เฉลยข้อสอบบาลีสนามหลวง ป.ธ.3 ปี 2541

ปย.1-2 | ป.ธ. 3 | ป.ธ. 4 | ป.ธ. 5 | ป.ธ. 6 | ป.ธ. 7 | ป.ธ. 8 | ป.ธ. 9

| 2539 | 2540 | 2541 | 2542 | 2543 | 2544 | 2545 | 2546 |

ประโยค ป.ธ. 3
ปัญหาและเฉลย บาลีไวยากรณ์
สอบวันที่  23  กุมภาพันธ์  2541

1. จงแสดงลักษณะต่างกัน  ระหว่างอักขรวิธี  และวจีวิภาค. 
ในอักขระทั้ง  41  ตัว  จำพวกไหนชื่อนิสสัย  จำพวกไหน  ชื่อนิสสิต  และทำหน้าที่ต่างกันอย่างไร.

ลักษณะต่างกัน  ระหว่างอักขรวิธีและวจีวิภาค  ดังนี้
อักขรวิธี  ว่าด้วยอักษร  จัดเป็น  2  คือ สมัญญาภิธาน  แสดงชื่อ อักษรที่เป็นสระ  และพยัญชนะ  พร้อมทั้งฐานกรณ์ 1  สนธิ  ต่ออักษร ที่อยู่ในคำอื่น  ให้เนื่องเป็นอันเดียวกัน 1
ส่วน วจีวิภาค แบ่งคำพูดออกเป็น  6  ส่วน  คือ  นาม 1  อัพยยศัพท์ 1  สมาส 1  ตัทธิต 1  อาขยาต 1  กิตก์ 1.

ในอักขระทั้ง  41  ตัว  อักขระเบื้องต้น  8  ตัว  ตั้งแต่  อ  จนถึง  โอ  ชื่อสระ  ออกเสียงได้ตามลำพังตนเอง  และทำพยัญชนะให้ออกเสียงได้  สระ  8  ตัวเหล่านี้  ชื่อ นิสสัย  และทำหน้าที่เป็นที่อาศัยของพยัญชนะ 
ส่วนอักขระที่เหลือจากสระนั้น  33  ตัว  มี  ก  เป็นต้น  มีนิคคหิตเป็นที่สุด  ชื่อพยัญชนะ  พยัญชนะ  33  ตัวเหล่านี้  ชื่อ นิสสิต  และทำเนื้อความ ให้ปรากฏชัด  จนถึงเข้าใจความได้.

2. ในอาเทสพยัญชนะสนธิ อย่างไหนนิยมสระ อย่างไหนนิยมพยัญชนะ และอย่างไหนไม่นิยมทั้ง 2 อย่าง

ในอาเทสพยัญชนะสนธิ  ที่นิยมสระ (มีสระอยู่หลัง) ดังนี้ 
ถ้าสระอยู่หลัง  แปลง  ติ  ที่ท่านทำเป็น  ตฺย แล้วให้เป็น จฺจ  
   อุ. ว่า  อิติ - เอวํ  เป็น  อิจฺเจวํ,  ปติ - อุตฺตริตฺวา  เป็น  ปจฺจุตฺตริตฺวา  เป็นต้น.
ที่นิยมพยัญชนะ (มีพยัญชนะอยู่หลัง) ดังนี้  แปลง อว เป็น โอ 
   อุ. ว่า  อว-นทฺธา เป็น โอนทฺธา,  อว-กาโส  เป็น โอกาโส,  อว - ขิตฺตจกฺขุ  เป็น  โอกฺขิตฺตจกฺขุ  เป็นต้น
ที่ไม่นิยมทั้ง 2 อย่าง (ไม่นิยมทั้งสระทั้งพยัญชนะ)  ดังนี้  
   แปลง  ธ  เป็น  ห  อุ. ว่า  สาธุ - ทสฺสนํ  เป็น  สาหุทสฺสนํ
   แปลง  ท  เป็น  ต  อุ. ว่า  สุคโท  เป็น  สุคโต
   แปลง  ต  เป็น  ฏ  อุ. ว่า  ทุกฺกตํ  เป็น  ทุกฺกฏํ  เป็นต้น.

3. จงตอบคำถามต่อไปนี้
ก.  สังขยาคืออะไร  แบ่งเป็นเท่าไร  อะไรบ้าง  จัดเป็นลิงค์  วจนะ  และวิภัตติไว้อย่างไร.
ข.  เอกสังขยา  กับ  เอกสัพพนาม  ต่างกันอย่างไร  เฉพาะเอกสัพพนาม  แจกได้กี่วจนะ  เหมือนอะไร.

