู้รับมอบ เช่น  สมฺปทาโน (ปุคฺคโล) ผู้รับมอบ
6. อปาทานสาธนะ เป็นชื่อของที่ที่จากไป เช่น  ปภโว (ปพฺพโต) ที่เกิดก่อน
7. อธิกรณสาธนะ เป็นชื่อของสถานที่ เวลา ที่ทำ เช่น  ทานา (สาลา) สถานที่ให้

นามกิตก์ที่เป็น ภาวสาธนะ  เป็นนามนาม  แปลออกสำเนียงอายตนิบาตได้
นามกิตก์อีก 6 สาธนะที่เหลือ เป็นคุณนาม*  ใช้เป็นบทวิเสสนะของนามนามอื่น  (บทนามนามอื่น เรียกว่า อัญญบท)
(* ถ้าใช้เป็นนามนาม ก็แปลออกสำเนียงอายตนิบาตได้เช่นกัน)

[สาธนะนั้น สำเร็จมาจากรูปวิเคราะห์  และ รูปวิเคราะห์ ก็คือการเอาสาธนะมาแยก (วิคฺคห) ธาตุ ปัจจัย บทหน้า มาประกอบเป็นรูปประโยคตามวาจกต่างๆ   
วิคฺคห (วิคฺรห)= วิเคราะห์ แปลว่า แยก   สงฺคห (สมฺคฺรห) = สงเคราะห์ หรือ สังเคราะห์ แปลว่า รวม]

รูปวิเคราะห์ คือ การแยกธาตุ ปัจจัย บทหน้า ของสาธนะ (ศัพท์นามกิตก์) ออกจากกัน
แล้วนำมาประกอบเป็นกิริยาอาขยาต กิริยากิตก์ ตามวาจกต่างๆ  หรือเป็นนามกิตก์เช่นเดิมบ้าง

รูปวิเคราะห์แห่งสาธนะ จัดเป็น 3 คือ

  1. วิเคราะห์เป็น กัตตุวาจก และ เหตุกัตตุวาจก    เรียกว่า กัตตุรูป
  2. วิเคราะห์เป็น กัมมวาจก และ เหตุกัมมวาจก    เรียกว่า กัมมรูป
  3. วิเคราะห์เป็น ภาววาจก                              เรียกว่า ภาวรูป

ตัวอย่าง   ทายโก ผู้ให้      ตั้งวิเคราะห์  ว่า  เทตีติ  ทายโก  (ชโน)  ชน ใด ย่อมให้  เหตุนั้น ชน นั้น ชื่อว่า ผู้ให้
        เทติ   อิติ  ทายโก    (ชโน)
           |              |          |
     รูปวิเคราะห์    สาธนะ   อัญญบท

เทติ อิติ  เป็นรูปวิเคราะห์   ทายโก  เป็นสาธนะ
สาธนะ คือ ทายโก  สำเร็จมาจากรูปวิเคราะห์ คือ เทติ อิติ
ทายโก มาจาก ทา ธาตุ ในความให้  ย ปัจจัย  ณฺวุ ปัจจัยนามกิตก์  นำมาประกอบเป็นกิริยาอาขยาตในรูปวิเคราะห์ คือ เทติ
ชโน เป็นประธานของสาธนะ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อัญญบท   

ศัพท์นามกิตก์ที่เป็นคุณนาม ใช้เป็นบทวิเสสนะของนามนามอื่น เช่น
  ทายโก  ชโน  อ.ชน  ผู้ให้,    ทายกสฺส  ชนสฺส  แก่ชน  ผู้ให้

ตามตัวอย่างข้างบน  ทายโก, ทายกสฺส เป็นนามกิตก์ที่เป็นคุณนามใช้เป็นบทวิเสสนะของนามนาม  คือ   ชโน และ ชนสฺส
ดังนั้น ชโน และ ชนสฺส จึงเป็นอัญญบท   กิริยาในรูปวิเคราะห์ คือ เทติ เป็นกัตตุวาจก  ดังนั้นรูปวิเคราะห์นี้จึงเป็นกัตตุรูป

สาธนะ แบ่งเป็น 7  คือ

  1. กัตตุสาธนะ  เป็นชื่อของผู้ทำ   มีผู้ทำกิริยาในรูปวิเคราะห์ เป็นประธานของสาธนะ

1) กัตตุรูป กัตตุสาธนะ   แปลว่า “ผู้
    เทตีติ  ทายโก (ชโน)    : ..........ตีติ ......... (.........)
    โย  ชโน  เทติ  อิติ  โส  ชโน  ทายโก
    อ.ชน ใด  ย่อมให้  เหตุนั้น  อ.ชน นั้น  ชื่อว่า ผู้ให้
    ผู้ทำ (ชน) กิริยา “ให้” ในรูปวิเคราะห์   เป็นประธานของสาธนะ
2) กัตตุรูป กัตตุสาธนะ ตัสสีละ*  แปลว่า “ผู้...โดยปกติ
    ธมฺมํ  วทติ  สีเลนาติ  ธมฺมวาที (ชโน)    : ..........ติ สีเลนาติ ......... (.........)
    โย  ชโน  สีเลน  ธมฺมํ  วทติ  อิติ  โส  ชโน  ธมฺมวาที
    อ.ชน ใด  ย่อมกล่าว  ซึ่งธรรม  โดยปกติ  เหตุนั้น  อ.ชน นั้น  ชื่อว่า ผู้กล่าวซึ่งธรรมโดยปกติ
    ผู้ทำ (ชน) กิริยา “กล่าว” ในรูปวิเคราะห์   เป็นประธานของสาธนะ
    ในรูปวิเคราะห์เพิ่ม สีล ศัพท์ (ปกติ) ประกอบเป็นตติยาวิภัตติเข้ามา
    [* เรียกว่า กัตตุรูป กัตตุสาธนะ ลงในอรรถแห่งตัสสีละ บ้าง  กัตตุรูป สีลสาธนะ บ้าง 
    แต่อย่างหลังไม่นิยม เพราะถือว่าในสาธนะทั้ง 7 ไม่มีสาธนะที่ชือว่า สีลสาธนะ]
3) สมาสรูป กัตตุสาธนะ ตัสสีละ  แปลว่า “ผู้มีอัน (การ,ความ) ...เป็นปกติ
    ธมฺมํ  วตฺตุํ  สีลมสฺสาติ  ธมฺมวาที (ชโน)    : ..........ตุํ สีลมสฺสาติ ......... (.........)
    ธมฺมํ  วตฺตุํ  อสฺส  (ชนสฺส)  สีลํ (โหติ)  อิติ  (โส  ชโน)  ธมฺมวาที
    การกล่าว ซึ่งธรรม เป็นปกติ ของชน นั้น  เหตุนั้น  ชน นั้น ชื่อว่า ผู้มีการกล่าวซึ่งธรรมเป็นปกติ
    ผู้ทำ (ชน) กิริยา “กล่าว” ในรูปวิเคราะห์   เป็นประธานของสาธนะ
    ในรูปวิเคราะห์  ธาตุประกอบด้วย ตุํ ปัจจัย ใช้เป็นประธานของประโยค
    มี สีล ศัพท์ (ปกติ) ประกอบเป็นปฐมาวิภัตติ  เป็นวิกติกัตตา
    กัตตาผู้ทำกิริยาประกอบเป็นฉัฏฐีวิภัตติเข้ากับ ต ศัพท์

  1. กัมมสาธนะ เป็นชื่อของสิ่งที่เขาทำ   มีผู้ถูกทำ (กรรม) ของกิริยาในรูปวิเคราะห์ เป็นประธานของสาธนะ
    * ใช้สกัมมธาตุอย่างเดียว

1) กัตตุรูป กัมมสาธนะ   แปลว่า “เป็นที่...”
    ปิยติ  ตนฺติ  ปิโย (ปุตฺโต)    : ..........ติ  ตนฺติ ......... (.........)
    ปิตา  ตํ  ปุตฺตํ  ปิยติ  อิติ  โส  ปุตฺโต  ปิโย
    บิดา  ย่อมรัก  ซึ่งบุตร นั้น  เหตุนั้น  บุตร นั้น  ชื่อว่า เป็นที่รัก (แห่งบิดา)
    ผู้ถูกทำ (บุตร) ของกิริยา “รัก” ในรูปวิเคราะห์ เป็นประธานของสาธนะ
    ในรูปวิเคราะห์  มีผู้ถูกทำเป็นทุติยาวิภัตติเข้ากับ ต ศัพท์
2) กัมมรูป กัมมสาธนะ   แปลว่า  “อันเขา...”,   “เป็นที่อันเขา...”
    ปิยิยเตติ  ปิโย (ปุตฺโต)    : ..........-ิยเตติ ......... (.........)
    โย  ปุตฺโต  เตน  ปิยิยเต  อิติ  โส  ปุตฺโต   ปิโย
    บุตร ใด  อันบิดา  ย่อมรัก  เหตุนั้น  บุตร นั้น  ชื่อว่า อันเขารัก,  เป็นที่อันเขารัก (แห่งบุตร)
    ผู้ถูกทำ (บุตร) ของกิริยา “รัก” ในรูปวิเคราะห์ เป็นประธานของสาธนะ
3) กัมมรูป กัมมสาธนะ  ที่ตั้งวิเคราะห์โดยใช้กิริยากิตก์ ตพฺพ ปัจจัย  แปลว่า “อันเขาพึง..”,  “เป็นที่อันเขาพึง..”
    กาตพฺพนฺติ  กิจฺจํ  (กมฺมํ)    : .........ตพฺโพติ, ตพฺพาติ, ตพฺพนฺติ ......... (.........)
    ยํ  กมฺมํ  เตน  กาตพฺพํ  อิติ  ตํ  กมฺมํ  กิจฺจํ
    กรรม ใด อันเขา พึงทำ  เหตุนั้น  กรรม นั้น  ชื่อว่า อันเขาพึงทำ, เป็นที่อันเขาพึงทำ (แห่งกรรม)

  1. ภาวสาธนะ  บอกกิริยา คือความทำ
    * เป็น ภาวรูป ภาวสาธนะ เท่านั้น   แปลว่า  “ความ...”,  “การ...”,  “อัน...”

1) รูปวิเคราะห์เป็นกิริยาอาขยาต ใช้อกัมมธาตุอย่างเดียว
    คจฺฉยเตติ  คมนํ    : ..........ยเตติ .........
    เตน  คจฺฉยเต  เหตุนั้น  อิติ  คมนํ
    อันเขา  ย่อมไป  ชื่อว่า คมนะ (การไป)
2) รูปวิเคราะห์เป็นกิริยากิตก์ ใช้อกัมมธาตุอย่างเดียว
    คนฺตพฺพนฺติ  คมนํ    : .........ตพฺพนฺติ .........
    เตน  คนฺตพฺพํ  อิติ  คมนํ
    อันเขา  พึงไป  เหตุนั้น  ชื่อว่า คมนะ (การไป)
3) รูปวิเคราะห์เป็นนามกิตก์ (ลง ยุ ปัจจัย)  ใช้อกัมมธาตุ หรือ สกัมมธาตุก็ได้
    คมนํ  คมนํ    : .........นํ, ณํ   .........    การไป  ชื่อว่า คมนะ (การไป)
    ปจนํ  ปาโก  : .........นํ, ณํ   .........    การหุง  ชื่อว่า ปากะ (การหุง)

  1. กรณสาธนะ  เป็นชื่อของเครื่องทำ   มีเครื่องทำ ของกิริยาในรูปวิเคราะห์ เป็นประธานของสาธนะ

1) กัตตุรูป กรณสาธนะ   แปลว่า  “เป็นเครื่อง...”,  “เป็นเหตุ...”
    พนฺธติ  เตนาติ  พนฺธนํ (วตฺถุ)    : ..........ติ  เตนาติ, ตายาติ ......... (.........)
    ชโน  เตน  วตฺถุนา  พนฺธติ  อิติ  ตํ  วตฺถุ  พนฺธนํ
    ชน  ย่อมผูก  ด้วยวัตถุ นั้น  เหตุนั้น  วัตถุ นั้น ชื่อว่า เป็นเครื่องผูก, เป็นเหตุผูก (แห่งชน)
    เครื่องทำ (วตฺถุ) ของกิริยา “ผูก” ในรูปวิเคราะห์   เป็นประธานของสาธนะ
    ในรูปวิเคราะห์  มีเครื่องทำเป็นตติยาวิภัตติเข้ากับ ต ศัพท์
2) กัมมรูป กรณสาธนะ   แปลว่า  “เป็นเครื่องอันเขา...”,  “เป็นเหตุอันเขา...”
    พนฺธิยเต  เตนาติ  พนฺธนํ (วตฺถุ)    : ..........-ิยเต  เตนาติ, ตายาติ ......... (.........)
    (เตน  รุกฺโข)  เตน  วตฺถุนา  พนฺธิยเต   อิติ  ตํ  วตฺถุ  พนฺธนํ
    ต้นไม้  อันเขา ย่อมผูก ด้วยวัตถุ นั้น  เหตุนั้น วัตถุ นั้น ชื่อว่า เป็นเครื่องอันเขาผูก, เป็นเหตุอันเขาผูก (แห่งต้นไม้)

  1. สัมปทานสาธนะ   เป็นชื่อของผู้รับมอบ   มีผู้รับมอบ ของกิริยาในรูปวิเคราะห์ เป็นประธานของสาธนะ
    * ใช้สกัมมธาตุ ทา ธาตุ อย่างเดียว

1) กัตตุรูป สัมปทานสาธนะ   แปลว่า  “เป็นที่...”
    สมฺปเทติ  ตสฺสาติ  สมฺปทาโน (ปุคฺคโล)    : ..........ติ  ตสฺสาติ ......... (.........)
    ชโน  ตสฺส  ปุคฺคลสฺส  สมฺปเทติ  อิติ  โส  ปุคฺคโล  สมฺปทาโน
    ชน  ย่อมมอบให้  แก่บุคคล นั้น  เหตุนั้น  บุคคล นั้น ชื่อว่า เป็นที่มอบให้ (แห่งชน)
    ผู้รับมอบ (ปุคฺคล) ของกิริยา “มอบให้” ในรูปวิเคราะห์   เป็นประธานของสาธนะ
    ในรูปวิเคราะห์  มีผู้รับมอบเป็นจตุตถีวิภัตติเข้ากับ ต ศัพท์
2) กัมมรูป สัมปทานสาธนะ   แปลว่า  “เป็นที่อันเขา...”
    สมฺปทิยเต  ตสฺสาติ  สมฺปทาโน (ปุคฺคโล)    : ............-ิยเต  ตสฺสาติ ......... (.........)
    (เตน  สกฺกาโร)  ตสฺส  ปุคฺคลสฺส  สมฺปทิยเต  อิติ  โส  ปุคฺคโล  สมฺปทาโน
    สักการะ อันเขา ย่อมมอบให้  แก่บุคคล นั้น  เหตุนั้น  บุคคล นั้น ชื่อว่า เป็นที่อันเขามอบให้ (แห่งสักการะ)

  1. อปาทานสาธนะ  เป็นชื่อของที่ที่จากไป  มีที่ที่จากไป ของกิริยาในรูปวิเคราะห์ เป็นประธานของสาธนะ
    * ใช้อกัมมธาตุอย่างเดียว

เป็น กัตตุรูป อปาทานสาธนะ เท่านั้น  แปลว่า  “เป็นแดน...”
สรติ  ตสฺมาติ  ปภสฺสโร  (เทวกาโย)     : ..........ติ  ตสฺมาติ, ตายาติ ......... (.........)
ปภา   ตสฺมา เทวกายสฺมา  สรติ  อิติ   โส เทวกาโย  ปภสฺสโร
รัศมี  ย่อมซ่านออก  จากกายของเทวดา นั้น   เหตุนั้น กายของเทวดา นั้น  ชื่อว่า เป็นแดนซ่านออก (แห่งรัศมี)
ที่ที่จากไป (เทวกาย) ของกิริยา “ซ่านออก” ในรูปวิเคราะห์   เป็นประธานของสาธนะ
ในรูปวิเคราะห์  มีที่ที่จากไป เป็นปัญจมีวิภัตติเข้ากับ ต ศัพท์

  1. อธิกรณสาธนะ  เป็นชื่อของที่ทำ (สถานที่ทำ เวลาที่ทำ)   มีที่ทำ ของกิริยาในรูปวิเคราะห์ เป็นประธานของสาธนะ

1) กัตตุรูป อธิกรณสาธนะ   แปลว่า  “เป็นที่...”
    นิสีทติ  เอตฺถาติ  นิสีทนํ  (ฐานํ)    : ............ติ  เอตฺถาติ ......... (.........)
    ชโน  เอตฺถ  ฐาเน  นิสีทติ  อิติ  เอตํ  ฐานํ  นิสีทนํ
    ชน  ย่อมนั่ง  ในที่ นั่น  เหตุนั้น   ที่ นั่น  ชื่อว่า เป็นที่นั่ง (แห่งชน)
    ที่ทำ (ฐาน) ของกิริยา “นั่ง” ในรูปวิเคราะห์  เป็นประธานของสาธนะ
    ในรูปวิเคราะห์  มีที่ทำ เป็นสัตตมีวิภัตติเข้ากับ เอตฺถ ศัพท์
2) กัมมรูป อธิกรณสาธนะ   แปลว่า  “เป็นที่อันเขา...”
    สุณิยเต  เอตฺถาติ  สวโน (กาโล)    : ............-ิยเต  เอตฺถาติ ......... (.........)
    (ชเนหิ  ธมฺโม)  เอตฺถ  กาเล  สุณิยนฺเต  อิติ  เอโส กาโล  สวโน
    (ธรรม  อันชน ท.) ย่อมฟัง  ในกาล นั่น  เหตุนั้น  กาล นั่น  ชื่อว่า เป็นที่อันเขาฟัง (แห่งธรรม)
    ที่ทำ (กาล) ของกิริยา “ฟัง” ในรูปวิเคราะห์  เป็นประธานของสาธนะ

