สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ แม่กองบาลีสนามหลวง กล่าวสัมโมทนียกถาในการอบรมครูสอนบาลี ณ วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ว่า
การเรียนบาลีเปรียบเสมือนต้นไม้ เหมือนรากฐานสำคัญของการเรียนรู้หลักธรรมในพระพุทธศาสนา เป็นพื้นฐานที่พระจะต้องศึกษา ตามหลักที่เรียกว่า ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ซึ่งปริยัติก็คือ การศึกษาพระบาลีการเรียนรู้หลักคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ทุกวันนี้ พระส่วนใหญ่ชอบการขยายสาขา ไม่สนใจลำต้น ก็คือ การศึกษาบาลี หากเป็นเช่นนี้ ต่อไป ต้นไม้ก็คงต้องตาย กิ่งก้านสาขาก็คงอยู่ไม่ได้เช่นกัน พระพุทธศาสนาก็จะอยู่ไม่ได้เช่นกันหากพระไม่รู้บาลี
ดังนั้น การส่งเสริมให้พระ-เณร ได้ศึกษาบาลีจึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นรากฐานในการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้อยู่ไปได้ เพราะเมื่อพระเข้าใจคำสอน ก็สามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง ปฏิเวธก็จะเกิดผล ก็คือนิพพาน อย่างไรก็ตาม อาตมาอยากให้พระสงฆ์ สามเณร ของเราเหมือนประเทศเนปาล ที่พระ-เณร สามารถพูดบาลีกันได้ หากเราทำได้ครึ่งของเขาเชื่อว่า พระพุทธศาสนาซึ่งเปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่คงแผ่กิ่งก้านสาขาไปได้มากกว่านี้
พระธรรมปัญญาภรณ์ เลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง กล่าวว่า ขณะนี้มีสำนักเรียนบาลีทั่วประเทศมีไม่เกิน 2,000 สำนัก ซึ่งทางกองบาลีสนามหลวง พยายามที่จะจัดตั้งศูนย์การเรียนบาลีให้มีครบทุกจังหวัด โดยเฉพาะการสอนบาลีตั้งแต่เปรียญธรรมประโยค 6-9 เนื่องจากในส่วนภูมิภาคไม่ค่อยมีสอนกันและจะต้องมาเรียนที่กรุงเทพฯ เท่านั้น ซึ่งตอนนี้มีนำร่องอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ ภาค 2 วัดพระพุทธบาท สระบุรี ภาค 5 วัดคลองโพธิ์ อุตรดิตถ์ และภาค 14 วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม ทั้งนี้ หากมีการตั้งศูนย์ได้ครบทุกจังหวัดก็จะบรรเทาความแออัดการเรียนบาลีประโยค 6-9 ในวัดกรุงเทพฯ อาทิ วัดสามพระยา วัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดชนะสงคราม
"การเรียนการสอนบาลีประโยคสูง สมัยก่อนจะมีสอนเพียงวัดเดียว คือ วัดสามพระยา เรียกว่า โรงเรียนการคณะสงฆ์ พระจากต่างจังหวัดจะต้องมาเรียนที่วัดนี้ก็จะทำให้แออัดไม่เพียงพอต่อความต้องการ เมื่อการศึกษาเจริญขึ้น ก็จะมีสอนตามวัดใหญ่ก็ยังไม่เพียงพอ หากเรากระจายให้มีศูนย์ตามจังหวัดต่างๆ ก็จะเป็นประโยชน์กับพระในส่วนภูมิภาคที่ไม่ต้องเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ และจะทำให้การสอนบาลีประโยคสูงมีเพิ่มขึ้นอย่างทั่วถึงด้วย" เลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง กล่าว
ที่มา: ข่าวสด
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น