ได้ตอบคำถามดังต่อไปนี้  คือ
ก. สังขยา  คือ ศัพท์ที่เป็นเครื่องกำหนดนับนามนาม แบ่งเป็น  2  คือ ปกติสังขยา อย่าง 1  ปูรณสังขยา อย่าง 1

จัดเป็นเป็นลิงค์อย่างนี้  คือ ปกติสังขยา ตั้งแต่ เอก ถึง อฏฺฐารส เป็น ไตรลิงค์ ตั้งแต่ เอกูนวีสติ ถึง อฏฺฐนวุติ เป็น อิตถีลิงค์อย่างเดียว ตั้งแต่  เอกูนสตํ ถึง ทสสตสหสฺสํ  เป็น นปุงสกลิงค์อย่างเดียว   เฉพาะ โกฏิ เป็นอิตถีลิงค์อย่างเดียว.  ส่วน  ปูรณสังขยา   เป็นได้ทั้ง  3  ลิงค์.

จัดเป็นวจนะอย่างนี้  คือ  เอกสังขยา เป็น เอกวจนะอย่างเดียว เอกสัพพนามเป็นได้  2  วจนะ ตั้งแต่  ทฺวิ ถึง อฏฺฐารส เป็น พหุวจนะอย่างเดียว  ตั้งแต่ เอกูนวีสติ   ถึง อฏฺฐนวุติ เป็น เอกวจนะอย่างเดียว  ถึงจะเข้ากับศัพท์ที่เป็นพหุวจนะลิงค์อื่น  ก็คงอยู่อย่างนั้น  ไม่เปลี่ยนไปตาม   ตั้งแต่ เอกูนสตํ ขึ้นไป เป็นได้  2  วจนะ.  ส่วน  ปูรณสังขยา  เป็นเอกวจนะอย่างเดียว.

จัดเป็นวิภัตติอย่างนี้  คือ  ปกติสังขยาเหล่านี้  คือ  เอก  และ  เอกูนวีสติ  ถึง  อฏฺฐนวุติ  แจกด้วยวิภัตติฝ่ายเอกวจนะอย่างเดียว  ตั้งแต่  ทฺวิ  ถึงอฏฺฐารส  แจกด้วยวิภัตติฝ่ายพหุวจนะอย่างเดียว  ตั้งแต่  เอกูนสตํ  ขึ้นไปแจกด้วยวิภัตติได้ทั้งฝ่ายเอกวจนะและพหุวจนะ.

ส่วน  ปูรณสังขยา แจกด้วยวิภัตติฝ่ายเอกวจนะอย่างเดียว.

ข.  ต่างกันอย่างนี้  คือ  เอกสังขยา  เป็น  เอกวจนะอย่างเดียว   เอกสัพพนาม  เป็น  ทวิวจนะ 
เฉพาะเอกสัพพนาม  แจกได้ทั้ง 2 วจนะ  เหมือน ย ศัพท์  แปลกจาก ย ศัพท์บ้างเล็กน้อย เฉพาะในอิตถีลิงค์เอกวจนะ  จตุตถีวิภัตติ  และฉัฏฐีวิภัตติ  เป็น  เอกิสฺสา  สัตตมีวิภัตติ  เป็น  เอกิสฺสํ  เท่านั้น.

4. ศัพท์เช่นไร  เรียกว่า อัพยยศัพท์ จัดเป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง  มีวิธีใช้อย่างไร.
ศัพท์จำพวกหนึ่ง  จะแจกด้วยวิภัตติทั้ง 7 แปลงรูปไปต่างๆ เหมือนนาม ทั้ง 3 ไม่ได้  คงรูปอยู่อย่างเดียว  ศัพท์เหล่านี้เรียกว่า “อัพยยศัพท์” 
อัพยยศัพท์นั้น จัดเป็น 3  ชนิด  คือ  อุปสัค 1  นิบาต 1  ปัจจัย 1  มีวิธีใช้ดังนี้
    (1) อุปสัค  ใช้นำหน้านามและกิริยาให้วิเศษขึ้น  เมื่อนำหน้านาม มีอาการคล้ายคุณศัพท์  เมื่อนำหน้ากิริยา  มีอาการคล้ายกิริยาวิเสสนะ.
    (2) นิบาต  นั้น  สำหรับลงในระหว่างนามศัพท์บ้าง กิริยาศัพท์บ้าง บอกอาลปนะ กาล ที่  ปริจเฉท  อุปไมย  ปฏิเสธ  ความได้ยินเล่าลือ  ความปริกัป  ความถาม  ความรับ  ความเตือน  เป็นต้น.
    (3) ปัจจัย สำหรับใช้ลงท้ายนามศัพท์  เป็นเครื่องหมายวิภัตติบ้าง  ลงท้ายธาตุเป็นเครื่องหมาย กิริยาบ้าง.