ข้อสังเกต

  1. สัมปทานสาธนะ และ อปาทานสาธนะ มีที่ใช้น้อย
  2. สกัมมธาตุเป็นได้ 3 รูป (เฉพาะภาวรูป ใช้ได้แต่รูปวิเคราะห์ที่เป็นนามกิตก์)  6 สาธนะ (เว้นอปาทานสาธนะ)
    อกัมมธาตุเป็นได้  2 รูป (กัตตุรูป กับ ภาวรูป)  5 สาธนะ  (เว้นกัมมสาธนะ และสัมปทานสาธนะ)
  3. ภาววาจก  ในกิริยาอาขยาต กิริยากิตก์  ใช้ อกัมมธาตุเท่านั้น
    ภาวสาธนะ    ที่รูปวิเคราะห์เป็นกิริยาอาขยาต กิริยากิตก์  ใช้ อกัมมธาตุ เท่านั้น
                    ที่รูปวิเคราะห์เป็นนามกิตก์  ใช้ได้ทั้ง สกัมมธาตุ และ อกัมมธาตุ
  4. เวลาแปล  รูปวิเคราะห์ที่ต้องใส่ ย ต สัพพนามเพิ่มเข้ามา  มี 3  คือ
    กัตตุรูป  กัตตุสาธนะ
    กัตตุรูป  กัตตุสาธนะ  ลงในอรรถแห่งตัสสีละ
    กัมมรูป  กัมมสาธนะ
    ย ใส่ด้านรูปวิเคราะห์   ต ใส่ด้านสาธนะ   และพึงใส่ให้ตรงกับลิงค์ของนามนามด้วย  เช่น
             ปุงลิงค์       อิตถีลิงค์       นปุงสกลิงค์
    เอก.   โย  โส          ยา  สา        ยํ      ตํ
    พหุ.    เย  เต           ยา  ตา        ยานิ  ตานิ
        นอกนั้น เวลาแปล ให้ใส่เพิ่ม ต ด้านสาธนะอย่างเดียว
  5. นามกิตก์ที่มีศัพท์เกี่ยวกับกาลเวลา สถานที่ เป็นอัญญบท มักเป็นอธิกรณสาธนะ
      เวลา เช่น  กาโล, เวลา, ทิวโส ทิวสํ, สํวจฺฉโร สํวจฺฉรํ, อุตุ (ปุํ. นปุํ.), วสฺสํ, สมโย, รตฺติ 
      สถานที่  เช่น  ฐานํ, ปเทโส, เคหํ 
  6. วิธีสังเกตศัพท์นามกิตก์ ว่าเป็นสาธนะใด
    1. สังเกตที่ ปัจจัย
      กิตปัจจัย เป็นกัตตุสาธนะอย่างเดียว
      กิจจปัจจัย เป็นได้ 2 สาธนะ  คือ  กัมมสาธนะ และ ภาวสาธนะ
      กิตปัจจัย  เป็นได้ทั้ง 7 สาธนะ
    2. สังเกตที่ ธาตุ
      สกัมมธาตุเป็นได้ 6 สาธนะ  คือ เว้นอปาทานสาธนะ
      อกัมมธาตุเป็นได้ 5 สาธนะ  คือ เว้นกัมมสาธนะ และ สัมปทานสาธนะ
    3. สังเกตที่ อัญญบท
      โดยนำคำแปลของธาตุ  จากศัพท์นามกิตก์ (สาธนะ) มาแปลเข้ากับอัญญบท 
      ถ้าคำแปลสำเนียงอายตนิบาตใดฟังแล้วเข้ากับกิริยานั้นดี  ก็แสดงว่าเป็นสาธนะนั้นๆ  เช่น
      สมฺปทาโน (ปุคฺคโล)
      สมฺปทาโน  มาจาก สํ  ป บทหน้า  ทา ธาตุ  “ให้”
      ถ้าแปลว่า “บุคคล ให้”       บุคคล เป็นผู้ทำกิริยาให้  แสดงว่าศัพท์นามกิตก์นี้เป็นกัตตุสาธนะได้
      ถ้าแปลว่า “ให้ ซึ่งบุคคล”    บุคคล เป็นผู้ถูกให้ แสดงว่าศัพท์นามกิตก์นี้เป็นกัมมสาธนะได้
      ถ้าแปลว่า “ให้ ด้วยบุคคล”  บุคคล เป็นเครื่องให้ แสดงว่าศัพท์นามกิตก์นี้เป็นกรณสาธนะได้
      ถ้าแปลว่า “ให้ แก่บุคคล”    บุคคล เป็นผู้รับมอบให้ แสดงว่าศัพท์นามกิตก์นี้เป็นสัมปทานสาธนะได้
      ถ้าแปลว่า “ให้ จากบุคคล”  บุคคล เป็นแดนจากไป ของกิริยาให้ แสดงว่าศัพท์นามกิตก์นี้เป็นอปาทานสาธนะได้
      ถ้าแปลว่า “ให้ ที่บุคคล”     บุคคล เป็นที่ให้ แสดงว่าศัพท์นามกิตก์นี้เป็นอธิกรณสาธนะได้
      แต่ถ้าศัพท์นามกิตก์นั้นไม่มีอัญญบท  แสดงว่านามกิตก์นั้นเป็นภาวสาธนะ
    4. สังเกตที่ คำแปลสาธนะ  ว่าคำแปลนั้นๆ เป็นคำแปลของสาธนะอะไร 
      (เฉพาะคำแปลว่า  “เป็นที่” “เป็นที่อันเขา”   มีใน 3 สาธนะ)
    5. สังเกตที่ รูปวิเคราะห์  รูปวิเคราะห์จะเป็นเครื่องบอกได้แน่นอนว่า ศัพท์นามกิตก์ศัพท์นั้นๆ เป็นสาธนะอะไร
      ตัวอย่าง    สยนํ (มญฺจกํ)  อ.เตียง เป็นที่นอน   สี ธาตุในความนอน  ลง ยุ ปัจจัย
      สยนํ  ลง ยุ ปัจจัย เป็นได้ทุกสาธนะ
      สี ธาตุในความนอน เป็นอกัมมธาตุ เป็นได้ 5 สาธนะ คือ กัตตุ-กรณ-ภาว-อปาทาน-อธิกรณสาธนะ
      คำแปลว่า “เป็นที่” เป็นได้ 3 สาธนะ
      ถ้าให้รูปวิเคราะห์มาว่า  สยนฺติ  เอตฺถาติ  แสดงว่าเป็นอธิกรณศัพท์สาธนะ (ดูจาก เอตฺถ)
        –    วิเคราะห์เป็นกัมมรูป   สาธนะมีคำแปลว่า “อันเขา”
        –    สาธนะที่แปลว่า  “เป็นที่...” (กัตตุรูป) “เป็นที่อันเขา...” (กัมมรูป) 
      มี 3 สาธนะ คือ กัมมสาธนะ สัมปทานสาธนะ และอธิกรณสาธนะ
      -    วิเสสนสัพพนามในรูปวิเคราะห์ทั้งหลาย จะใช้ ต  เอต  หรือ  อิม ศัพท์ ศัพท์ก็ได้ 
           และประกอบเป็นพหุวจนะก็ได้  เช่น  เต, ตานิ, เอเต, เอตานิ  เป็นต้น 
           ในอธิกรณสาธนะนิยมใช้ เอตฺถ แทน (เป็นอัพยยะ ใช้ได้กับทุกลิงค์)
      -    วิเคราะห์เป็นกัตตุรูป    มีใน 6 สาธนะ (คือเว้นภาวสาธนะ)
           วิเคราะห์เป็นกัมมรูป    มีใน 4 สาธนะ (คือเว้นกัตตุสาธนะ ภาวสาธนะ และ อปาทานสาธนะ)
           วิเคราะห์เป็นภาวรูป    มีในภาวสาธนะเท่านั้น

รูปแบบการตั้งรูปวิเคราะห์ใน 7 สาธนะ

  รูป       สาธนะ รูปวิเคราะห์    สาธนะ    อัญญบท คำแปลสาธนะ
1. กัตตุรูป กัตตุสาธนะ ......    -ตีติ ......... (.........) “ผู้”
  กัตตุรูป กัตตุสาธนะ ตัสสีละ ......    -ติ  สีเลนาติ ......... (.........) “ผู้...โดยปกติ”
  สมาสรูป กัตตุสาธนะ ตัสสีละ ......    -ตุํ  สีลมสฺสาติ ......... (.........) “ผู้มีอัน...เป็นปกติ”
2. กัตตุรูป กัมมสาธนะ ......    -ติ  ตนฺติ ......... (.........) “เป็นที่...”
  กัมมรูป กัมมสาธนะ ......    -อิยเตติ ......... (.........) “อันเขา...”,   “เป็นที่อันเขา...”
  กัมมรูป กัมมสาธนะ ......    -ตพฺโพติ, -ตพฺพาติ, -ตพฺพนฺติ ... (...) “อันเขาพึง...”, “เป็นที่อันเขาพึง...”
3. ภาวรูป ภาวสาธนะ ......    -ยเตติ ......... “ความ...”,  “การ...”,  “อัน...”
    ......    -ตพฺพนฺติ .......  
    ......    -นํ, -ณํ   .........  
4. กัตตุรูป กรณสาธนะ ......    -ติ  เตนาติ, ตายาติ ......... (.....) “เป็นเครื่อง...”,  “เป็นเหตุ...”
  กัมมรูป กรณสาธนะ ......    -อิยเต  เตนาติ, ตายาติ .... (.....) “เป็นเครื่องอันเขา...”, “เป็นเหตุอันเขา...”
5. กัตตุรูป สัมปทานสาธนะ ......    -ติ  ตสฺสาติ ......... (.........) “เป็นที่...”
  กัมมรูป สัมปทานสาธนะ ......    -อิยเต  ตสฺสาติ ......... (.........) “เป็นที่อันเขา...”
6. กัตตุรูป อปาทานสาธนะ ......    -ติ  ตสฺมาติ, ตายาติ ........ (.........) “เป็นแดน...”
  กัตตุรูป อธิกรณสาธนะ ......    -ติ  เอตฺถาติ ......... (.........) “เป็นที่...”
7. กัมมรูป อธิกรณสาธนะ ......    -อิยเต  เอตฺถาติ ......... (.........) “เป็นที่อันเขา...”

 

ตัวอย่างการตั้งรูปวิเคราะห์  ทุกรูป ทุกสาธนะ

1. กัตตุรูป กัตตุสาธนะ เทตีติ  ทายโก (ชโน)  
  กัตตุรูป กัตตุสาธนะ ตัสสีละ ธมฺมํ  วทติ  สีเลนาติ  ธมฺมวาที (ชโน)  
  สมาสรูป กัตตุสาธนะ ตัสสีละ ธมฺมํ  วตฺตุํ  สีลมสฺสาติ  ธมฺมวาที (ชโน)  
2. กัตตุรูป กัมมสาธนะ ปิยติ  ตนฺติ  ปิโย (ปุตฺโต) สกัมมธาตุ
  กัมมรูป กัมมสาธนะ ปิยิยเตติ  ปิโย (ปุตฺโต)
  กัมมรูป กัมมสาธนะ กาตพฺพนฺติ  กิจฺจํ  (กมฺมํ)
3. ภาวรูป ภาวสาธนะ คจฺฉยเตติ  คมนํ อกัมมธาตุ
    คนฺตพฺพนฺติ  คมนํ
    คมนํ  คมนํ, ปจนํ  ปาโก  
4. กัตตุรูป กรณสาธนะ พนฺธติ  เตนาติ  พนฺธนํ (วตฺถุ)  
  กัมมรูป กรณสาธนะ พนฺธิยเต  เตนาติ  พนฺธนํ (วตฺถุ)  
5. กัตตุรูป สัมปทานสาธนะ สมฺปเทติ  ตสฺสาติ  สมฺปทาโน (ปุคฺคโล) สกัมมธาตุ
  กัมมรูป สัมปทานสาธนะ สมฺปทิยเต  ตสฺสาติ  สมฺปทาโน (ปุคฺคโล)
6. กัตตุรูป อปาทานสาธนะ สรติ  ตสฺมาติ  ปภสฺสโร (เทวกาโย)   อกัมมธาตุ
7. กัตตุรูป อธิกรณสาธนะ นิสีทติ  เอตฺถาติ  นิสีทนํ  (ฐานํ)  
  กัมมรูป อธิกรณสาธนะ สุณิยเต  เอตฺถาติ  สวโน (กาโล)  


วิธีตั้งวิเคราะห์ ใน 7 สาธนะ  (ดู รูปแบบการตั้งรูปวิเคราะห์ใน 7 สาธนะ ประกอบด้วย)

  1. ตั้งวิเคราะห์เป็นกัตตุรูป  ให้แยกธาตุของนามกิตก์ มาประกอบเป็นกิริยาอาขยาต กัตตุวาจก หรือ เหตุกัตตุวาจก  ลง ติ อนฺติ วิภัตติวัตตมานาเท่านั้น
  2. ตั้งวิเคราะห์เป็นกัมมรูป  ให้แยกธาตุของนามกิตก์ มาประกอบเป็นกิริยาอาขยาต กัมมวาจก
    ถ้านามกิตก์นั้นมีคำแปลว่า “พึง”  ให้ประกอบธาตุเป็นกิริยากิตก์ ตพฺพ ปัจจัย  ลงวิภัตตินามให้ตรงกับลิงค์และวจนะของอัญญบท
      • ใส่ อิติ ศัพท์ ในระหว่างรูปวิเคราะห์กับสาธนะ เสมอ  (ยกเว้นภาวสาธนะ ที่รูปวิเคราะห์เป็นนามกิตก์ ยุ ปัจจัย)
  3. ตั้งวิเคราะห์เป็นภาวรูป
    1. ถ้าศัพท์นามกิตก์นั้นใช้ อกัมมธาตุ ให้แยกธาตุมาประกอบเป็นกิริยาอาขยาต ภาววาจก หรือ ประกอบเป็นกิริยากิตก์ ตพฺพ ปัจจัย ปฐมา. นปุํ. เอก. (มีรูปเป็น  -ตพฺพํ อย่างเดียว) หรือ ประกอบเป็นนามกิตก์ ยุ ปัจจัย  เป็นนามนาม เอกวจนะ ตามลิงค์ที่ใช้กันอยู่
    2. ถ้าศัพท์นามกิตก์นั้นใช้ สกัมมธาตุ ให้แยกธาตุมาประกอบเป็นนามกิตก์อย่างเดียว ลง ยุ ปัจจัย  เป็นนามนาม เอกวจนะ ตามลิงค์ที่ใช้กันอยู่
  4. ถ้านามกิตก์นั้นมีบทหน้า
    1. บทหน้าเป็นนามนาม สัพพนาม แปลออกสำเนียงวิภัตติใด ให้แยกออกมาประกอบเป็นวิภัตตินั้น 
      ยกเว้นบทหน้าแปลออกสำเนียงฉัฏฐีวิภัตติ   ให้แยกออกมาประกอบเป็นปฐมาวิภัตติ  
      กุมฺภํ  กโรตีติ  กุมฺภกาโร (ชโน)    
      กมฺมํ  กโรตีติ  กมฺมกาโร (ชโน)
      อุเรน  คจฺฉตีติ  อุรโค (สตฺโต)
      อรุโณ  อุคฺคจฺฉติ  เอตฺถาติ  อรุณุคฺคมโน (กาโล)
      สพฺพํ  ชานาตีติ  สพฺพญฺญู (ภควา)
    2. บทหน้าเป็นกิริยาวิเสสนะ  แยกออกมาประกอบเป็นทุติยาวิภัตติ เอกวจนะ ตามเดิม    
      และกิริยาวิเสสนะนี้แปลไม่ออกสำเนียงวิภัตติ   เช่น
      ตุรํ  คจฺฉตีติ  ตุรโค (สตฺโต)
    3. บทหน้าเป็นอุปสัค  ให้ประกอบเข้ากับธาตุเลย เช่น  อภิภวตีติ  อภิภู (ภควา)
    4. บทหน้าเป็นนิบาต  ให้แยกออกมาเป็นรูปเดิม  เช่น  สยํ  ภวตีติ  สยมฺภู (ภควา)

วิธีลงปัจจัยนามกิตก์

ปัจจัยนามกิตก์ มี 14 ตัว

  1. กิตปัจจัย เป็นเครื่องหมาย กัตตุสาธนะ   มี 5 คือ  กฺวิ  ณี  ณฺวุ  ตุ  รู
  2. กิจจปัจจัย เป็นเครื่องหมาย กัมมสาธนะ และ ภาวสาธนะ  มี 2 คือ  ข  ณฺย
  3. กิตกิจจปัจจัย เป็นเครื่องหมาย สาธนะทั้ง 7   มี 7 คือ  อ  อิ  ณ  ตเว  ติ  ตุํ  ยุ

กิตปัจจัย  เป็นเครื่องหมายกัตตุสาธนะ

กฺวิ ปัจจัย เป็น กัตตุรูป กัตตุสาธนะ แปลว่า “ผู้...”
กฺวิ ปัจจัย ลงหลังธาตุที่มีบทหน้า (บทหน้าเป็นนามศัพท์บ้าง อุปสัคบ้าง นิบาตบ้าง)  เมื่อลงแล้วลบ กฺวิ เสีย
เป็นคุณนาม เป็นได้ 3 ลิงค์  เช่น วาริโช (ปุ.) วาริชา (อิต.) วาริชํ (นปุ.)
ถ้าใช้เป็นนามนามเลย คงเป็นลิงค์ใดลิงค์หนึ่งเท่านั้น เช่น สยมฺภู  อุรโค ตุรโค เป็นปุงลิงค์   ปภา วิภา เป็นอิตถีลิงค์

1. ลงหลังธาตุพยางค์เดียว  ลบ กฺวิ  เช่น
  สยมฺภู ภู สยํ  ภวตีติ  สยมฺภู (ภควา)  ผู้เป็นเอง  สยํ-ภู-กฺวิ
(โย ภควา) สยํ  ภวติ อิติ  (โส ภควา) สยมฺภู
พระผู้มีพระภาคเจ้า ใด  ย่อมเป็น เอง  เหตุนั้น  พระผู้มีพระภาคเจ้า นั้น  ชื่อว่า ผู้เป็นเอง
  สพฺพาภิภู ภู สพฺพํ  อภิภวตีติ  สพฺพาภิภู (ภควา)  ผู้ครอบงำซึ่งสิ่งทั้งปวง  สพฺพ-อภิ-ภู-กฺวิ
  อภิภู ภู อภิ  วิสิฏฺเฐน  ภวตีติ  อภิภู (พุทฺโธ)   อภิ-ภู-กฺวิ   อภิ ไขความออกเป็น วิสิฏฺเฐน
พระพุทธเจ้า ใด ย่อมเป็นยิ่ง  คือว่า โดยยิ่ง  เหตุนั้น  พระพุทธเจ้า นั้น  ชื่อว่า  ผู้เป็นยิ่ง
  มารชิ ชิ มารํ  ชินาตีติ  มารชิ (ภควา) ผู้ชนะซึ่งมาร  มาร-ชิ-กฺวิ
  ปภา ภา ปภาตีติ ปภา (ธมฺมชาติ) ผู้ส่องสว่าง, รัศมี  ป-ภา-กฺวิ
2. ลงหลังธาตุ 2 พยางค์ ให้ลบที่สุดธาตุ  แล้วลบ กฺวิ
  อนฺตโก กร อนฺตํ  กโรตีติ  อนฺตโก (มจฺจุ)  ผู้กระทำซึ่งที่สุด, ความตาย   อนฺต-กร-กฺวิ
  ภติโก ภร ภตึ กโรตีติ ภติโก (ชโน) ผู้ทำซึ่งการรับจ้าง   ภติ-กร-กฺวิ
  สงฺโข ขน สํ สุฏฺฐุ  ขนตีติ  สงฺโข (สตฺโต) ผู้ขุดดี   สํ-ขน-กฺวิ  ลบที่สุดธาตุ
สัตว์ใด  ย่อมขุด ดี  คือว่า ด้วยดี  เหตุนั้น  สัตว์นั้น  ชื่อว่า ผู้ขุดดี
  อุรโค คม อุเรน (อุรสา) คจฺฉตีติ  อุรโค (สตฺโต)  ผู้ไปด้วยอก   อุร-คม-กฺวิ
  ภุชโค คม ภุเชน คจฺฉตีติ  ภุชโค ภุชงฺโค (สตฺโต) ผู้ไปด้วยขนด, งู  ภุช-คม-กฺวิ  บทหลังลงนิคคหิตอาคม
  ตุรโค คม ตุรํ  คจฺฉตีติ  ตุรโค ตุรงฺโค (สตฺโต) ผู้ไปเร็ว, ม้า  ตุร-คม-กฺวิ  บทหลังลงนิคคหิตอาคม
  วิหโค คม วิหายเส คจฺฉตีติ วิหโค (สตฺโต) ผู้ไปในท้องฟ้า, นก  วิหายส-คม-กฺวิ
  นโค คม น คจฺฉตีติ  นโค นงฺโค ผู้ไม่ไป (คืออยู่กับที่), ต้นไม้, ภูเขา, ปราสาท
  กุญฺชโร รม กุญฺเช  รมตีติ  กุญฺชโร (สตฺโต) ผู้ยินดีในเงื้อมเขา, ช้าง  กุญฺช-รม-กฺวิ
  อตฺรโช ชน อตฺตนา ชายตีติ อตฺรโช (ปุตฺโต)  ผู้เกิดจากตน  อตฺต-ชน-กฺวิ  แปลง ต เป็น ร
  กมฺมโช ชน กมฺเมหิ ชายตีติ กมฺมโช (ชโน)  ผู้เกิดจากกรรม  กมฺม-ชน-กฺวิ
  วาริชํ ชน วาริมฺหิ ชาตํ วาริชํ (อุปฺปลํ) อันเกิดในน้ำ, (วาริโช ปลา)
  อณฺฑโช ชน อณฺฑโต ชายตีติ  อณฺฑโช ผู้เกิดจากไข่
  ชลโช ชน ชเล ชาโต ชลโช ผู้เกิดในน้ำ, ปลา, บัว
  อนุโช ชน อนุชายตีติ อนุโช ผู้เกิดภายหลัง
  ทฺวิโช ชน ทฺวิกฺขตฺตุํ ชายตีติ  ทฺวิโช ทิโช ผู้เกิดสองหน, นก, พราหมณ์
  เฉพาะ วิท ธาตุ  ไม่ลบที่สุดธาตุ  แต่ลง อู อาคม (ถ้าลง รู ปัจจัย ต้องลบที่สุดธาตุ)
  โลกวิทู วิท โลกํ  วิทตีติ  โลกวิทู (ภควา) ผู้รู้ซึ่งโลก   โลก-วิท-กฺวิ  (โลกํ เวทยติ)
  สพฺพวิทู วิท สพฺพํ  วิทตีติ  สพฺพวิทู (ภควา)  ผู้รู้ซึ่งธรรมทั้งปวง    สพฺพ-วิท-กฺวิ  (สพฺพํ เวทยติ)

 

ณี ปัจจัย
เป็น กัตตุรูป กัตตุสาธนะ ตัสสีละ แปลว่า “ผู้...โดยปกติ
เป็น สมาสรูป กัตตุสาธนะ ตัสสีละ แปลว่า “ผู้มีอัน (ความ, การ)...เป็นปกติ
ใน ปุงลิงค์ แจกอย่าง เสฏฺฐี,  
อิตถีลิงค์ ลง อินี ปัจจัย แจกอย่าง นารี, 
นปุงสกลิงค์ รัสสะ อี เป็น อิ  แจกอย่าง อกฺขิ  
(ป.เอก.  ธมฺมจารี,  ธมฺมจารินี,  ธมฺมจาริ)

ณี ปัจจัย ลงหลังธาตุที่มีบทหน้าเสมอ  แล้วลบ ณ เสีย เหลือไว้แต่ อี   
เป็นปัจจัยที่เนื่องด้วย ณ มีอำนาจให้พฤทธิ์ต้นธาตุได้

1. ธาตุพยางค์เดียว
  มญฺจสายี สี มญฺเจ  สยติ  สีเลนาติ  มญฺจสายี  ผู้นอนบนเตียงโดยปกติ  มญฺจ-สี-ณี
  ธมฺมสฺสาวี สุ ธมฺมํ  สุณาติ  สีเลนาติ  ธมฺมสฺสาวี  ผู้ฟังซึ่งธรรมโดยปกติ  ธมฺม-สุ-ณี
  วิภาวี ภู วิภาเวติ  สีเลนาติ  วิภาวี  ผู้ยังอรรถให้เป็นแจ้งโดยปกติ   วิ-ภู-ณี
 
ปัจจัยนามกิตก์ ที่เนื่องด้วย ณ เช่น ณี ณฺวุ ณ ลงท้ายธาตุพยางค์เดียว คือ อา  ให้แปลง อา เป็น อาย
  อทินฺนาทายี ทา อทินฺนํ อาทิยติ สีเลนาติ อทินฺนาทายี ผู้ถือเอาซึ่งวัตถุอันเขาไม่ให้แล้วโดยปกติ อทินฺน-อา-ทา-ณี
  มชฺชปายี ปา มชฺชํ  ปิวติ  สีเลนาติ  มชฺชปายี  ผู้ดื่มซึ่งน้ำเมาโดยปกติ  มชฺช-ปา-ณี
  อุฏฺฐายี ฐา อุฏฺฐาติ  สีเลนาติ  อุฏฺฐายี  ผู้ลุกขึ้นโดยปกติ  อุ-ฐา-ณี

2.

ธาตุสองพยางค์
  ธมฺมวาที วท ธมฺมํ วทติ  สีเลนาติ  ธมฺมวาที ผู้กล่าวซึ่งธรรมโดยปกติ  ธมฺม-วท-ณี
    วท ธมฺมํ วทิตุํ  สีลมสฺสาติ ธมฺมวาที ผู้มีการกล่าวซึ่งธรรมเป็นปกติ
  นิคฺคยฺหวาที วท นิคฺคยฺห วทติ  สีเลนาติ  นิคฺคยฺหวาที ผู้กล่าวข่มโดยปกติ  นิคฺคยฺห-วท-ณี
  มุสาวาที วท มุสา วทติ  สีเลนาติ  มุสาวาที ผู้กล่าวเท็จโดยปกติ  มุสา-วท-ณี
  ปุญฺญการี กร ปุญฺญํ  กโรติ  สีเลนาติ  ปุญฺญการี  ผู้ทำซึ่งบุญโดยปกติ  ปุญฺญ-กร-ณี
  มาลาการี กร มาลํ  กโรติ  สีเลนาติ  มาลาการี  ผู้ทำซึ่งระเบียบโดยปกติ  มาลา-กร-ณี
  สาตจฺจการี กร สาตจฺเจน กโรติ สีเลนาติ สาตจฺจการี ผู้กระทำโดยติดต่อโดยปกติ  สาตจฺจ-กร-ณี
  พฺรหฺมจารี จร พฺรหฺมํ จรติ  สีเลนาติ  พฺรหฺมจารี ผู้ประพฤติซึ่งพรหมจรรย์โดยปกติ  พฺรหฺม-จร-ณี
  ปมตฺตจารี จร ปมตฺตํ จรติ  สีเลนาติ  ปมตฺตจารี ผู้ประพฤติประมาทแล้วโดยปกติ  ปมตฺต-จร-ณี
  สนฺธิจฺเฉที ฉิท สนฺธึ  ฉินฺทติ  สีเลนาติ สนฺธิจฺเฉที ผู้ตัดซึ่งที่ต่อโดยปกติ  สนฺธิ "ที่ต่อ"-ฉิท-ณี
  สุภาสิตภาสี ภาส สุภาสิตํ ภาสติ สีเลนาติ สุภาสิตภาสี ผู้กล่าวซึ่งคำอันเป็นสุภาษิตโดยปกติ สุภาสิต-ภาส-ณี
  ธมฺมภาณี ภณ ธมฺมํ ภณติ  สีเลนาติ  ธมฺมภาณี ผู้กล่าวซึ่งธรรมโดยปกติ  ธมฺม-ภณ-ณี
  วาจานุรกฺขี รกฺข วาจํ  อนุรกฺขติ  สีเลนาติ วาจานุรกฺขี  ผู้ตามรักษาซึ่งวาจาโดยปกติ  วาจา-อนุ-รกฺข-ณี
  กตเวที วิท กตํ (อุปการํ) เวเทติ สีเลนาติ กตเวที ผู้รู้ซึ่งอุปการะอันท่านทำแล้วโดยปกติ  กต-วิท-ณี
  ปรูปฆาตี หน ปเร หนติ  สีเลนาติ  ปรูปฆาตี ผู้เข้าไปฆ่าซึ่งสัตว์อื่นโดยปกติ  ปร-อุป-หน-ณี
  ปาณาติปาตี ปต ปาณํ อติปาเตติ สีเลนาติ  ปาณาติปาตี ผู้ยังสัตว์มีปราณให้ตกล่วงไปโดยปกติ  ปาณ-อติ-ปต-เณ-ณี
  สาวตฺถีวาสิโน วส สาวตฺถิยํ วสนฺติ สีเลนาติ สาวตฺถีวาสิโน (ชนา) ผู้อยู่ในเมืองสาวัตถีโดยปกติ สาวตฺถี-วส-ณี
  ทิสาวาสิโน วส ทิสาสุ วสนฺติ สีเลนาติ ทิสาวาสิโน (ภิกฺขุ) ผู้อยู่ในทิศโดยปกติ ทิสา-วส-ณี
  ธมฺมชีวี ชีว ธมฺเมน ชีวติ สีเลนาติ  ธมฺมชีวี ผู้เป็นอยู่โดยธรรมโดยปกติ  ธมฺม-ชีว-ณี
  สุขวิหารี หร สุเขน วิหรติ สีเลนาติ สุขวิหารี ผู้อยู่โดยผาสุกโดยปกติ   สุข-วิ-หร-ณี
  ปารคามี คม ปารํ คจฺฉติ สีเลนาติ  ปารคามี ผู้ถึงซึ่งฝั่งโดยปกติ  ปาร-คม-ณี
  ปารคเวสี คเวส ปารํ คเวสติ สีเลนาติ ปารคเวสี ผู้แสวงหาซึ่งฝั่งโดยปกติ  ปาร-คเวส-ณี
  ปรทารูปเสวี สิว ปรทารํ อุปเสวติ สีเลนาติ ปรทารูปเสวี ผู้เข้าไปเสพซึ่งภรรยาของผู้อื่นโดยปกติ ปรทาร-อุป-สิว-ณี
  สมฺปริวตฺตสายี สี สมฺปริวตฺโต สยติ สีเลนาติ สมฺปริวตฺตสายี ผู้นอนเป็นไปรอบพร้อมแล้วโดยปกติ  สมฺปริวตฺต-สี-ณี
  ธมฺมรูจี รุจ ธมฺมํ  โรเจติ  สีเลนาติ ธมฺมรูจี  ผู้ชอบใจซึ่งธรรมโดยปกติ  ธมฺม-รุจ-ณี
  วุฑฺฒาปจายี จาย วุฑฺฒานํ อปจายติ สีเลนาติ วุฑฺฒาปจายี ผู้ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้เจริญโดยปกติ  วุฑฺฒ-อป-จาย-ณี
  ปรวชฺชานุปสฺสี ทิส ปรวชฺชํ อนุปสฺสติ สีเลนาติ ปรวชฺชานุปสฺสี ผู้ตามเห็นซึ่งโทษของผู้อื่นโดยปกติ  ปรวชฺช-อนุ-ทิส-ณี
 
แปลงตัวธาตุ หรือพยัญชนะที่สุดธาตุได้บ้าง
  ภยทสฺสี ทิส ภยํ  ปสฺสติ  สีเลนาติ  ภยทสฺสี  ผู้เห็นซึ่งภัยโดยปกติ  ภย-ทิส  แปลง ทิส เป็น ทสฺส
  ปาณฆาตี หน ปาเณ  หนติ  สีเลนาติ  ปาณฆาตี  ผู้ฆ่าซึ่งสัตว์โดยปกติ  ปาณ-หน  แปลง หน เป็น ฆาต
  กามโภคี ภุช กามํ  ภุญฺชติ  สีเลนาติ  กามโภคี  ผู้บริโภคซึ่งกามโดยปกติ  กาม-ภุช-ณี  แปลง ช เป็น ค

 

ณฺวุ ปัจจัย
เป็น กัตตุรูป กัตตุสาธนะ แปลว่า “ผู้...
ปุงลิงค์  มีรูปเป็น อก แจกอย่าง ปุริส,
อิตถีลิงค์ แปลง อ เป็น อิ  แล้วลง อา การันต์ มีรูปเป็น อิกา  แจกอย่าง กญฺญา  
นปุงสกลิงค์ มีรูปเป็น อก  แจกอย่าง กุล 
(ป. เอก.  นายโก,  นายิกา,  นายกํ)

1. ธาตุพยางค์เดียว คือ อา  แปลงเป็น อาย (ด้วยอำนาจปัจจัยเนื่องด้วย ณ)
  ปายโก ปา ปิวตีติ  ปายโก  ผู้ดื่ม  ปา-ณฺวุ
  ทายโก ทา เทตีติ  ทายโก ทายิกา ผู้ให้   ทา-ณฺวุ
  อนฺนทายิกา ทา อนฺนํ เทตีติ  อนฺนทายิกา (นารี) ผู้ถวายซึ่งข้าวและน้ำ  ทา-ณฺวุ
  อุปฏฺฐาโก ฐา อุปฏฺฐหตีติ  อุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐายิกา ผู้บำรุง  อุป-ฐา-ณฺวุ
  คิลานุปฏฺฐาโก ฐา คิลานํ ภิกฺขุํ อุปฏฺฐหตีติ  คิลานุปฏฺฐาโก (ภิกฺขุ) ผู้บำรุงซึ่งภิกษุผู้เป็นไข้   คิลาน-อุป-ฐา-ณฺวุ
  สงฺฆุปฏฺฐาโก ฐา สงฺฆํ อุปฏฺฐหตีติ  สงฺฆุปฏฺฐาโก (ภิกฺขุ) ผู้บำรุงซึ่งสงฆ์  สงฺฆ-อุป-ฐา-ณฺวุ
  ขีรปโก ปา ขีรํ ปิวตีติ  ขีรปโก (วจฺโฉ)  (ลูกวัว) ผู้ดื่มซึ่งน้ำนม  ขีร-ปา-ณฺวุ
  นายโก นี เนตีติ  นายโก นายิกา  ผู้นำไป  นี-ณฺวุ
  โลกนายโก นี โลกํ เนตีติ  โลกนายโก (สตฺถา) ผู้นำไปซึ่ง(สัตว์)โลก  โลก-นี-ณฺวุ
  กยโก กี กีณาตีติ  กยโก ผู้ซื้อ  กี-ณฺวุ
  สาวโก สุ สุณาตีติ  สาวโก สาวิกา ผู้ฟัง  สุ-ณฺวุ
  ปาวโก ปุ ปาวตีติ  ปาวโก (อคฺคิ)  ผู้ชำระ, ไฟ  ปุ-ณฺวุ
  ภุมฺมฏฺฐกา ฐา ภุมฺเม ติฏฺฐนฺตีติ  ภุมฺมฏฺฐกา (เทวา) ผู้ดำรงอยู่บนภาคพื้น  ภุมฺม-ฐา-ณฺวุ

2.