5. สาธนะคืออะไร  และมีอะไรบ้าง.  จงเขียนรูปวิเคราะห์ศัพท์ต่อไปนี้  อาจริยปูชโก  (เถโร),  ภิกฺขาจาโร  (กาโล),  นิสฺสโย  (อาจริโย)  พร้อมทั้งบอกรูป  สาธนะ  และปัจจัย  มาดู.

สาธนะ  คือศัพท์ที่ท่านให้สำเร็จมาแต่รูปวิเคราะห์  มี  7  คือ  กัตตุสาธนะ,  กัมมสาธนะ,  ภาวสาธนะ,  กรณสาธนะ,  สัมปทานสาธนะ,  อปาทานสาธนะ,  อธิกรณสาธนะ.

อาจริยปูชโก  วิเคราะห์ว่า  อาจริยํ  ปูเชตีติ  อาจริยปูชโก  (เถโร)
    เป็นกัตตุรูป  กัตตุสาธนะ  ลง  ณฺวุ   ปัจจัย
ภิกฺขาจาโร  วิเคราะห์ว่า      ภิกฺขาย  จรติ  เอตฺถาติ  ภิกฺขาจาโร  (กาโล)
    เป็นกัตตุรูป  อธิกรณสาธนะ  ลง ณ ปัจจัย
นิสฺสโย  วิเคราะห์ว่า  นิสฺสาย  นํ  วสตีติ  นิสฺสโย  (อาจริโย)
    เป็นกัตตุรูป  กัมมสาธนะ  ลง อ ปัจจัย.

6. จงอธิบายความแตกต่างระหว่าง  น  บุพพบท  พหุพพิหิ  กับ อุภยตัปปุริสสมาส มาดูพอได้ใจความ.   อติเรกลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต  (ชโน)  เป็นสมาสอะไรบ้าง  จงตั้งวิเคราะห์มาดูด้วย.

ความต่างระหว่าง  น บุพพบท พหุพพิหิสมาส  กับ  อุภยตัปปุริสสมาส  ดังนี้  คือ
น บุพพบท พหุพพิหิสมาส  ใช้ปฏิเสธคุณนาม แปลว่า  “มี...หามิได้”  หรือ “ไม่มี...”
  ตัวอย่างเช่น นตฺถิ  ตสฺส  สโมติ  อสโม  มีผู้เสมอหามิได้  หรือ  ไม่มีผู้เสมอ  นตฺถิ  ตสฺส  ปุตฺตาติ  อปุตฺตโก  มีบุตรหามิได้ หรือไม่มีบุตร.
ส่วน อุภยตัปปุริสสมาส  หรือ น กัมมธารยสมาส  ปฏิเสธนาม  แปลว่า  มิใช่.... ไม่ใช่.... หรือเป็น....หามิได้ 
  ตัวอย่างเช่น  น  พฺราหฺมโณ  อพฺราหฺมโณ (อยํ  ชโน  ชนนี้)  มิใช่พราหมณ์, ไม่ใช่พราหมณ์  หรือเป็นพราหมณ์หามิได้ 
  น  อสฺโส  อนสฺโส  (อยํ สตฺโต สัตว์นี้)  มิใช่ม้า  ไม่ใช่ม้า  หรือเป็นม้าหามิได้.

อติเรกลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต (ชโน)  (ชนผู้มีลาภอันเลิศและยศอันเลิศ ยิ่งกว่าหนึ่ง อันถึงแล้ว)
เป็น  ตติยาตุลยาธิกรณพหุพพิหิสมาส  มีวิเสสนุตตรบท  กัมมธารยสมาส,  วิเสสนุตตรบท  กัมมธารยสมาส, 
สมาหารทวันทวสมาส,  อุปสัคคปุพพกะ  อัพยยีภาวสมาส,  และวิเสสนบุพพบท  กัมมธารยสมาส  เป็นภายใน  มีวิเคราะห์ ตามลำดับดังต่อไปนี้
    วิ.นุต. กัม.      วิ.     ลาโภ  จ  โส  อคฺโค  จาติ  ลาภคฺโค   หรือ  ลาโภ   อคฺโค  ลาภคฺโค.
    วิ.นุต. กัม.      วิ.     ยโส   จ   โส  อคฺโค  จาติ  ยสคฺโค    หรือ  ยโส    อคฺโค  ยสคฺโค.
    สมา.ทวันทว.   วิ.    ลาภคฺโค  จ  ยสคฺโค  จ  ลาภคฺคยสคฺคํ.  หรือ    อสมา. ทวันทว. วิ. ลาภคฺโค  จ  ยสคฺโค  จ  ลาภคฺคยสคฺคา.
    อุปสัคค. อัพ. วิ.    เอกสฺมา  อุตฺตรํ  อติเรกํ.
    วิ.บุพ.กัม.     วิ.    อติเรกํ  จ  ตํ  ลาภคฺคยสคฺคํ  จาติ  อติเรกลาภคฺคยสคฺคํ.  หรือ   วิ.    อติเรกํ  ลาภคฺคยสคฺคํ  อติเรกลาภคฺคยสคฺคํ.
    ต.ตุล.พหุพ.    วิ.    อติเรกลาภคฺคยสคฺคํ  ปตฺตํ  เยน  โส   อติเรกลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต  (ชโน). 