ลงหลังธาตุทั้งปวง  แปลง ณฺวุ  เป็น อก
  การโก กร กโรตีติ  การโก การิกา ผู้ทำ  กร-ณฺวุ
  วตฺตปฺปฏิวตฺตการโก กร วตฺตญฺจ ปฏิวตฺตญฺจ กโรตีติ  วตฺตปฺปฏิวตฺตการโก ผู้ทำซึ่งวัตรและวัตรอาศัย  วตฺตปฺปฏิวตฺต-กร-ณฺวุ
  อนตฺถการโก กร อนตฺถํ กโรตีติ  อนตฺถการโก ผู้ทำซึ่งความฉิบหายมิใช่ประโยชน์  อนตฺถ-กร-ณฺวุ
  ชาลการิกา กร ชาลํ กโรตีติ  ชาลการิกา (ตณฺหา) ผู้กระทำซึ่งข่าย  ชาล-กร-ณฺวุ
  วิหารปฏิชคฺคโก ชคฺค วิหารํ ปฏิชคฺคตีติ  วิหารปฏิชคฺคโก ผู้ดูแลซึ่งวิหาร  วิหาร-ปฏิ-ชคฺค-ณฺวุ
  โภชโก ภุช ภุญฺชตีติ  โภชโก ผู้กิน, ผู้บริโภค  ภุช-ณฺวุ
  วนจรโก จร วเน จรตีติ  วนจรโก ผู้เที่ยวไปในป่า  วน-จร-ณฺวุ
  ธมฺมโฆสโก โฆส ธมฺมํ โฆเสตีติ  ธมฺมโฆสโก ผู้ป่าวร้องซึ่งธรรม  ธมฺม-โฆส-ณฺวุ
  อนุสาสโก สาส อนุสาสตีติ  อนุสาสโก  ผู้ตามสอน  อนุ-สาส-ณฺวุ
  สหายโก อิ สห อยตีติ  สหายโก ผู้ไปร่วมกัน, สหาย  สห-อิ-ณฺวุ
  คามโภชโก ภุช คามํ ภุญฺชตีติ  คามโภชโก ผู้บริโภคซึ่งบ้าน, ผู้ใหญ่บ้าน  คาม-ภุช-ณฺวุ
  ยาจโก ยาจ ยาจตีติ  ยาจโก ผู้ขอ  ยาจ-ณฺวุ
  นาฏกา นฏ นฏตีติ  นาฏกา (อิตฺถี) ผู้ฟ้อนรำ  นฏ-ณฺวุ (ไม่แปลงเป็น อิ)
  รกฺขโก รกฺข รกฺขตีติ  รกฺขโก รกฺขิกา  ผู้รักษา  รกฺข-ณฺวุ
  สหปํสุกีฬโก กีฬ สห ปํสุํ กีฬตีติ  สหปํสุกีฬโก (ทารโก) ผู้เล่นซึ่งฝุ่นร่วมกัน  สห-ปํสุ-กีฬ-ณฺวุ
  อารกฺขโก รกฺข อารกฺขตีติ  อารกฺขโก ผู้รักษาทั่ว  อา-รกฺข-ณฺวุ
  วํสานุรกฺขโก รกฺข วํสํ อนุรกฺขตีติ  วํสานุรกฺขโก ผู้ตามรักษาซึ่งวงศ์  วํส-อนุ-รกฺข-ณฺวุ
  คาหโก คห คณฺหาตีติ  คาหโก ผู้จับ  คห-ณฺวุ
  กสฺสโก กสโก กส กสฺสตีติ  กสฺสโก กสโก ผู้ไถ, ชาวนา  กส-ณฺวุ
  สุสานโคปิกา คุป สุสานํ โคเปตีติ  สุสานโคปิกา (อิตฺถี) ผู้เฝ้าซึ่งสุสาน  สุสาน-คุป-ณฺวุ
  ฉวฑาหโก ฑห ฉวํ ฑหตีติ  ฉวฑาหโก ฉวฑาหิกา ผู้เผาซึ่งซากศพ  ฉว-ฑห-ณฺวุ
  กุหโก กุห กุเหตีติ  กุหโก ผู้โกหก  กุห-ณฺวุ
  คเวสโก คเวส คเวสตีติ  คเวสโก ผู้แสวงหา  คเวส-ณฺวุ
  อนุกมฺปโก กมฺป อนุกมฺเปตีติ  อนุกมฺปโก ผู้อนุเคราะห์, ผู้เอ็นดู  อนุ-กมฺป-ณฺวุ
  โลกานุกมฺปโก กมฺป โลกํ อนุกมฺเปตีติ  โลกานุกมฺปโก (พุทฺโธ) ผู้อนุเคราะห์ซึ่งโลก  โลก-อนุ-กมฺป-ณฺวุ
  อาจริยปูชโก ปูช อาจริยํ ปูเชตีติ  อาจริยปูชโก ผู้บูชาซึ่งอาจารย์  อาจริย-ปูช-ณฺวุ
  ปติปูชิกา ปูช ปตึ ปูเชตีติ  ปติปูชิกา (อิตฺถี) ผู้บูชาซึ่งผัว  ปติ-ปูช-ณฺวุ
  ปริจาริกา จร ปริจรตีติ  ปริจาริกา (อิตฺถี) ผู้บำเรอ  (ผู้อยู่รอบๆ ตัว คอยรับใช้)  ปริ-จร-ณฺวุ
  สมาทปโก ทย สมาทเปตีติ  สมาทปโก ผู้ชักชวน  สํ-อา-ทย-ณฺวุ
  กุลทูสโก ทุส กุลํ ทุสฺสตีติ  กุลทูสโก (ภิกฺขุ) ผู้ประทุษร้ายซึ่งตระกูล  กุล-ทุส-ณฺวุ
  กุฏิทูสโก ทุส กุฏึ ทุสฺสตีติ  กุฏิทูสโก (ภิกฺขุ) ผู้ประทุษร้ายซึ่งกุฏิ  กุฏิ-ทุส-ณฺวุ
  ตจฺฉโก ตจฺฉ ตจฺฉตีติ  ตจฺฉโก ผู้ถาก  ตจฺฉ-ณฺวุ
  อหึสโก หึส น หึสตีติ  อหึสโก (มุนิ) ผู้ไม่เบียดเบียน  น-หึส-ณฺวุ
  เมธคา เมธ เมธตีติ  เมธคา (ธมฺมชาติ) ผู้เบียดเบียน  เมธ-ณฺวุ  (ไม่แปลง อ เป็น อิ,  แปลง ก เป็น ค)
  มหลฺลโก ลา มหตฺตํ ลาติ คณฺหาตีติ  มหลฺลโก ผู้ถือเอาซึ่งความเป็นผู้ใหญ่, คนแก่  มหนฺต-ลา-ณฺวุ
  มาตุโปสโก ปุส มาตรํ โปเสตีติ  มาตุโปสโก (โพธิสตฺโต) ผู้เลี้ยงซึ่งมารดา  มาตุ-ปุส-ณฺวุ
  อุปาสโก อาส (รตนตฺตยํ) อุปาสตีติ  อุปาสโก อุปาสิกา ผู้นั่งใกล้ (ซึ่งพระรัตนตรัย) อุป-อาส-ณฺวุ
  เทสโก ทิส เทเสตีติ เทสโก ผู้แสดง  ทิส-ณฺวุ
  ธมฺมเทสโก ทิส ธมฺมํ เทเสตีติ ธมฺมเทสโก (ภิกฺขุ) ผู้แสดงซึ่งธรรม  ธมฺม-ทิส-ณฺวุ
  ภตฺตุทฺเทสโก ทิส ภตฺตํ อุทฺเทเสตีติ  ภตฺตุทฺเทสโก (ภิกฺขุ) ผู้แสดงขึ้นซึ่งภัตร, ผู้แจกภัตร ภตฺต-ทิส-ณฺวุ
  มคฺคุทฺเทสโก ทิส มคฺคํ อุทฺเทเสตีติ  มคฺคุทฺเทสโก ผู้แสดงขึ้นซึ่งหนทาง   มคฺค-ทิส-ณฺวุ
  ธนปาลโก ปาล ธนํ ปาเลตีติ  ธนปาลโก ผู้รักษาซึ่งทรัพย์  ธน-ปาล-ณฺวุ
  โคปาลโก ปาล คาโว ปาเลตีติ  โคปาลโก ผู้รักษาซึ่งโค  โค-ปาล-ณฺวุ
  ปเวณิปาลโก ปาล ปเวณึ ปาเลตีติ  ปเวณิปาลโก ผู้รักษาซึ่งประเพณี  ปเวณิ-ปาล-ณฺวุ
  กจวรจฺฉฑฺฑโก ฉฑฺฑ กจวรํ ฉฑฺเฑตีติ กจวรจฺฉฑฺฑโก กจวรจฺฉฑฺฑิกา (ทาโส ทาสี) ผู้ทิ้งซึ่งหยากเยื่อ  กจวร-ฉฑฺฑ-ณฺวุ
 
ธาตุเหล่านี้ คือ ญา ชน สม คม ทม วธ ฯลฯ ลงแล้วไม่ต้องพฤทธิ์ต้นธาตุด้วยอำนาจปัจจัยเนื่องด้วย ณ
  หตฺถิทมโก ทม หตฺถึ ทเมตีติ  หตฺถิทมโก ผู้ฝึกซึ่งช้าง, ควาญช้าง  หตฺถี-ทม-ณฺวุ
  กุลทมโก ทม กุลํ ทเมตีติ  กุลทมโก (เถโร) ผู้ฝึกซึ่งตระกูล  กุล-ทม-ณฺวุ
 
เฉพาะ ญา ธาตุ แปลง ณฺวุ เป็น อานนก
  ชานนโก ญา ชานาตีติ  ชานนโก  ผู้รู้   ญา-ณฺวุ
  เภสชฺชชานนโก ญา เภสชฺชํ ชานาตีติ  เภสชฺชชานนโก  ผู้รู้ซึ่งเภสัช   เภสชฺช-ญา-ณฺวุ
 
แปลงตัวธาตุ หรือพยัญชนะที่สุดธาตุได้บ้าง
  ฆาตโก วธโก หน หนตีติ  ฆาตโก วธโก ผู้ฆ่า  หน-ณฺวุ   แปลง หน เป็น ฆาต หรือ วธ
  โคฆาตโก หน คาโว หนตีติ  โคฆาตโก ผู้ฆ่าซึ่งโค  โค-หน-ณฺวุ  หน  แปลง หน เป็น ฆาต
  โจรฆาตโก หน โจรํ หนตีติ  โจรฆาตโก ผู้ฆ่าซึ่งโจร  โจร-หน-ณฺวุ  หน  แปลง หน เป็น ฆาต
  หํสฆาตโก หน หํสํ หนตีติ  หํสฆาตโก ผู้ฆ่าซึ่งหงส์  หํส-หน-ณฺวุ  หน  แปลง หน เป็น ฆาต
 
ในเหตุกัตตุวาจก ลงเหตุปัจจัย 4 ตัว
  ชนโก ชน ชเนตีติ ชนโก ชนิกา ผู้(ยังบุตร)ให้เกิด, พ่อ-แม่  ชน-ณฺวุ
  สมฺปหํสโก หส สมฺปหํเสตีติ  สมฺปหํสโก  ผู้(ยังชน)ให้ร่าเริง   สํ-ป-หส-ณฺวุ
  สมุตฺเตชโก ติช สมุตฺเตเชตีติ  สมุตฺเตชโก  ผู้(ยังชน)ให้อาจหาญ  สํ-อุ-ติช-ณฺวุ
  การาปโก กร การาเปตีติ  การาปโก  ผู้(ยังชน)ให้ทำ  กร-ณาเป-ณฺวุ
  การโก กร การาเปตีติ  การโก  ผู้(ยังชน)ให้ทำ  กร-ณฺวุ
  ปติฏฺฐาปโก ฐา ปติฏฺฐาเปตีติ ปติฏฺฐาปโก ผู้(ยังชน)ให้ดำรงอยู่  ปติ-ฐา-ณาเป-ณฺวุ
  หตฺถิมารโก มร หตฺถึ มาเรตีติ หตฺถิมารโก ผู้ยังช้างให้ตาย, พราน(ล่า)ช้าง  หตฺถี-มร-ณฺวุ
  กปฺปวินาสโก นส กปฺปํ วินาเสตีติ  กปฺปวินาสโก (อคฺคิ) ผู้ยังกัปให้พินาศ  อคฺคิ-วิ-นส-ณฺวุ
 
ณฺวุ ปัจจัย ให้แปลหักฉัฏฐีวิภัตติ เป็นทุติยาวิภัตติ ได้
    สพฺรหฺมจารีนํ  อนุกมฺปโก  ผู้เอ็นดูซึ่งเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย
  ธมฺมสฺส เทสโก ผู้แสดงซึ่งธรรม

 

ตุ ปัจจัย
เป็น กัตตุรูป กัตตุสาธนะ   แปลว่า “ผู้...”  
เป็น กัตตุรูป กัตตุสาธนะ ตัสสีละ แปลว่า “ผู้...โดยปกติ”
เป็น อุ การันต์ ปุงลิงค์ แจกอย่าง สตฺถุ

1. ธาตุพยางค์เดียว เป็น อา  คง อา ไว้
  ทาตา ทา ททาตีติ ทาตา ผู้ให้   ทา-ตุ (เอา อุ เป็น อา  ลบ สิ)
    ทา เทติ  สีเลนาติ  ทาตา ผู้ให้โดยปกติ  ทา-ตุ
  ธาตา ธา ธร ธาเรตีติ  ธาตา ผู้ทรงไว้   ธา ธร-ตุ
  ญาตา ญา ชานาตีติ  ญาตา ผู้รู้   ญา-ตุ
  อญฺญาตา ญา อาชานาตีติ  อญฺญาตา ผู้รู้ทั่ว   อา-ญา-ตุ
  อุฏฺฐาตา ฐา อุฏฺฐตีติ  อุฏฺฐาตา ผู้ลุกขึ้น  อุ-ฐา-ตุ

2.

ลงหลังธาตุสระอื่นนอกจาก อา  พฤทธิ์ได้
  โสตา สุ สุณาตีติ  โสตา ผู้ฟัง  สุ-ตุ
  เนตา นี เนตีติ  เนตา ผู้นำไป  นี-ตุ
  ภวิตา ภู ภวตีติ  ภวิตา ผู้เป็น   ภู-ตุ  (ลง อิ อาคม)
  เชตา ชิ ชินาตีติ  เชตา ผู้ชนะ  ชิ-ตุ
  อกฺขาตา ขา อกฺขายตีติ  อกฺขาตา ผู้บอก  อา-ขา-ตุ
 
ธาตุมี จ ท ร น เป็นที่สุด  ลบที่สุดธาตุ แล้วซ้อน ตฺ
  วตฺตา วจ วจตีติ  วตฺตา  ผู้กล่าว  วจ-ตุ
  เภตฺตา ภิท ภินฺทตีติ  เภตฺตา  ผู้ทำลาย  ภิท-ตุ
  ขตฺตา ขน ขนตีติ  ขตฺตา ผู้ขุด  ขน-ตุ
  กตฺตา กร กโรตีติ  กตฺตา  ผู้ทำ  กร-ตุ
  ภตฺตา ภร ภรตีติ  ภตฺตา  ผู้เลี้ยง, ผู้เลี้ยงดู, ภัสดา  ภร-ตุ
 
หมวด ทิว ธาตุ  ลง ย ปัจจัย  แล้วแปลง ย กับที่สุดธาตุ
  พุชฺฌิตา พุธ พุชฺฌตีติ  พุชฺฌิตา  ผู้รู้  พุธ-ตุ
  ยุชฺฌิตา ยุธ ยุชฺฌตีติ  ยุชฺฌิตา  ผู้รบ  ยุธ-ตุ
  วชฺฌตา หน หนตีติ  วชฺฌตา  ผู้ฆ่า   หน>วธ-ย-ตุ
  อุปฺปชฺชตา ปท อุปฺปชฺชตีติ  อุปฺปชฺชตา  ผู้เกิดขึ้น   อุ-ปท-ย-ตุ
 
หมวด จุร ลง เณ ณย ปัจจัย
  โจเรตา จุร โจเรตีติ  โจเรตา  ผู้ขโมย   จุร-เณ-ตุ
  ปาลยิตา ปาล ปาลยตีติ  ปาลยิตา  ผู้รักษา   ปาล-ณย-ตุ
 
หลัง คม หน มน ธาตุเป็นต้น  ลบที่สุดธาตุ  ซ้อน นฺ
  คนฺตา คม คจฺฉตีติ  คนฺตา ผู้ไป  คม-ตุ
  หนฺตา หน หนตีติ  หนฺตา ผู้ฆ่า  หน-ตุ
  ชนฺตา ชน ชายตีติ  ชนฺตา  ผู้เกิด  ชน-ตุ
 
ถ้าไม่แปลงธาตุ  ให้ลง อิ อาคม เสมอ
  สริตา สร สรตีติ  สริตา  ผู้แล่นไป, ผู้ระลึก  สร-ตุ
  รกฺขิตา รกฺข รกฺขตีติ  รกฺขิตา  ผู้รักษา  รกฺข-ตุ
  นิทฺทายิตา 'นิทฺทา' นิทฺทายตีติ  นิทฺทายิตา ผู้ประพฤติหลับ  นิทฺทา ศัพท์ -อาย-อิ-ตุ
 
ในเหตุกัตตุวาจก ลงเหตุปัจจัย 4 ตัว
  ปโพเธตา พุธ ปโพเธตีติ  ปโพเธตา ผู้ให้รู้  ป-พุธ-เณ-ตุ
  สาเรตา สร สาเรตีติ  สาเรตา ผู้ให้ระลึก  สร-เณ-ตุ
 
ตุ ปัจจัย  แปลหักฉัฏฐีวิภัตติ เป็นทุติยาวิภัตติได้
    อคฺคสฺส  ทาตา (ชโน)  ชนผู้ให้  ซึ่งสิ่งที่เลิศ
  ธมฺมสฺส  อญฺญาตาโร (ชนา)  ชน ท. ผู้รู้ทั่ว ซึ่งธรรม

 

รู ปัจจัย
เป็น กัตตุรูป กัตตุสาธนะ ตัสสีละ แปลว่า “ผู้...โดยปกติ
เป็น สมาสรูป กัตตุสาธนะ ตัสสีละ แปลว่า “ผู้มีอัน (ความ, การ)...เป็นปกติ
เป็นปุงลิงค์   อู การันต์ แจกอย่าง วิญฺญู   หรือ อุ การันต์ แจกอย่าง ครุ

1. ลงหลังธาตุทั้งปวง  ลบ รฺ  แล้วลบที่สุดธาตุ
  ปารคู คม ปารํ คจฺฉติ สีเลนาติ  ปารคู ผู้ถึงซึ่งฝั่งโดยปกติ  ปาร-คม-รู
    คม ปารํ คนฺตุํ สีลมสฺสาติ  ปารคู ผู้มีการถึงซึ่งฝั่งเป็นปกติ  ปาร-คม-รู
  เวทคู คม เวทํ คจฺฉติ สีเลนาติ  เวทคู ผู้ถึงซึ่งเวทโดยปกติ  เวท-คม-รู
  อนฺตคู คม อนฺตํ คจฺฉติ สีเลนาติ  อนฺตคู ผู้ถึงซึ่งที่สุดโดยปกติ  อนฺต-คม-รู
  อทฺธคู คม อทฺธานํ คจฺฉติ สีเลนาติ  อทฺธคู ผู้ไปสู่ทางยาวไกลโดยปกติ  อทฺธา-คม-รู
  ธมฺมญฺญู ญา ธมฺมํ ชานาติ สีเลนาติ  ธมฺมญฺญู ผู้รู้ซึ่งธรรมโดยปกติ  ธมฺม-ญา-รู  ซ้อน ญฺ
  มตฺตญฺญู ญา มตฺตํ ชานาติ สีเลนาติ  มตฺตญฺญู ผู้รู้ซึ่งประมาณโดยปกติ  มตฺต-ญา-รู
  สพฺพญฺญู ญา สพฺพํ ชานาติ สีเลนาติ  สพฺพญฺญู ผู้รู้ซึ่งสิ่งทั้งปวงโดยปกติ  สพฺพ-ญา-รู
  วรญฺญู ญา วรํ ชานาติ สีเลนาติ  วรญฺญู ผู้รู้ซึ่งสิ่งอันประเสริฐโดยปกติ  วร-ญา-รู
  วทญฺญู ญา (ยาจกานํ) วทํ ชานาติ สีเลนาติ  วทญฺญู ผู้รู้ซึ่งถ้อยคำ(ของยาจก)โดยปกติ  วท-ญา-รู
  กตญฺญู ญา กตํ (อุปการํ) ชานาติ สีเลนาติ  กตญฺญู ผู้รู้ซึ่งอุปการะอันท่านทำแล้วโดยปกติ   กต-ญา-รู
  รตฺตญฺญู ญา รตฺตึ ชานาติ สีเลนาติ  รตฺตญฺญู ผู้รู้ซึ่งราตรีโดยปกติ   รตฺติ-ญา-รู   (เอา อิ เป็น อ)
  วิญฺญู ญา วิชานาติ สีเลนาติ  วิญฺญู ผู้รู้วิเศษโดยปกติ  วิ-ญา-รู
  ภิกฺข และ อิกฺข ธาตุ ไม่ลบที่สุดธาตุ  และรัสสะ อู เป็น อุ  เช่น
  ภิกฺขุ ภิกฺข ภิกฺขติ สีเลนาติ  ภิกฺขุ ภิกฺขุนี ผู้ขอโดยปกติ, ภิกษุ, ภิกษุณี  ภิกฺข-รู
    อิกฺข (สํสาเร) ภยํ อิกฺขติ สีเลนาติ  ภิกฺขุ ภิกฺขุนี ผู้เห็นภัยในสังสารโดยปกติ  ภย-อิกฺข-รู  ลบ ย
3. แปลงตัวธาตุ หรือพยัญชนะที่สุดธาตุได้บ้าง
  วธู หน หนติ สีเลนาติ  วธู ผู้ฆ่าโดยปกติ, หญิงสาว  หน-รู  แปลง หน เป็น วธ

 

กิจจปัจจัย เป็นเครื่องหมายกัมมสาธนะ และ ภาวสาธนะ

ปัจจัย
เป็น กัมมรูป กัมมสาธนะ แปลว่า “อันบุคคล...”, “อันบุคคลพึง...”
ปุงลิงค์ แจกอย่าง ปุริส,  อิตถีลิงค์ ลง อา ปัจจัย แจกอย่าง กญฺญา  นปุงสกลิงค์ แจกอย่าง กุล  
(ป.เอก. สุลโภ, สุลภา, สุลภํ)
ข ปัจจัย มีอำนาจให้พฤทธิ์ได้ เหมือนปัจจัยที่เนื่องด้วย ณ    ลงแล้วลบ ขฺ ลบเสีย
ลงหลังธาตุที่มีบทหน้า 3 ตัว  คือ  ทุ (ยาก ลำบาก),  สุ (สุข สบาย ง่าย),  อีสํ (หน่อยหนึ่ง)

1. ทุ เป็น บทหน้า
  ทุกฺกรํ กร ทุกฺเขน  กริยตีติ  ทุกฺกรํ (กมฺมํ) อันเขาทำโดยยาก  ทุ-กร-ข  ซ้อน กฺ  กัมมรูป กัมมสาธนะ
กรรมใด อันเขา ย่อมทำ โดยยาก  เหตุนั้น กรรมนั้น ชื่อว่า อันเขาทำได้โดยยาก
  ทุพฺภโร ภร ทุกฺเขน ภริยตีติ  ทุพฺภโร อันเขาเลี้ยงได้โดยยาก  ทุ-ภร-ข
  ทุพฺพโจ วจ ทุกฺเขน วจิยตีติ  ทุพฺพโจ อันเขาว่ากล่าวได้โดยยาก  ทุ-วจ-ข
  ทุทฺทสํ ทิส ทุกฺเขน ทสฺสิตพฺพนฺติ  ทุทฺทสํ (จิตฺตํ) อันเขาพึงเห็นได้โดยยาก  ทุ-ทิส-ข  เอา อิ เป็น อ  ซ้อน ทฺ
  สุทุทฺทสํ ทิส สุฏฺฐุ ทุกฺเขน ทสฺสิตพฺนติ  สุทุทฺทสํ (จิตฺตํ) อันเขาพึงเห็นได้โดยยากด้วยดี  สุ-ทุ-ทิส-ข  ลบ อิ  ซ้อน ทฺ
  ทุลฺลภา ลภ ทุกฺเขน ลพฺภตีติ ทุลฺลภา (ภิกฺขา) อันเขา(หา)ได้โดยยาก   ทุ-ลภ-ข
  ทุรกฺขํ รกฺข ทุกฺเขน รกฺขิยตีติ  ทุรกฺขํ (จิตฺตํ) อันเขารักษาได้โดยยาก ทุ-รกฺข-ข
  ทุรนุโพโธ พุธ ทุกฺเขน อนุพุชฺฌิตพฺโพติ  ทุรนุโพโธ (ธมฺโม) อันเขาพึงรู้ตามโดยยาก  ทุ-อนุ-พุธ-ข  ลง รฺ อาคม
  ทุชฺชีวํ ชีว ทุกฺเขน ชีวยเตติ  ทุชฺชีวํ ความเป็นอยู่โดยยาก  ทุ-ชีว-ข   ซ้อน ชฺ  ภาวรูป ภาวสาธนะ
อันเขา ย่อมเป็นอยู่ โดยยาก เหตุนั้น ชื่อว่า ความเป็นอยู่โดยยาก
2. สุ เป็น บทหน้า
  สุกรํ กร สุเขน กริยตีติ  สุกรํ (กมฺมํ) อันเขาทำได้โดยง่าย  สุ-กร-ข
  สุภโร ภร สุเขน ภริยตีติ  สุภโร อันเขาเลี้ยงได้โดยง่าย  สุ-ภร-ข
  สุวโจ วจ สุเขน วจิยตีติ  สุวโจ อันเขาว่ากล่าวได้โดยง่าย  สุ-วจ-ข
  สุทสฺสํ ทิส สุเขน ปสฺสิตพฺพนฺติ  สุทสฺสํ (วชฺชํ) อันเขาพึงเห็นได้โดยง่าย  สุ-ทิส-ข  แปลง ทิส เป็น ทสฺส
  สุลภา ลภ สุเขน ลพฺภตีติ สุลภา (ภิกฺขา) อันเขา(หา)ได้โดยง่าย   สุ-ลภ-ข
  สุชีวํ ชีว สุเขน ชีวยเตติ สุชีวํ  สุ-ชีว-ข
อันเขา ย่อมเป็นอยู่ โดยง่าย เหตุนั้น ชื่อว่า ความเป็นอยู่ได้โดยง่าย
3. อีสํ เป็น บทหน้า
  อีสกฺกรํ กร อีสํ กริยตีติ  อีสกฺกรํ (กมฺมํ) อันเขาทำได้นิดหน่อย  อีสํ-กร-ข  ซ้อน กฺ

 

ณฺย ปัจจัย
เป็น กัมมรูป กัมมสาธนะ แปลว่า “อันบุคคล...”, “อันบุคคลพึง...
ปุงลิงค์  แจกอย่าง ปุริส,  อิตถีลิงค์ ลง อา ปัจจัย  แจกอย่าง กญฺญา,  นปุงสกลิงค์ แจกอย่าง กุล
(ป.เอก.  เทยฺโย, เทยฺยา, เทยฺยํ)

ณฺย ปัจจัย เป็นปัจจัยที่เนื่องด้วย ณ  มีอำนาจให้พฤทธิ์ต้นธาตุได้ แล้วลบ ณฺ เสีย เหลือไว้แต่ ย

1. ลงหลังธาตุพยางค์เดียว  ถ้าเป็น อา  แปลง อา กับ ณฺย เป็น เอยฺย
  เทยฺยํ ทา ทาตพฺพนฺติ เทยฺยํ (วตฺถุ) อันเขาพึงให้    ทา-ณฺย
  เญยฺยํ ญา ญาตพฺโพติ เญยฺโย (ธมฺโม) อันเขาพึงรู้    ญา-ณฺย
  วิญฺเญยฺยํ ญา วิญฺญาตพฺพนฺติ วิญฺเญยฺยํ (อารมฺมณํ) อันเขาพึงรู้แจ้ง  วิ-ญา-ณฺย
  สุวิญฺเญยฺโย ญา สุเขน วิชานิตพฺโพติ สุวิญฺเญยฺโย (ธมฺโม) อันเขาพึงรู้แจ้งโดยง่าย  สุ-วิ-ญา-ณฺย
  มารเธยฺยํ ธา มาเรน ธาเรตพฺพนฺติ มารเธยฺยํ (ฐานํ) อันมารพึงทรงไว้, (บ่วงแห่งมาร)  มาร-ธา-ณฺย
  เนยฺยํ นี เนตพฺพนฺติ เนยฺยํ (วตฺถุ) อันเขาพึงนำไป  นี-ณฺย  ซ้อน ยฺ
  เนยฺโย นี เนตพฺโพติ เนยฺโย (สตฺโต) อันเขาพึงแนะนำ  นี-ณฺย  ซ้อน ยฺ
  เวเนยฺโย นี วิเนตพฺโพติ เวเนยฺโย อันเขาพึงแนะนำ  วิ-นี-ณฺย  ซ้อน ยฺ
2. ธาตุ 2 พยางค์ขึ้นไป  ลบ ณฺ แล้วคง ย ไว้
  นิวารยํ วร นิวาเรตพฺพนฺติ นิวารยํ (กมฺมํ) อันเขาพึงห้าม  นิ-วร-ณฺย
  ทุนฺนิวารยํ วร ทุกฺเขน นิวาริยตีติ ทุนฺนิวารยํ (จิตฺตํ) อันเขาห้ามได้โดยยาก ทุ-นิ-วร-ณฺย
3. ธาตุ 2 พยางค์ขึ้นไป  ลบ ณฺ แล้วคง ย ไว้  ถ้าไม่แปลงเป็นอย่างอื่น  ลง อิ อาคม
  การิยํ กร กาตพฺพนฺติ การิยํ (กมฺมํ) อันเขาพึงทำ  กร-ณฺย
  การิยํ กร กรณํ  การิยํ  การกระทำ  กร-ณฺย
  หาริยํ หร หริตพฺพนฺติ หาริยํ (กมฺมํ) อันเขาพึงนำไป  หร-ณฺย
  ภาริยํ ภร ภริตพฺพนฺติ ภาริยํ (กมฺมํ) อันเขาพึงนำไป  ภร-ณฺย
  จริยา จร จรณํ  จริยา ความประพฤติ  จร-ณฺย    ไม่ทีฆะต้นธาตุ
    จร จริตพฺพนฺติ  จริยา ความประพฤติ  จร-ณฺย    ไม่ทีฆะต้นธาตุ
  ธมฺมจริยา จร ธมฺมสฺส จรณํ  ธมฺมจริยา ความประพฤติซึ่งธรรม  ธมฺม-จร-ณฺย    ไม่ทีฆะต้นธาตุ
  อาจริโย จร อาทเรน จริตพฺโพติ  อาจริโย (เถโร) อันศิษย์พึงประพฤติโดยเอื้อเฟื้อ  อา-จร-ณฺย ไม่ทีฆะต้นธาตุ
4. ลบ ณฺ แล้วแปลง ย กับพยัญชนะที่สุดธาตุเป็นอย่างอื่น
  ลพฺภํ ลภ ลภิตพฺพนฺติ ลพฺภํ (วตฺถุ) อันเขาพึงได้  ลภ-ณฺย  แปลง ภย เป็น ภ  ซ้อน พฺ
  สิสฺโส สาส สาสิตพฺโพติ สิสฺโส (ชโน) อันอาจารย์พึงสั่งสอน  สาส-ณฺย  แปลง อา เป็น อิ  แปลง สฺย เป็น สฺส
  วชฺฌํ หน (มคฺเคน) วธิตพฺพนฺติ วชฺฌํ (กิเลสชาตํ)  อันมรรคพึงฆ่า  หน-ณฺย  แปลง หน เป็น วธ  แปลง ธฺย เป็น ชฺฌ  กัมม. กัมม.
    หน วธนํ วชฺฌํ การฆ่า
  อิจฺฉา อีส อิจฺฉนํ อิจฺฉา ความปรารถนา  อีส-ณฺย  แปลง สฺย เป็น จฺฉ 
5. หลังธาตุที่มี จ เป็นที่สุด แปลง จ เป็น ก  ธาตุที่มี ช เป็นที่สุด  แปลง ช เป็น ค  เมื่อลงปัจจัยนามกิตก์ที่เนื่องด้วย ณ (ยกเว้น ณฺวุ)
  อติวากฺยํ วจ อติ วจิตพฺพนฺติ อติวากฺยํ (วจนํ) อันเขาพึงกล่าวล่วงเกิน  อติ-วจ-ณฺย   แปลง จ เป็น ก
  ภาคฺยํ ภช ภชิตพฺพนฺติ ภาคฺยํ (วตฺถุ) อันเขาพึงแบ่ง  อติ-ภช-ณฺย
6. ธาตุที่มี ช เป็นที่สุด  แปลง ย กับที่สุดธาตุ เป็น คฺค
  โยคฺคํ ยุช ยุญฺชิตพฺพนฺติ โยคฺคํ (วตฺถุ) อันเขาพึงประกอบ  ยุช-ณฺย
  โภคฺคํ ภุช ภุญฺชิตพฺพนฺติ โภคฺคํ (วตฺถุ) อันเขาพึงกิน  ภุช-ณฺย
7. หลังธาตุที่มี ช ท เป็นที่สุด  แปลง ย กับที่สุดธาตุ เป็น ชฺช
  ปพฺพชฺชา วช ปพฺพชฺชนํ ปพฺพชฺชา  ป-วช-ณฺย แปลง ว เป็น พ  ซ้อน พฺ
    วช ปพฺพชิตพฺพนฺติ ปพฺพชฺชา   ป-วช-ณฺย
  วิชฺชา วิท วิญฺญาตพฺพาติ/เวทิตพฺพาติ วิชฺชา (ธมฺมชาติ) อันเขาพึงรู้  วิท-ณฺย  แปลง ทฺย เป็น ชฺช
    วิท วิชานนํ  วิชฺชา ความรู้
  นิปชฺชา ปท นิปชฺชนํ  นิปชฺชา การนอน  นิ-ปท-ณฺย
  วชฺชํ วจ วตฺตพฺพํ วตฺตพฺพนฺติ/วทิตพฺพนฺติ วชฺชํ (วจนํ) อันเขาพึงกล่าว  วท-ณฺย
  ขชฺชํ ขาท ขาทิตพฺพนฺติ ขชฺชํ (วตฺถุ) อันเขาเคี้ยวกิน  ขาท-ณฺย  รัสสะ อา เป็น อ
  มชฺชํ มท มทิตพฺพนฺติ มชฺชํ (ปานํ) อันเขาพึงเมา  มท-ณฺย
  โภชฺชํ ภุช ภุญฺชิตพฺพนฺติ โภชฺชํ (วตฺถุ) อันเขาพึงกิน  ภุช-ณฺย  “อนฺนํ ปานํ จ อาทาย   ขชฺชํ โภชฺชํ อนปฺปกํ”
  นิโยชฺโช ยุช นิยุญฺชิตพฺโพติ นิโยชฺโช (สตฺโต) อันเขาพึงประกอบ  ยุช-ณฺย
8. หลังธาตุที่มี ม เป็นที่สุด  แปลง ย กับที่สุดธาตุ เป็น มฺม
  ทมฺโม ทม ทมิตพฺโพติ ทมฺโม อันเขาพึงฝึก/ทรมาน  ทม-ณฺย
  คมฺโม คม คนฺตพฺโพติ คมฺโม (คาโม) อันเขาพึงถึง  คม-ณฺย
  คมฺมํ คม คนฺตพฺพนฺติ คมฺมํ (ฐานํ, ธมฺมชาตํ) อันเขาพึงถึง  คม-ณฺย
    คม คมนํ คมฺมํ การไป, การถึง  คม-ณฺย
9. หลังธาตุที่มี ห เป็นที่สุด  แปลง ย กับที่สุดธาตุ เป็น ยฺห
  ปสยฺโห สห ปสหิตพฺโพติ  ปสยฺโห อันเขาพึงข่ม  ป-สห "ข่ม ข่มเหง ครอบงำ"-ณฺย
    สห ปสหนํ  ปสยฺโห การข่ม  ป-สห "ข่ม ข่มเหง ครอบงำ"-ณฺย
  คารยฺหํ ครห ครหิตพฺพนฺติ คารยฺหํ (กมฺมํ)  อันเขาพึงติเตียน  ครห-ณฺย
  คยฺหํ คห คณฺหิตพฺพนฺติ คยฺหํ (วตฺถุ)  อันเขาพึงถือ  คห-ณฺย
10. อื่นๆ
  ปาฏิกงฺขา กํข ปฏิกงฺขิตพฺพาติ ปาฏิกงฺขา (ทุคฺคติ) อันเขาพึงหวังเฉพาะ  ปฏิ-กํข-ณฺย  เอา อ เป็น อา  นิคคหิตเป็น งฺ  แปลง ย เป็น อา
    กํข ปฏิกงฺขนํ ปาฏิกงฺขา ความหวังเฉพาะ


ณฺย ใช้เป็นกิริยาคุมพากย์ได้ เช่น 

เต จ ภิกฺขู คารยฺหา.    อนึ่ง  ภิกษุ ท. เหล่านั้น อันท่าน  พึงติเตียน.
วุฑฺฒิเยว ภิกฺขเว ภิกฺขูนํ ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานิ.   ดูก่อนภิกษุ ท.  ความเจริญนั่นเทียว อันภิกษุ ท. พึงหวังเฉพาะ, ความเสื่อมรอบ อันภิกษุ ท. ไม่พึงหวังเฉพาะ,
นตฺถิ ตุยฺหํ สุคติ, ทุคฺคติเยว ตุยฺหํ ปาฏิกงฺขา.  สุคติ ย่อมไม่มี แก่เจ้า,  ทุคคตินั่นเทียว อันเจ้า พึงหวังเฉพาะ.
พหู เอเต เอกสฺส มยฺหํ อวิสยฺหา.   ฤาษี ท. เหล่านั่น มาก  อันข้าพระองค์ ผู้เดียว ไม่พึงข่มขี่ได้.

 

กิตกิจจปัจจัย เป็นเครื่องหมายสาธนะทั้ง 7

ปัจจัย
อ ปัจจัย เป็นได้หลายสาธนะ  มีอำนาจให้พฤทธิ์ได้
ปุงลิงค์ แจกอย่าง ชน,  อิตถีลิงค์ เป็น อา การันต์ แจกอย่าง กญฺญา,  นปุงสกลิงค์ แจกอย่าง กุล
(ป. เอก.  ธมฺมธโร,  ธมฺมธรา,  ธมฺมธรํ)