หรือแปลว่า ชนผู้ถึงแล้วซึ่งลาภอันเลิศและยศอันเลิศอันยิ่งกว่าหนึ่ง
เป็น ทุติยาตัปปุริสสมาส มี มีวิเสสนุตตรบท  กัมมธารยสมาส,  วิเสสนุตตรบท  กัมมธารยสมาส,   
สมาหารทวันทวสมาส,   อุปสัคคปุพพกะ  อัพยยีภาวสมาส,  และวิเสสนบุพพบท  กัมมธารยสมาส  เป็นภายใน 
มีวิเคราะห์ตามลำดับเช่นเดียวกัน เว้นแต่ ทุติยาตัปปุริสสมาส วิ.ว่า  อติเรกลาภคฺคยสคฺคํ  ปตฺโต  อติเรกลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต  (ชโน).

7. ปูรณตัทธิต  มีปัจจัยกี่ตัว  และปัจจัยตัวไหน  นิยมลงกับศัพท์อะไร  นาครตา,  มุฏฺฐสจฺจํ  ลงปัจจัยอะไร  ในตัทธิตไหน  จงตั้งวิเคราะห์ มาดูด้วย.

ในปูรณตัทธิต มีปัจจัย  5 ตัว ได้แก่  ติย,  ถ,  ฐ,  ม,  อี. และปัจจัยเหล่านั้น  นิยมลงกับศัพท์ดังนี้คือ 
    ติย     ปัจจัย    นิยมลงกับปกติสังขยา    คือ  ทฺวิ  กับ  ติ
    ถ     ปัจจัย    นิยมลงกับปกติสังขยา    คือ  จตุ   
    ฐ     ปัจจัย    นิยมลงกับปกติสังขยา    คือ   ฉ
    ม    ปัจจัย    นิยมลงกับศัพท์ปกติสังขยาที่เหลือ
    อี    ปัจจัย    นิยมลงกับศัพท์ปกติสังขยา ตั้งแต่ เอกาทส ถึง อฏฺฐารส  เฉพาะที่เป็น อิตถีลิงค์เท่านั้น  ส่วนที่เป็นวิเสสนะของนามที่เป็นลิงค์อื่น  ลง  ม  ปัจจัย.

นาครตา  เป็น สมุหตัทธิต  มี ราคาทิตัทธิต  เป็นภายใน หรือเป็น  ภาวตัทธิต มี ราคาทิตัทธิต เป็นภายใน
        ณ  ปัจจัย    ในราคาทิตัทธิต    วิ.  นคเร  วสนฺตีติ   นาครา.
        ตา  ปัจจัย    ในสมุหตัทธิต    วิ.  นาครานํ  สมุโห  นาครตา.
        ตา  ปัจจัย    ในภาวตัทธิต    วิ.  นาครานํ  ภาโว  นาครตา.

มุฏฺฐสจฺจํ  เป็นภาวตัทธิต  มี ตติยาตุลยาธิกรณพหุพพิหิสมาส  เป็นภายใน
        ต.ตุล.พหุพ.       วิ.  มุฏฺฐา  สติ  เยน  โส  มุฏฺฐสติ  (ปุคฺคโล)
        ณฺย ปัจจัย  ในภาวตัทธิต    วิ.  มุฏฺฐสติสฺส  ภาโว  มุฏฺฐสจฺจํ.

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

  • ที่อยู่เว็บและอีเมลจะเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้อัตโนมัติ
  • แท็ก HTML ที่อนุญาตให้ใช้
  • ขึ้นบรรทัดและจัดย่อหน้าให้อัตโนมัติ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัวเลือกการจัดรูปแบบ

By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.
Powered by Drupal, an open source content management system