การพฤทธิ์ด้วย อ ปัจจัย

  1. ธาตุพยางค์เดียว
    เป็น อุ อู    พฤทธิ์ อุ อู เป็น โอ    แปลง โอ เป็น อว
    เป็น อิ อี    พฤทธิ์ อิ อี เป็น เอ    แปลง เอ เป็น อย
  2. ธาตุหลายพยางค์
    ต้นธาตุเป็น อุ    พฤทธิ์ อุ  เป็น โอ
    ต้นธาตุเป็น อิ    พฤทธิ์ อิ  เป็น เอ
    ต้นธาตุเป็น อ    ไม่พฤทธิ์
1. ธาตุพยางค์เดียว
  วินิจฺฉโย จิ วินิจฺฉยเต เตนาติ วินิจฺฉโย (อุปาโย) เป็นเครื่องอันเขาตัดสิน  วิ-นิ-จิ-อ  แปลง จ เป็น ฉ  ซ้อน จฺ  กัมม. กรณ.
      วินิจฺฉยนํ วินิจฺฉโย การตัดสิน
  สนฺนิจโย จิ สนฺนิจยนํ  สนฺนิจโย การสั่งสม  สํ-นิ-จิ
  อุจฺจโย จิ อุจฺจยนํ อุจฺจโย ความสั่งสม  อุ-จิ-อ
  ปริจโย จิ ปริจยนํ ปริจโย ความสั่งสม  ปริ-จิ-อ
  ชโย ชิ ชยนํ  ชโย  ความชนะ  ชิ-อ
  วิชโย ชิ วิชยนํ วิชโย ความชนะ  วิ-ชิ-อ
  อภิชฺฌา เฌ อภิมุขํ ฌายตีติ  อภิชฺฌา (ธมฺมชาติ) ผู้เพ่งเล็ง  อภิ-เฌ-อ   กัตตุ. กัตตุ.
      อภิชฺฌนํ  อภิชฺฌา การเพ่งเล็ง
  ปญฺญา ญา ปชานาตีติ  ปญฺญา (ธมฺมชาติ) ผู้รู้ทั่ว, ปัญญา  ป-ญา-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  สญฺญา ญา สญฺชานาตีติ  สญฺญา (ธมฺมชาติ) ผู้รู้พร้อม, ผู้จำได้  สํ-ญา-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  อญฺญํ ญา อาชานิตพฺพนฺติ/อญฺญาตพฺพนฺติ อญฺญํ (อรหตฺตผลํ) อันเขาพึงรู้ทั่ว  อา-ญา-อ  กัมม. กัมม.
  ปติฏฺฐา ฐา ปติฏฺฐานํ  ปติฏฺฐา ความตั้งมั่น, ที่พึ่ง  ป-ฐา-อ
  มคฺคผลฏฺโฐ ฐา มคฺคผเล ติฏฺฐตีติ มคฺคผลฏฺโฐ ผู้ตั้งอยู่ในมรรคและผล  มคฺคผล-ฐา-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  ธมฺมฏฺโฐ ฐา ธมฺเม ติฏฺฐตีติ ธมฺมฏฺโฐ ผู้ตั้งอยู่ในธรรม  ธมฺม-ฐา-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  ภุมฺมฏฺโฐ ฐา ภุมฺเม ติฏฺฐตีติ ภุมฺมฏฺโฐ (เทโว) ผู้ดำรงอยู่บนภาคพื้น  ภุมฺม-ฐา-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  ปพฺพตฏฺโฐ ฐา ปพฺพเต ติฏฺฐตีติ ปพฺพตฏฺโฐ (ชโน) ผู้ยืนที่ภูเขา  ปพฺพต-ฐา-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  อายุโท ทา อายุํ ททาตีติ อายุโท (ชโน) ผู้ให้ซึ่งอายุ  อายุ-ทา-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  อุปาทา ทา อุปาทียเตติ  อุปาทา (ตณฺหา) อันเขายึดถือ  อุป-อา-ทา-อ  กัมม. กัมม.
  ปุรินฺทโท ทา ปุเร อททีติ ปุรินฺทโท (สกฺโก) ผู้ให้ก่อน  ปุร-ทา-อ  กัตตุ. กัตตุ.  แปลง อ ที่ ร เป็น อึ  เอานิคคหิต เป็น นฺ
  นโย นี นยนํ  นโย  การนำไป  นี-อ
  วินโย นี วิเนติ เอเตนาติ วินโย (อุปาโย) เป็นเครื่องแนะนำ (ของบัณฑิต)  วิ-นี-อ  กัตตุ. กรณ.
  ปาทโป ปา ปาเทน ปิวตีติ ปาทโป (รุกฺโข) ผู้ดื่มด้วยราก, ต้นไม้  ปาท-ปา-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  กจฺฉโป ปา กจฺเฉ ปิวตีติ กจฺฉโป (สตฺโต) ผู้หากินในที่ชื้นแฉะ, เต่า  กจฺฉ-ปา-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  ภโว ภู ภวติ เอตฺถาติ ภโว (ปเทโส) เป็นที่เกิด (แห่งสัตว์)  ภู-อ  กัตตุ. อธิกรณ.
  ปภโว ภู ปฐมํ ภวติ เอตสฺมาติ ปภโว (ปเทโส) เป็นแดนเกิดก่อน (แห่งแม่น้ำ) ป-ภู-อ  กัตตุ. อปาทาน.
  อนุสโย สี อนุเสตีติ อนุสโย (กิเลโส) อันนอนเนื่อง  อนุ-สี-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  นิสฺสโย สี นิสฺสยติ นนฺติ นิสฺสโย (อาจริโย) เป็นที่อาศัย (ของศิษย์)  นิ-สี-อ  กัตตุ. กัมม.
      นิสฺสาย นํ วสตีติ นิสฺสโย (อาจริโย) เป็นที่อาศัยอยู่ (ของศิษย์)  กัตตุ. กัมม.
  อาสโย สี อาคนฺตฺวา สยติ เอตฺถาติ อาสโย (กิเลโส) เป็นที่มานอน, เป็นที่อาศัย (แห่งชน) อา-สี-อ   กัตตุ. อธิกรณ.
  อาลโย ลี อาลียติ เอตฺถาติ อาลโย (กิเลโส) เป็นที่อันเขาติด  อา-ลี-อ   กัตตุ. อธิกรณ.
2. ธาตุหลายพยางค์
  กถา กถ กเถติ เอตายาติ  กถา (วาจา) เป็นเครื่องกล่าว (แห่งชน)  กถ-อ    กัตตุ. กรณ.
  อตฺถกถา กถ อตฺถํ กเถติ เอตายาติ  อตฺถกถา (วาจา) เป็นเครื่องกล่าวซึ่งเนื้อความ (แห่งชน) อตฺถ-กถ-อ กัตตุ. กรณ.
      อตฺโถ กถิยเต เอตายาติ  อตฺถกถา (วาจา) เป็นเครื่องกล่าวซึ่งเนื้อความ (แห่งชน)  กัมม. กรณ.
  วิจิกิจฺฉา กิต วิจิกิจฺฉนํ  วิจิกิจฺฉา  ความลังเลสงสัย  วิ-กิต-ฉ-อ
  ชิฆจฺฉา ฆส ฆสิตุํ อิจฺฉา ชิฆจฺฉา  ความหิว, ความปรารถนาจะกิน   ฆส-ฉ-อ
  ชรา ชร ชีรณํ ชรา ความแก่  ชร-อ
  ติติกฺขา ติช ติติกฺขนํ  ติติกฺขา ความอดกลั้น  ติช-ข-อ 
  นินฺทา นินฺท นินฺทนํ นินฺทา การติเตียน  นิทิ-อ 
  ปฏิปทา ปท ปฏิปชฺชติ เอตายติ ปฏิปทา (ธมฺมชาติ) เป็นเครื่องปฏิบัติ (แห่งชน)  ปฏิ-ปท-อ   กัตตุ. กรณ.
  ปุจฺฉา ปุจฺฉ ปุจฺฉนํ  ปุจฺฉา การถาม  ปุจฺฉ-อ 
  ปูชา ปูช ปูชนํ  ปูชา, ปูชยเตติ ปูชา  การบูชา  ปูช-อ
  ปฏิสมฺภิทา ภิท ปฏิสมฺภิชฺชตีติ ปฏิสมฺภิทา (ปญฺญา) อันแตกฉานดีโดยต่าง  ปฏิ-สํ-ภิท-อ   กัตตุ. กัตตุ.
  ลชฺชา ลชฺช ลชฺชนํ  ลชฺชา ความละอาย  ลชฺช-อ
  ปสํสา สํส ปสํสนํ  ปสํสา ความสรรเสริญ  ป-สํส-อ
  สิกฺขา สิกฺข สิกฺขิยตีติ สิกฺขา (ธมฺมชาติ) อันเขาศึกษา  สิกฺข-อ   กัมม. กัมม.
      สิกฺขนํ สิกฺขา การศึกษา
  อุเปกฺขา อิกฺข อุเปกฺขตีติ  อุเปกฺขา (ธมฺมชาติ) ผู้วางเฉย,   อุป-อิกฺข-อ  "เข้าไปดู"   กัตตุ. กัตตุ.
      อุเปกฺขนํ  อุเปกฺขา การวางเฉย  
  อติกฺกโม กม อติกฺกมนํ  อติกฺกโม การก้าวล่วง, การล่วงเกิน  อติ-กม-อ 
  ทินกโร กร ทินํ  กโรตีติ  ทินกโร ผู้ทำซึ่งวัน, พระอาทิตย์, ทินกร  ทิน-กร-อ   กัตตุ. กัตตุ.
  หิตกฺกโร กร หิตํ  กโรตีติ  หิตกฺกโร ผู้ทำซึ่งประโยชน์เกื้อกูล  หิต-กร-อ   กัตตุ. กัตตุ.
  เวยฺยาวจฺจกโร กร เวยฺยาวจฺจํ กโรตีติ  เวยฺยาวจฺจกโร ผู้ทำซึ่งความขวนขวาย  เวยฺยาวจฺจ-กร-อ   กัตตุ. กัตตุ.
  กลโห กลห กลหนฺติ เอตฺถาติ  กลโห (วาโท) เป็นที่โต้เถียง (แห่งชน)  กลห-อ  กัตตุ. อธิกรณ.
  โอวาทกฺขโม ขม โอวาทสฺส ขมตีติ  โอวาทกฺขโม (สารีปุตฺโต) ผู้อดทนต่อโอวาท  โอวาท-ขม-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  วจนกฺขโม ขม วจนสฺส ขมตีติ  วจนกฺขโม ผู้อดทนต่อถ้อยคำ  วจน-ขม-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  จิตฺตกฺเขโป ขิป จิตฺตสฺส เขปนํ  จิตฺตกฺเขโป ความกระสับกระส่ายแห่งจิต  จิตฺต-ขิป-อ   
  สมาคโม คม สํ อาคมนํ สมาคโม การมาพร้อมกัน  สํ-อา-คม-อ  
  เคหํ คห คยฺหเตติ เคหํ (วตฺถุ) อันเขาถือเอา-ยึดครอง  คห-อ  แปลง อ ต้นธาตุ เป็น เอ   กัมม. กัมม.
  วิคฺคโห คห วิคฺคยฺหนฺติ เอตฺถาติ  วิคฺคโห (เหตุ) เป็นที่ถกเถียง  วิ-คห-อ  กัตตุ. อธิกรณ.
  ปคฺคโห คห ปคฺคหนํ ปคฺคโห การยกย่อง  ป-คห-อ
  สงฺคโห คห สงฺคหนํ สงฺคโห การสงเคราะห์  สํ-คห-อ 
      สงฺคเหตพฺโพติ สงฺคโห (ชโน) อันเขาพึงสงเคราะห์   กัมม. กัมม.
      สงฺคเหตพฺโพ เตนาติ สงฺคโห (อาหาโร) เป็นเครื่องอันเขาพึงสงเคราะห์ (แห่งชน)   กัมม. กรณ.
  โคจโร จร คาโว จรนฺติ เอตฺถาติ โคจโร (ปเทโส) เป็นที่เที่ยวไปแห่งโค  โค-จร-อ  กัตตุ. อธิกรณ.
  เอกจโร จร เอโก จรตีติ  เอกจโร (นาโค) ผู้เที่ยวไปผู้เดียว  เอก-จร-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  สพฺพญฺชโห ชห สพฺพธมฺมํ ชหตีติ สพฺพญฺชโห ผู้สละซึ่งธรรมทั้งปวง  สพฺพ-ชห-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  ชาคโร ชาคร ชาคโรตีติ  ชาคโร ผู้ตื่น  ชาคร-อ    กัตตุ. กัตตุ.
      ชาครณํ ชาคโร การตื่น  ชาคร-อ  
  สนฺถโว ถุ สํสนฺถวนํ สนฺถโว ความคุ้นเคย  สํ-ถุ-อ 
  อาตโป ตป อา สมนฺตโต ตปตีติ  อาตโป (สภาโว) อันเร่าร้อน  อา-ตป-อ  กัตตุ. กัตตุ. (สมนฺตโต โดยรอบ)
  ทโม ทม ทมนํ  ทโม การฝึก, การทรมาน  ทม-อ  
  เทโว ทิว ทิพฺพตีติ เทโว (ชโน) ผู้เล่น, เทพ  ทิว-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  อุปทฺทโว ทุ อุปคนฺตฺวา ทวตีติ  อุปทฺทโว (สภาโว) อันเข้าไปเบียดเบียน  อุป-ทุ-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  วิชฺชาธโร ธร วิชฺชํ ธาเรตีติ  วิชฺชาธโร ผู้ทรงไว้ซึ่งความรู้  วิชฺชา-ธร-อ
  วินยธโร ธร วินยํ ธาเรตีติ  วินยธโร ผู้ทรงไว้ซึ่งวินย  วินย-ธร-อ
  ธมฺมธโร ธร ธมฺมํ ธาเรตีติ  ธมฺมธโร ผู้ทรงไว้ซึ่งธรรม  ธมฺม-ธร-อ
  กาสาวธโร ธร กาสาวํ ธาเรตีติ  กาสาวธโร ผู้ทรงไว้ซึ่งผ้ากาสาวะ  กาสาว-ธร-อ
  ติปิฏกธโร ธร ติปิฏกานิ ธาเรตีติ  ติปิฏกธโร ผู้ทรงไว้ซึ่งปิฎก 3  ติปิฏก-ธร-อ
  ชุตินฺธโร ธร ชุตึ ธาเรตีติ  ชุตินฺธโร (พุทฺโธ) ผู้ทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรือง  ชุติ-ธร-อ
  ปํสุกูลธโร ธร ปํสุกูลํ ธาเรตีติ  ปํสุกูลธโร (ภิกฺขุ) ผู้ทรงไว้ซึ่งผ้าบังสุกุล  ปํสุกูล-ธร-อ
  อิทฺธิมยปตฺตจีวรธโร ธร อิทฺธิมยํ ปตฺตจีวรํ ธาเรตีติ  อิทฺธิมยปตฺตจีวรธโร (ภิกฺขุ) ผู้ทรงไว้ซึ่งบาตรและจีวรอันสำเร็จแล้วด้วยฤทธิ์  อิทฺธิมยปตฺตจีวร-ธร-อ
  อุตฺตมรูปธรา ธร อุตฺตมํ รูปํ ธาเรตีติ  อุตฺตมรูปธรา (มาคนฺทิยา) ผู้ทรงไว้ซึ่งรูปอันสูงสุด  อุตฺตมรูป-ธร-อ
  อานนฺโท นนฺท อา ภุโส นนฺทยตีติ  อานนฺโท ความยินดียิ่ง  อา-นนฺท-อ   (ภุโส โดยยิ่ง)
  นิปโก ปจ นิสฺเสสโต ปาเจติ กุสลธมฺเมติ  นิปโก ผู้ยังกุศลธรรมให้สุกโดยไม่เหลือ  นิ-ปจ-อ    กัตตุ. กัตตุ.
  สมฺปทา ปท สมฺปชฺชนํ สมฺปทา ความถึงพร้อม  สํ-ปท-อ
      สมฺปชฺชติ เอตายาติ  สมฺปทา (คุณชาติ) เป็นเครื่องถึงพร้อม (แห่งชน)    กัตตุ. กรณ.
  ปปญฺโจ ปจิ (สตฺเต) ปปญฺจาเปติ เตนาติ ปปญฺโจ (ธมฺโม) เป็นเครื่องยังสัตว์ให้เนิ่นช้า  ป-ปจิ-อ  กัตตุ. กรณ.
      ปปญฺจียเตติ  ปปญฺโจ ความเนิ่นช้า 
  ปิโย ปิย ปิยติ นนฺติ  ปิโย (ปุตฺโต) เป็นที่รัก (แห่งบิดา)   ปิย-อ    กัตตุ. กัมม.
  อาพาโธ พาธ อาพาธตีติ  อาพาโธ (โรโค) ผู้เบียดเบียน  อา-พาธ-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  มาตาเปติภโร ภร มาตาปิตโร ภรตีติ  มาตาเปติภโร ผู้เลี้ยงมารดาและบิดา  มาตาปิตุ-ภร-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  อตฺตภโร ภร อตฺตานํ ภรตีติ  อตฺตภโร ผู้เลี้ยงซึ่งตน  อตฺต-ภร-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  อตฺตสมฺภวํ ภู อตฺตนิ สมฺภวตีติ  อตฺตสมฺภวํ (ปาปํ) อันมีพร้อมในตน  อตฺต-สํ-ภู-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  โมกฺโข มุจ มุจฺจนํ โมกฺโข ความหลุดพ้น  มุจ-อ 
      มุจฺจนฺติ ราคาทีหิ เอเตนาติ โมกฺโข (ธมฺโม) เป็นเครื่องหลุดพ้น (แห่งชน)   กัตตุ. กรณ.
      มุจฺจนฺติ เอตฺถาติ โมกฺโข (ธมฺโม) เป็นที่หลุดพ้น (แห่งชน)  กัตตุ. อธิกรณ.
  วิโมกฺโข มุจ วิมุจฺจนํ วิโมกฺโข ความหลุดพ้นวิเศษ  วิ-มุจ-อ 
  สญฺญโม ยมุ สํยมนํ สญฺญโม ความสำรวม  สํ-ยมุ-อ
  มโนรมา รม มโน รมติ เอตฺถาติ  มโนรมา (ภาสา) เป็นที่รื่นรมย์แห่งใจ  มน-รม-อ  กัตตุ. อธิกรณ.
  รโส รส รสติ ตนฺติ  รโส (วิสโย) เป็นที่ยินดี  รส-อ  กัตตุ. กัมม.
  สิโรรุโห รุห สิรสฺมึ/สิรสา รุหตีติ สิโรรุโห (อวยโว) อันงอกขึ้นที่ศีรษะ, ผม  สิร-รุห-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  วณฺณํ วณฺณ วณฺณิตพฺพนฺติ วณฺณํ (คุณชาตํ) อันเขาพึงพรรณนา  วณฺณ-อ  กัมม. กัมม.
  อวณฺณํ วณฺณ อวณฺณิตพฺพนฺติ อวณฺณํ (วชฺชํ) อันเขาไม่พึงพรรณนา  น-วณฺณ-อ  กัมม. กัมม.
  วโย วย วยติ  ปริหานึ คจฺฉตีติ วโย (สภาโว) ผู้เสื่อมไป  วย-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  สํวโร วร สํวรณํ สํวโร ความสำรวม  สํ-วร-อ 
  วสฺสํ วสฺส วสฺสตีติ  วสฺสํ (อุทกํ) ผู้รด, ฝน   วสฺส-อ  กัตตุ. กัตตุ.
      วสฺสติ เอตฺถาติ วสฺโส (กาโล) เป็นที่รด, กาลฝน, ฤดูฝน   กัตตุ. อธิกรณ.
  สุขาวหํ วห สุขํ อาวหตีติ  สุขาวหํ (ทานํ) อันนำมาซึ่งสุข  สุข-อา-วห-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  หิตาวหํ วห หิตํ อาวหตีติ  หิตาวหํ (ทานํ) อันนำมาซึ่งประโยชน์เกื้อกูล  หิต-อา-วห-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  สํสคฺโค สช สํ สชฺชนํ สํสคฺโค ความเกี่ยวข้อง  สํ-สช-อ
      สํสชฺชติ เตนาติ สํสคฺโค (กิเลโส) เป็นเครื่องข้อง (แห่งชน)   กัมม. กรณ.
  นิสฺสนฺโท สนฺท นิสฺสนฺเทติ เตนาติ  นิสฺสนฺโท (วิปาโก) เป็นเครื่องไหลออก (แห่งกรรม) นิ-สนฺท-อ  กัตตุ. กรณ.
  หิรินิเสโธ สิธุ (อนฺโต อุปฺปนฺนํ อกุสลวิตกฺกํ) หิริยา นิเสเธตีติ  หิรินิเสโธ (ภิกฺขุ) ผู้ห้ามซึ่งอกุศลวิตกด้วยหิริ  หิริ-นิ-สิธุ-อ   กัตตุ. กัตตุ.
  กุสีโต สีท กุจฺฉิตํ สีทตีติ  กุสีโต ผู้จมลงสู่อาการอันบัณฑิตเกลียดแล้ว  กุจฺฉิต-สีท-อ  คงไว้แต่ กุ  แปลง ท เป็น ต   กัตตุ. กัตตุ.
      กุจฺฉิเตน อากาเรน สีทตีติ  กุสีโต ผู้จมลงโดยอาการอันบัณฑิตเกลียดแล้ว   กัตตุ. กัตตุ.
  วาณิโช อช วาณาย อิโต จิโต จ อชตีติ  วาณิโช ผู้ไปเพื่อการค้า, พ่อค้า   วาณ-อช-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  ปูชารโห อรห ปูชํ อรหตีติ  ปูชารโห (ภิกฺขุ) ผู้ควรซึ่งการบูชา  ปูชา-อรห-อ    กัตตุ. กัตตุ.
  สมฺปราโย อิ สํ ปรํ ยาตพฺโพติ สมฺปราโย (ปรโลโก) อันสัตว์พึงถึงในเบื้องหน้าพร้อม  สํ-ปรํ-อิ-อ  กัมม. กัมม.
  ปจฺจูโส อูส ปจฺจูเสติ ติมรนฺติ  ปจฺจูโส (กาโล) อันกำจัดเฉพาะซึ่งความมืด  ปฏิ-อูส-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  อปฺปิจฺโฉ อิส อปฺปํ อิจฺฉตีติ  อปฺปิจฺโฉ ผู้ปรารถนาน้อย  อปฺป-อิส-อ  กัตตุ. กัตตุ.
  สิรึสโป สปฺป สิเรน สปฺปตีติ  สิรึสโป (สตฺโต) ผู้เสือกไปด้วยศีรษะ  สิร-สปฺป-อ  เอา อ ที่ ร เป็น อึ  ลบ ปฺ  กัตตุ. กัตตุ.
  อนฺตลิกฺขจโร จร อนฺตลิกฺเข  จรตีติ  อนฺตลิกฺขจโร ผู้เที่ยวไปในกลางหาว  อนฺตลิกฺข (กลางหาว)-จร-อ   กัตตุ. กัตตุ.
  ลงหลังธาตุสำหรับตั้งเป็นชื่อ  ให้ลง นุ อาคม ที่ท้ายบทหน้า แล้วแปลง นุ เป็นนิคคหิต  แปลงนิคคหิตเป็นพยัญชนะที่สุดวรรค แล้วใช้เป็นอสาธารณนาม
  ทีปงฺกโร กร ทีปํ  กโรตีติ  ทีปงฺกโร (พุทฺโธ) ผู้ทำซึ่งที่พึ่ง/แสงสว่าง  ทีป-กร-อ  พระนามของพระพุทธเจ้า
  เวสฺสนฺตโร ตร เวสฺสสฺส รจฺฉํ ตรตีติ  เวสฺสนฺตโร (ราชา) ผู้ข้ามซึ่งตรอกแห่งพ่อค้า เวสฺส-ตร-อ  พระนามของพระราชา

 

อิ ปัจจัย
เป็นได้หลายสาธนะ
เป็นปุงลิงค์  อิ การันต์  แจกอย่าง มุนิ
สำหรับลงหลัง ทา ธา ธาตุ เป็นต้น

กสิ กส กสนํ กสิ  การไถ  กส-อิ 
นิธิ ธา นิธิยเตติ นิธิ (ธนกุมฺโภ, สมฺปตฺติ) อันเขาฝังไว้   นิ-ธา-อิ   กัมม. กัมม.
สนฺธิ ธา สนฺธิยตีติ สนฺธิ (วาจา) อันเขาต่อ  สํ-ธา-อิ   กัมม. กัมม.
สนฺนิธิ ธา สนฺนิธานํ สนฺนิธิ การสั่งสม   สํ-นิ-ธา-อิ 
สมาธิ ธา เอกาลมฺพเน สํ สุฏฺฐุ อาธานํ สมาธิ ความตั้งมั่น  สํ-อา-ธา-อิ 
    สมฺมา สมํ วา จิตฺตํ อาทธาตีติ สมาธิ (ธมฺโม) ผู้ตั้งจิตไว้โดยชอบ   กัตตุ. กัตตุ.
อุปาทิ ทา อุปาทิยเตติ อุปาทิ (ธมฺโม) อันกรรมกิเลสเข้าไปยึดไว้   อุป-อา-ทา-อิ   กัมม. กัมม.
อุทธิ ธา อุทกํ ทธาตีติ อุทธิ (ปเทโส) ผู้ทรงไว้ซึ่งน้ำ, ทะเล  อุทก-ธา-อิ   กัตตุ. กัตตุ.
นนฺทิ นนฺท นนฺทนํ นนฺทิ ความเพลิดเพลิน  นนฺท-อิ 
โพธิ พุธ พุชฺฌิสฺสตีติ/พุชฺฌตีติ  โพธิ (สตฺโต) ผู้จักตรัสรู้  พุธ-อิ  กัตตุ. กัตตุ.
    พุชฺฌติ เตนาติ โพธิ (ญาณํ) เป็นเครื่องตรัสรู้ (แห่งชน)  กัตตุ. กรณ.
    พุชฺฌติ เอตฺถาติ โพธิ (รุกฺโข) เป็นที่ตรัสรู้ (แห่งชน)  กัตตุ. อธิกรณ.
มุนิ มุน มุนาติ  ชานาติ  หิตาหิตํ  ปริจฺฉินฺทตีติ  มุนิ ผู้รู้   มุน-อิ   กัตตุ. กัตตุ.
รุจิ รุจ โรเจตีติ  รุจิ ผู้รุ่งเรือง   รุจ-อิ  กัตตุ. กัตตุ.
    โรเจติ เอตายาติ  รุจิ (รํสิ) เป็นเหตุรุ่งเรือง  กัตตุ. กรณ.
    รุจนํ รุจิ ความรุ่งเรือง, ความชอบใจ
ธมฺมรุจิ รุจ โรเจตีติ  ธมฺมรุจิ ผู้ชอบใจซึ่งธรรม  ธมฺม-รุจ-อิ  กัตตุ. กัตตุ.

 

ปัจจัย
ณ ปัจจัย  มีอำนาจให้พฤทธิ์ธาตุได้  แล้วลบ ณฺ เสีย
ณ ปัจจัย เป็นได้ทุกรูปทุกสาธนะ 
ปุงลิงค์  แจกอย่าง ชน,  อิตถีลิงค์  เป็น อา การันต์ แจกอย่าง กญฺญา   นปุงสกลิงค์ แจกอย่าง กุล

ธมฺมกาโม กมุ ธมฺมํ  กาเมตีติ  ธมฺมกาโม ผู้ใคร่ซึ่งธรรม  ธมฺม-กมุ-ณ
กุมฺภกาโร กร กุมฺภํ กโรตีติ กุมฺภกาโร ผู้ทำซึ่งหม้อ  กุมฺภ-กร-ณ
กมฺมกาโร กร กมฺมํ กโรตีติ  กมฺมกาโร  ผู้ทำซึ่งการงาน  กมฺม-กร-ณ
มาลากาโร กร มาลํ กโรตีติ  มาลากาโร ผู้ทำซึ่งระเบียบ  มาลา-กร-ณ
มณิกาโร กร มณึ กโรตีติ  มณิกาโร ผู้ทำซึ่งแก้วมณี  มณิ-กร-ณ
สุวณฺณกาโร กร สุวณฺณํ กโรตีติ  สุวณฺณกาโร ผู้ทำซึ่งทอง  สุวณฺณ-กร-ณ
อุสุกาโร กร อุสุํ กโรตีติ  อุสุกาโร ผู้ทำซึ่งลูกศร  อุสุ-กร-ณ
อุปกาโร กร อุปคนฺตฺวา กโรตีติ  อุปกาโร (สภาโว) อันเข้าไปทำ, อันเข้าไปอุดหนุน  อุป-กร-ณ
โกโธ กุธ กุชฺฌตีติ  โกโธ ผู้โกรธ  กุธ-ณ
    กุชฺฌติ ตสฺสาติ  โกโธ เป็นที่โกรธ (แห่งชน)
    กุชฺฌนํ โกโธ ความโกรธ
หิตกาโม กมุ หิตํ กาเมตีติ  หิตกาโม ผู้ใคร่ซึ่งประโยชน์  หิต-กมุ-ณ
โกโป กุป กุปฺปนํ โกโป ความกำเริบ  กุป-ณ
ขโย ขี ขียนํ ขโย ความสิ้นไป  ขี-ณ
ปริกฺขโย ขี ปริ ขียนํ ปริกฺขโย ความสิ้นไปรอบ  ปริ-ขี-ณ
ธนกฺขโย ขี ธนสฺส ขียนํ ธนกฺขโย ความสิ้นไปแห่งทรัพย์  ธน-ขี-ณ
มาตุคาโม คม มาตุยา (สมภาวํ) คจฺฉตีติ มาตุคาโม (ชโน) ผู้ถึง(ซึ่งความเป็นผู้เสมอ)ด้วยมารดา, มาตุคาม, ผู้หญิง มาตุ-คม--ณ
คาโห คห คณฺหาตีติ  คาโห ผู้ถือ, ผู้จับ  คห-ณ    กัตตุ. กัตตุ.
    คหณํ  คาโห การถือ, การจับ
ปตฺตคฺคาโห คห ปตฺตํ คณฺหาตีติ ปตฺตคฺคาโห ผู้ถือซึ่งบาตร  ปตฺต-คห-ณ  กัตตุ. กัตตุ.
รชฺชุคฺคาโห คห รชฺชุํ คณฺหาตีติ รชฺชุคฺคาโห ผู้ถือซึ่งเชือก  รชฺชุ-คห-ณ  กัตตุ. กัตตุ.
รสฺมิคาโห คห รสฺมึ คณฺหาตีติ รสฺมิคาโห ผู้ถือซึ่งเชือก  รสฺมิ-คห-ณ  กัตตุ. กัตตุ.
องฺกุสคาโห คห องฺกุสํ คณฺหาตีติ องฺกุสคาโห ผู้ถือซึ่งขอ, ควาญช้าง  องฺกุส-คห-ณ  กัตตุ. กัตตุ.
โคโป คุป โคเปตีติ  โคโป ผู้คุ้มครอง  คุป-ณ
ฆาสํ ฆส ฆสิตพฺพนฺติ  ฆาสํ (มํสํ) อันสัตว์พึงกิน, เหยื่อ  ฆส-ณ
ภิกฺขาจาโร จร ภิกฺขาย จรติ เอตฺถาติ ภิกฺขาจาโร (กาโล, ปเทโส) เป็นที่เที่ยวไปเพื่อภิกษา  ภิกฺขา-จร-ณ
    ภิกฺขาย จรณํ ภิกฺขาจาโร การเที่ยวไปเพื่อภิกษา
ชโย ชิ ชยนํ ชโย ความชนะ   ชิ-ณ 
ปราชโย ชิ ปราชยนํ ปราชโย ความแพ้   ปรา-ชิ-ณ
สีฆชโว ชุ สีเฆน ชวตีติ สีฆชโว (อสฺโส) ผู้วิ่งเร็ว   สีฆ-ชุ-ณ
ปริฬาโห ฑห ปริฑยฺหนํ ปริฬาโห ความเร่าร้อน   ปริ-ฑห "เผา-ร้อน"-ณ   แปลง ฑ เป็น ฬ
ธมฺมตกฺโก ตกฺก ธมฺมํ  ตกฺเกตีติ  ธมฺมตกฺโก ผู้ตรึกซึ่งธรรม  ธมฺม-ตกฺก-ณ
อาตปฺโป ตป อา ภุโส กายํ จิตฺตญฺจ ตาเปตีติ อาตปฺโป (วายาโม) อันยังกายและจิตให้เร่าร้อนทั่ว, ความเพียร  อา-ตป-ณ
    อา ภุโส กายํ จิตฺตญฺจ อาปนํ อาตปฺโป การยังกายและจิตให้เร่าร้อนทั่ว, ความพยายาม
อาตาโป ตป อา สมนฺตโต ตาเปติ เตนาติ อาตาโป (วายาโม) เป็นเครื่องยังกิเลสให้ร้อนทั่ว อา-ตป-ณ
ปโตโท ตุท ปตุชฺชเต อเนนาติ ปโตโท (ทพฺโพ) เป็นเครื่องอันเขาแทง  ป-ตุท-ณ   กัมม. กรณ.
ตาโส ตุส ตสนํ ตาโส ความสะดุ้ง   ตส-ณ
อุทฺทาโม ทม อุทฺทเมตีติ อุทฺทาโม (อสฺโส) ผู้คะนอง  อุ-ทม-ณ
โทโส ทุส ทุสฺสติ เตนาติ โทโส (กิเลโส) เป็นเหตุประทุษร้าย  ทุส-ณ  กัตตุ. กรณ.
    ทุสฺสนํ โทโส การประทุษร้าย
ปโทโส ทุส ปทุสฺสนํ ปโทโส การประทุษร้าย  ป-ทุส-ณ
วินาโส นส วินสฺสนํ วินาโส ความพินาศ, ความฉิบหาย  วิ-นส-ณ
ปาโก ปจ ปจนํ ปาโก การหุง  ปจ-ณ
วิปาโก ปจ วิปจตีติ วิปาโก (ภาโว) อันสุกวิเศษ, ผล (แห่งกรรม)  วิ-ปจ-ณ
    วิปจนํ วิปาโก ความสุกวิเศษ
ปริปาโก ปจ ปริปจนํ ปริปาโก การแก่รอบ  ปริ-ปจ-ณ
ปาโท ปท ปชฺชเต อเนนาติ ปาโท (อวยโว) เป็นเครื่องอันเขาเดินไป, เท้า  ปท-ณ   กัมม. กรณ.
อุปฺปาโท ปท อุปฺปชฺชนํ อุปฺปาโท ความเกิดขึ้น  อุ-ปท-ณ
โคโป ปา คาโว ปาตีติ  โคโป ผู้เลี้ยงซึ่งโค  โค-ปา-ณ
ทฺวารปาโล ปาล ทฺวารํ ปาเลตีติ  ทฺวารปาโล ผู้รักษาซึ่งประตู  ทฺวาร-ปาล-ณ
อุยฺยานปาโล ปาล อุยฺยานํ ปาเลตีติ  อุยฺยานปาโล ผู้รักษาซึ่งอุทยาน  อุยฺยาน-ปาล-ณ
ผสฺโส ผุส ผุสนฺติ เตนาติ ผสฺโส (สภาโว) เป็นเครื่องถูกต้อง  ผุส-ณ   กัตตุ. กรณ.
อาพาโธ พาธ อาพาธตีติ อาพาโธ (สภาโว) ผู้เบียดเบียนยิ่ง   อา-พาธ-ณ
ปลิโพโธ พุธิ พธ ปลิพุนฺธิยเตติ ปรามาโส ความกังวล  ปริ-พุธิ พธ-ณ  แปลง ร เป็น ล
สีลเภโท ภิท สีลสฺส ภิชฺชนํ สีลเภโท ความแตกแห่งศีล  สีล-ภิท-ณ
ภยํ ภี ภายิตพฺพนฺติ ภยํ (วตฺถุ) อันเขาพึงกลัว  ภี-ณ
    ภายนํ ภยํ ความกลัว
เภรโว ภีรุ ภายิตพฺโพติ เภรโว (สทฺโท) อันเขาพึงกลัว  ภีรุ-ณ
ปาฏิโภโค ภุช ปภุญฺชตีติ ปาฏิโภโค (ภควา) ผู้รับรอง, นายประกัน  ปฏิ-ภุช-ณ
ภาโว ภู ภวนํ ภาโว ความเป็น  ภู-ณ
วิภโว ภู วิภวิตพฺโพติ วิภโว (โภโค) อันเขาพึงเสวย  วิ-ภู-ณ
ปมาโท มท ปมชฺชติ เตนาติ ปมาโท (สภาโว) เป็นเหตุประมาท  ป-มท-ณ
    ปมชฺชนํ ปมาโท ความประมาท
มาโร มร สตฺตานํ กุสลธมฺเม มาเรตีติ  มาโร (สภาโว) อันยังความดีของสัตว์ให้ตาย  มร-ณ
ปรามาโส มส ปรามสนํ ปรามาโส ความยึดมั่น  ป-อา-มส-ณ  ลง ร อาคม
โมโห มุห มุยฺหนฺติ เตนาติ โมโห (กิเลโส) เป็นเหตุหลง  มุห-ณ  กัตตุ. กรณ.
    มุยฺหนํ โมโห ความหลง
ยาโค ยช ยชติ เตนาติ ยาโค (สกฺกาโร) เป็นเครื่องบูชา  ยช-ณ
    ยชิตพฺโพติ ยาโค (ภควา) อันเขาพึงบูชา
โยโค ยุช ยุญฺชิตพฺโพติ โยโค (วายาโม) อันเขาพึงประกอบ  ยุช-ณ
    ยุญฺชติ เอเตนาติ โยโค (กิเลโส) เป็นเครื่องประกอบ
ราโค รนฺช รญฺชนฺติ เอเตนาติ ราโค (กิเลโส) เป็นเหตุเร่าร้อน  รนฺช-ณ   กัตตุ. กรณ.
    รญฺชนํ/รชฺชนํ ราโค ความเร่าร้อน, ราคะ
อาราโม รม อารมนฺติ เอตฺถาติ อาราโม (ปเทโส) เป็นที่ยินดี (แห่งชน)  อา-รม-ณ   กัตตุ. อธิกรณ.
    อาคนฺตฺวา รมนฺติ เอตฺถาติ อาราโม (ปเทโส) เป็นที่มายินดี (แห่งชน)  กัตตุ. อธิกรณ.
รโว รว รวณํ รโว การร้อง, การตะโกน  รุ-ณ
โรโค รุช รุชฺชตีติ โรโค (อาพาโธ) ผู้เสียดแทง, โรค  รุช-ณ
สลฺลาโป ลป สลฺลปนํ สลฺลาโป การเจรจา  สํ-ลป-ณ
ลาโภ ลภ ลพฺภตีติ ลาโภ (ธมฺโม) อันเขาได้  ลภ-ณ  กัมม. กัมม.
    ลภนํ ลาโภ  การได้
โลโภ ลุภ ลุพฺภนฺติ เอเตนาติ โลโภ (กิเลโส) เป็นเหตุโลภ  ลุภ-ณ   กัตตุ. กรณ.
    ลุพฺภนํ โลโภ ความโลภ
วาจา วจ วจติ เอตายาติ วาจา (สทฺทชาติ) เป็นเครื่องกล่าว  วจ-ณ
    วจนํ วาจา การกล่าว
วิวาโท วท วิรุทฺธํ กตฺวา วทนํ วิวาโท การกล่าวทำให้ขัดแย้งกัน "กล่าวต่าง" (วิรุทฺธํ กตฺวา ทำให้ขัดแย้งกัน) วิ-วท-ณ
อนูปวาโท วท อนูปวาทนํ  อนูปวาโท การไม่เข้าไปว่า(ร้าย)  น-อนุ-วท-ณ
ปริวาโร วร ปริวาเรตีติ  ปริวาโร ผู้แวดล้อม  ปริ-วร "กั้น ปิด" -ณ  (กั้นรอบ = แวดล้อม)
    ปริวรณํ  ปริวาโร การแวดล้อม
นิวาโส วส นิวสติ เอตฺถาติ นิวาโส (ปเทโส) เป็นที่อยู่อาศัย  นิ-วส-ณ
    นิวาสนํ นิวาโส การอยู่อาศัย
อาวาโส วส อาวสนฺติ เอตฺถาติ  อาวาโส (ปเทโส) เป็นที่อาศัยอยู่  อา-วส-ณ
สํวาโส วส สํ วสนํ สํวาโส การอยู่ร่วม, สังวาส  สํ-วส-ณ
วาโห วห วหิตพฺโพติ วาโห (ภาโร) อันเขาพึงนำไป  วห-ณ
อาวาโห วห อาวหนํ อาวาโห การนำมา  อา-วห-ณ
อาวาหํ วห อาวหนฺติ นนฺติ อาวาหํ (มงฺคลํ) เป็นที่นำมา, (การแต่งงานแบบหญิงไปขอชาย)  อา-วห-ณ กัตตุ. กัมม.
วิวาหํ วห วิวหนฺติ นนฺติ วิวาหํ (มงฺคลํ) เป็นที่นำไปต่าง, (การแต่งงานแบบชายไปขอหญิง)  วิ-วห-ณ กัตตุ. กัมม.
วิเวโก วิจ วิเวจนํ วิเวโก ความสงัด  วิจ-ณ  ทำ เทฺวภาวะ วิ ที่ วิจ
สํเวโค วิชิ สํเวชิตพฺพนฺติ สํเวโค ความสลด, ความสังเวช  สํ-วิชิ-ณ
ตนฺตวาโย เว ตนฺตํ วายตีติ ตนฺตวาโย (ชโน) ผู้กรอซึ่งด้าย  ตนฺต-เว-ณ  กัตตุ. กัตตุ.
ปสาโท สท ปสาทนํ ปสาโท ความเลื่อมใส  ป-สท-ณ
สาโป สป สปนํ สาโป การแช่ง, การสาป  สป-ณ
วิปฺปฏิสาโร สร วิรูเปน ปติ ปุนปฺปุนํ สรติ จิตฺตํ เอเตนาติ วิปฺปฏิสาโร เป็นเครื่องไปผิดรูป (แห่งจิต), เป็นเครื่องเดือดร้อน (แห่งจิต) วิ-ปฏิ-สร-ณ
    วิปฺปฏิสรณํ วิปฺปฏิสาโร ความเดือดร้อน (แห่งจิต)
อุสฺสาโห สห ทุกฺขลาภํ สหตีติ อุสฺสาโห (สภาโว) อันอดกลั้นซึ่งสิ่งที่พึงได้ยากขึ้นไป, อุสสาหะ  อุ-สห-ณ
    อุสฺสหนํ อุสฺสาโห การอดกลั้นยิ่งขึ้นไป, อุสสาหะ
วิสฺสาโส สส วิเสเสน สาสตีติ วิสฺสาโส ผู้คุ้นเคยกัน  วิ-สส-ณ
    วิสฺสาสนํ วิสฺสาโส ความคุ้นเคยกัน
ปริสฺสยํ สิ ปริสยตีติ ปริสฺสยํ (ภยํ) ผู้เบียดเบียนรอบ  ปริ-สิ-ณ
    ปริสยติ เตนาติ ปริสฺสยํ (ภยํ) เป็นเครื่องเบียดเบียนรอบ (แห่งชน)
นครโสภิณี สุภ นครํ โสเภตีติ นครโสภิณี (อิตฺถี) ผู้ยังนครให้งาม  นคร-สุภ-ณ
วโธ หน หนตีติ  วโธ ผู้ฆ่า  หน-ณ
    หนนํ  วโธ การฆ่า
อนูปฆาโต หน อนูปหนนํ  อนูปฆาโต การไม่เข้าไปฆ่า  น-อนุ-หน-ณ  แปลง หน เป็น ฆาต
วิหาโร หร วิหรติ เตนาติ วิหาโร (ธมฺโม) เป็นเครื่องอยู่ (แห่งภิกษุ)  วิ-หร-ณ  กัตตุ. กรณ.
    วิหรนฺติ เอตฺถาติ วิหาโร (อาราโม) เป็นที่อยู่ (แห่งภิกษุ)  กัตตุ. อธิกรณ.
อาหาโร หน อาหรตีติ อาหาโร (สภาโว) ผู้นำมา  อา-หร-ณ
หาโส หส หสนํ หาโส การหัวเราะ  หส-ณ
ปริหาโส หส ปริหสนฺติ เอตฺถาติ ปริหาโส (ปเทโส) เป็นที่เล่น, เป็นที่ร่าเริง  ปริ-หส-ณ
    ปริหสนํ ปริหาโส การเยาะเย้ย, ความร่าเริง
อาหาโร หน อาหรตีติ อาหาโร (สภาโว) ผู้นำมา  อา-หร-ณ
หาโส หส หสนํ หาโส การหัวเราะ  หส-ณ
วิฆาสาโท ฆส วิฆาสํ อทตีติ  วิฆาสาโท ผู้เคี้ยวกินซึ่งวัตถุอันเป็นเดน  วิฆาส-อท-ณ
อาโส อส อาสิตพฺโพติ  อาโส (อาหาโร) อันเขาพึงกิน  อส-ณ   กัมม. กัมม.
ปาตราโส อส ปาโต อาสิตพฺโพติ  ปาตราโส (อาหาโร) อันเขาพึงกินในเวลาเช้า ปาโต-อส-ณ   กัมม. กัมม.
สายมาโส อส สายํ อาสิตพฺโพติ  สายมาโส (อาหาโร) อันเขาพึงกินในเวลาเย็น สายํ-อส-ณ   กัมม. กัมม.
ลงหลังธาตุพยางค์เดียว เป็น อา  แปลง อา เป็น อาย
ทายํ ทา ทาตพฺพนฺติ  ทายํ (วตฺถุ) อันเขาพึงให้, รางวัล  ทา-ณ   กัมม. กัมม.
ทาโย ทา ทานํ  ทาโย  การให้
ทานทาโย ทา ทานํ ททาตีติ ทานทาโย (ชโน) ผู้ให้ซึ่งทาน  ทาน-ทา-ณ
ธญฺญมาโย มา ธญฺญํ มินาตีติ ธญฺญมาโย (ชโน) ผู้นับซึ่งข้าวเปลือก  ธญฺญ-มา-ณ

ปัจจัยที่เนื่องด้วย ณ (ยกเว้น ณฺวุ)  ในนามกิตก์
ลงหลังธาตุที่มี จ เป็นที่สุด  แปลง จ เป็น ก
โอโก อุจ (อุทกํ) อุจตีติ โอโก (ปเทโส) ผู้กักเก็บ (ซึ่งน้ำ), ห้วงน้ำ   อุจ-ณ
โสโก สุจ โสจนํ โสโก ความเศร้าโศก  สุจ "แห้ง"-ณ
ปาโก ปจ ปจนํ ปาโก การหุง  ปจ-ณ
ลงหลังธาตุที่มี ช เป็นที่สุด  แปลง ช เป็น ค
จาโค จช จชตีติ  จาโค ผู้สละ  จช-ณ
    จชนํ  จาโค  การสละ
อติปริจาโค จช อติปริจชนํ อติปริจาโค การสละอันยิ่งเกิน  อติ-ปริ-จช-ณ
สํวิภาโค ภช สํ วิภชนํ สํวิภาโค การจำแนก, การแบ่งแยก  ภช-ณ
โภโค ภุช ภุญฺชิยเตติ โภโค (อาหาโร) อันเขาบริโภค  ภุช-ณ   กัมม. กัมม.
    ภุญฺชนํ โภโค  การบริโภค
อุปโยโค ยุช อุปยุชฺฌิตพฺพนฺติ อุปโยโค การประกอบเข้า  อุป-ยุช-ณ
อุปสคฺโค สช อุปคนฺตฺวา (อตฺถํ) สชฺเชตีติ อุปสคฺโค (สภาโว) อันเข้าไปขัดขวาง (ซึ่งประโยชน์) อุป-สช-ณ
สงฺโค สช สชฺชนํ สงฺโค ความข้อง   สญฺช-ณ
รงฺโค รนฺช รงฺโค ผู้กำหนัด, เป็นที่กำหนัด (สถานที่เต้นรำ)  รญฺช-ณ    กัตตุ. อธิกรณ.
คห ธาตุ  แปลง คห เป็น ฆร ได้
ฆรํ คห คยฺหตีติ ฆรํ (ฐานํ) อันเขาถือครอง  คห-ณ   กัมม. กัมม.
กร ธาตุ มี  ปุร สํ อุป ริ เป็นบทหน้า  แปลง กร เป็น ข หรือ ขร ได้
สงฺขาโร กร สงฺกริยเตติ  สงฺขาโร (ธมฺโม) อันปัจจัยกระทำพร้อม  สํ-กร-ณ   กัมม. กัมม.
สงฺขาโร กร ปจฺจเยหิ สงฺคมฺม กริยเตติ สงฺขาโร (ธมฺโม) อันปัจจัยประชุมกันแต่งขึ้น   กัมม. กัมม.
อภิสงฺขาโร กร อภิสงฺขาโร ผู้ทำยิ่งดี  อภิ-สํ-กร-ณ
ปริกฺขาโร กร ปริกฺขาโร เป็นเครื่องทำรอบ  ปริ-กร-ณ     กัตตุ. กรณ.
ปุเรกฺขาโร กร ปุเร กรณํ  ปุเรกฺขาโร การทำก่อน, การทำในเบื้องหน้า, (ความยกย่อง)  ปุเร-กร-ณ


ติ ปัจจัย
เป็นได้ทุกรูปทุกสาธนะ 
เป็นอิตถีลิงค์  แจกอย่าง รตฺติ

1. ธาตุพยางค์เดียว  คงไว้ตามเดิมบ้าง  แปลงเป็นอย่างอื่นบ้าง
  ฐิติ ฐา ฐานํ ฐิติ  ความตั้งอยู่   ฐา-ติ  แปลง อา เป็น อิ
  วิญฺญตฺติ ญา วิญฺญาปนํ วิญฺญตฺติ การให้รู้ต่าง, การขอ  วิ-ญา-ติ   รัสสะ อา เป็น อ   ซ้อน ตฺ
  ปติ ปา ปาตีติ ปติ ผู้รักษา, เจ้า, ผัว, นาย  ปา-ติ  รัสสะ อา เป็น อ
  ปีติ ปา ปิวนํ ปีติ ความดื่ม   ปา-ติ  แปลง อา เป็น อี  (เป็นมติในมูลกัจจายน์)
      ปีติ (ธมฺมชาติ) ผู้ยังใจให้เอิบอิ่ม  ปิ "ให้เอิบอิ่ม"  (อภิธานัปปทีปิกา สูจิ)
  อีติ อิ อนตฺถาย เอตีติ อีติ (ธมฺมชาติ) อันมาเพื่อความฉิบหายมิใช่ประโยชน์, จัญไร  อา-อิ-ติ
  จุติ จุ จวนํ จุติ ความเคลื่อน  จุ-ติ
  ถุติ ถุ ถวนํ ถุติ ความชมเชย  ถุ-ติ
  สุติ สุ สวนํ สุติ การฟัง  สุ-ติ
  สมฺภูติ ภู สมฺภวนํ  สมฺภูติ การเกิดขึ้นด้วยดี  สํ-ภู-ติ
  วิภูติ ภู วิสิฏฺเฐน/วิเสสโต ภวตีติ  วิภูติ (ธมฺมชาติ) ผู้เป็นโดยวิเศษ   วิ-ภู-ติ
      วิภวนํ วิภูติ ความเป็นโดยวิเศษ
  ภวเนตฺติ ภู ภวํ เนตีติ ภวเนตฺติ (ธมฺมชาติ) อันนำไปสู่ภพ  ภว-นี-ติ   ซ้อน ตฺ
      ภวํ เนติ เอตายาติ ภวเนตฺติ (ตณฺหา) เป็นเครื่องนำไปสู่ภพ
  ชานิ หา หานํ ชานิ ความเสื่อม  หา-ติ  แปลง หา เป็น ชา    แปลง ติ เป็น นิ
  ปริหานิ หา ปริหานํ/ปริหายนํ ปริหานิ ความเสื่อมรอบ  ปริ-หา-ติ   แปลง ติ เป็น นิ
2. ธาตุมี น ม ร เป็นที่สุด  ลบที่สุดธาตุ
  วิกติ กร วิวิเธน อากาเรน กรณํ วิกติ การกระทำโดยอาการมีอย่างต่างๆ   วิ-กร-ติ
  คติ คม คมยเตติ/คนฺตพฺพนฺติ/คมนํ คติ การไป  คม-ติ
      คจฺฉนฺติ เอตฺถาติ คติ (ภูมิ) เป็นที่ไป  คม-ติ   กัตตุ. อธิกรณ.
  ทุคฺคติ คม ทุฏฺฐุ คมนํ ทุคฺคติ การไปชั่ว  ทุ-คม-ติ
      ทุ คจฺฉนฺติ เอตฺถาติ ทุคฺคติ (ภูมิ) เป็นที่ไปชั่ว   กัตตุ. อธิกรณ.
  สุคติ คม สุฏฺฐุ คมนํ สุคติ การไปดี  สุ-คม-ติ
      สุ คจฺฉนฺติ เอตฺถาติ สุคติ (ภูมิ) เป็นที่ไปดี   กัตตุ. อธิกรณ.
  สนฺตติ ตน สนฺตนนํ สนฺตติ ความสืบต่อ  สํ-ตน-ติ
  ภติ ภร ภรณํ ภติ การเลี้ยงดู  ภร-ติ
      ภรติ เอตายาติ ภติ (ธนชาติ) เป็นเครื่องเลี้ยงดู, ค่าจ้าง  กัตตุ. กรณ.
  มติ มน มนนํ มติ ความรู้  มน-ติ
      มญฺญตีติ มติ (ธมฺมชาติ) ผู้รู้    กัตตุ. กัตตุ.
      มญฺญติ เอตายาติ มติ (ธมฺมชาติ) เป็นเครื่องรู้  มน-ติ   กัตตุ. กรณ.
  สารมติ มน สาเร มญฺญติ สีเลนาติ สารมติ ผู้รู้ในสิ่งอันเป็นสาระโดยปกติ  สาร-มน-ติ  กัตตุ. กัตตุ. ตัสสีละ
  สมฺมติ มน สมฺมนนํ สมฺมติ  ความรู้พร้อม   สํ-มน-ติ
      สํ สุฏฺฐุ มญฺญตีติ สมฺมติ (ธมฺมชาติ)  ผู้รู้พร้อม
      สํ สุฏฺฐุ มญฺญติ เอตายติ สมฺมติ (ธมฺมชาติ) เป็นเครื่องรู้พร้อม   กัตตุ. กรณ.
  รติ รม รมณํ รติ ความยินดี  รม-ติ
      รมนฺติ เอตายาติ รติ (ธมฺมชาติ) เป็นเครื่องยินดี  กัตตุ. กรณ.
  สติ สร สรณํ สติ ความระลึก  สร-ติ
      สรตีติ สติ (ธมฺมชาติ) ผู้ระลึก
      สรติ เอตายาติ สติ (ธมฺมชาติ) เป็นเครื่องระลึก  กัตตุ. กรณ.
3. หลัง ภุช ยุช ปท เป็นต้น ลบที่สุดธาตุ  ซ้อน ตฺ
  คุตฺติ คุป คุปนํ คุตฺติ ความคุ้มครอง   คุป-ติ
  อินฺทฺริยคุตฺติ คุป อินฺทฺริยสฺส คุปนํ อินฺทฺริยคุตฺติ ความคุ้มครองซึ่งอินทรีย์  อินฺทฺริย-คุป-ติ
  ติตฺติ ติป ติปนํ ติตฺติ ความอิ่ม   ติป-ติ
  อุปฺปตฺติ ปท อุปฺปชฺชนํ อุปฺปตฺติ ความเกิดขึ้น, ความอุบัติ   อุ-ปท "ถึง" -ติ
  อาปตฺติ ปท อาปชฺชนํ อาปตฺติ ความถึง, ความต้อง, อาบัติ  อา-ปท-ติ
  สมาปตฺติ ปท สมาปชฺชนํ สมาปตฺติ การเข้าพร้อม, ฌาน  สํ-อา-ปท-ติ
  สมฺปตฺติ ปท สมฺปชฺชิตพฺพาติ สมฺปตฺติ (ธมฺมชาติ) อันเขาพึงถึงพร้อม  สํ-ปท-ติ   กัมม. กัมม.
  ภตฺติ ภช ภชนํ ภตฺติ การจำแนก, การคบ  ภช-ติ
  วิภตฺติ ภช วิภชนํ วิภตฺติ การจำแนก  วิ-ภช-ติ
  ภุตฺติ ภุช ภุญฺชนํ ภุตฺติ การกิน  ภุช-ติ
  วิมุตฺติ มุจ วิมุจฺจนํ วิมุตฺติ ความพ้นวิเศษ  วิ-มุจ-ติ
  ยุตฺติ ยุช ยุญฺชนํ ยุตฺติ การประกอบ  ยุช-ติ
  ปวตฺติ วตุ ปวตฺตนํ ปวตฺติ ความเป็นไปทั่ว  ป-วตุ-ติ
  วุตฺติ วตุ วตฺตนํ วุตฺติ ความประพฤติ, ความเป็นไป  วตุ-ติ
  ชีวิตวุตฺติ วตุ ชีวิตสฺส วตฺตนํ ชีวิตวุตฺติ ความเป็นไปแห่งชีวิต  ชีวิต-วตุ-ติ
4. ธาตุมี ธ, ภ เป็นที่สุด ลบที่สุดธาตุ  แปลง ติ เป็น ทฺธิ   เช่น
  พุทฺธิ พุธ พุชฺฌติ เอตายาติ พุทฺธิ (ปญฺญา) เป็นเครื่องตรัสรู้  พุธ-ติ    กัตตุ. กรณ.
      พุชฺฌนํ พุทฺธิ การตรัสรู้
  ลทฺธิ ลภ ลภติ เอตายาติ ลทฺธิ (ธมฺมชาติ) เป็นเหตุได้   ลภ-ติ   กัตตุ. กรณ.
  วิสุทฺธิ สุธ วิสุชฺฌนํ วิสุทฺธิ ความหมดจดวิเศษ   วิ-สุธ-ติ
  สมิทฺธิ อิธ สมิชฺฌนํ สมิทฺธิ ความสำเร็จพร้อม   สํ-อิธ-ติ
5. ธาตุมี ม เป็นที่สุด ลบที่สุดธาตุ  แปลง ติ เป็น นฺติ
  นิกนฺติ กมุ นิกมนํ นิกนฺติ ความใคร่, ความปรารถนา  นิ-กมุ-ติ
  สนฺติ สม สมนํ สนฺติ ความสงบ  สม-ติ
  ขนฺติ ขม ขมนํ ขนฺติ ความอดทน  ขม-ติ
6. ธาตุมี ส เป็นที่สุด ลบที่สุดธาตุ   แปลง ติ เป็น ฏฺฐิ
  สนฺตุฏฺฐิ ตุส สนฺตุสฺสนํ สนฺตุฏฺฐิ ความยินดีพร้อม, สันโดษ   สํ-ตุส-ติ
  ทิฏฺฐิ ทิส ทสฺสนํ ทิฏฺฐิ  ความเห็น   ทิส-ติ
  วุฏฺฐิ วสฺส วสฺสนํ วุฏฺฐิ  การหลั่ง, การตก, การโปรย (แห่งฝน)   วสฺส-ติ
  อนุสิฏฺฐิ สาส อนุสาสนํ อนุสิฏฺฐิ การตามสอน   อนุ-สาส-ติ  แปลง อา เป็น อิ
5. แปลงตัวธาตุ
  ชาติ ชน ชนนํ ชาติ ความเกิด  ชน-ติ   แปลง ชน เป็น ชา
  วุฑฺฒิ วฑฺฒ วฑฺฒนํ วุฑฺฒิ ความเจริญ  วฑฺฒ-ติ