ร้อยมุมมอง...ส่องอินเดีย

ร้อยมุมมอง...ส่องอินเดีย 
มองอินเดียด้วยตนเอง...ยิ่งกว่าพันคำบอกเล่า หมื่นตำราเรียน

“การได้ท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง มีผลดีเสมอ เป็นการฝึกคนเราให้มีทัศนะกว้างไกล บางครั้งเราจะหมกมุ่นอยู่กับความคิดแคบๆ และปัญหาของตนเอง

การมองโลกในภาพรวมจะเห็นว่า ผู้อื่นมีปฏิกิริยาต่อสถานการณ์ชีวิตเขาอย่างไร เห็นอย่างนี้แล้ว จะลดอคติในการตัดสินใจของเรา การยอมรับในวิถีชีวิตและความคิดของผู้อื่นมากขึ้น จะทำให้มีเสรีภาพในหัวใจของเรา ไม่ผูกมัดยึดอยู่แต่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกินไป"
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
(จากหนังสือ “ทัศนะจากอินเดีย” หน้า 514)

คำบอกเล่า

อินเดีย เป็นมหาอาณาจักรที่รวบรวมความหลากหลาย ทั้งเก่าใหม่ ล้ำสมัย ล้าสมัย มั่งมี จนยาก ให้อยู่ด้วยกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ผู้คิดเห็น ทั้งพบเจอ เกิดมุมมองที่กว้างแคบ ถี่ห่าง ต่างกันไปตามวิสัยทัศน์อย่างอิสระ

“ร้อยมุมมอง ส่องอินเดีย” เล่มนี้ ลืมตาดูโลกกับเขาได้ก็เพื่อสนองความปรารถนาของผู้เดินทางสู่ชมพูทวีป แผ่นดินผู้ให้กำเนิดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกมากมาย ขอเสนอให้ได้ทราบเพียงมุมมองที่ผ่านความเป็นนักบรรยาย นักการศึกษา นักก่อสร้าง นักบริหาร ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในอินเดียมาเกินกว่า 10 ฤดูฝน

ทุกมุมล้วนแต่ได้กลั่นจากประสบการณ์ที่ตกผลึกแล้วทั้งนั้น เรียกว่า น่าจะเป็นเส้นนำสายตาให้ท่านย่อได้ ขยายได้ ตามความประสงค์ และสามารถปรับให้เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจใฝ่รู้ได้ไม่มากก็น้อย

ขอฝาก “ร้อยมุมมอง ส่องอินเดีย” เล่มนี้ เพื่อเป็นบรรณาการ ขอบคุณด้วยสนิทใจ มองอินเดียด้วยตนเอง เข้าให้ถึงเนื้อหา ยิ่งกว่าพันคำบอก หมื่นตำราเรียน คุ้มเกินคุ้ม

พระราชรัตนรังษี (ว.ป. วีรยุทฺโธ)
พระธรรมทูตไทย สายประเทศอินเดีย – เนปาล
เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย
เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล

คุ้นเคยกันก่อน

พื้นที่ 3,287,590 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง นิวเดลี
มหานคร มุมไบ (ประชากรมากกว่า 15 ล้านคน)
ประชากร 1 พันล้านคน อัตราการเพิ่มของประชากรทุกๆ ระยะสิบปี คิดเป็นร้อยละ 24 สัดส่วนของผู้หญิงคิดเป็น 92.9%
ยอดเขา “ยอดเขากังซันจังกา” ในสิกขิม เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด มีความสูงถึง 8,586 เมตร
ภาษาที่ใช้ ฮินดี (เป็นภาษาแม่ของชาวอินเดียกว่า 360 ล้านคน) ภาษาเตลุคุ ภาษาเบงกาลี ภาษามราฐี และภาษาทมิฬ
ศาสนา ฮินดู (ร้อยละ 80) อิสลาม (ร้อยละ 11) คริสต์ (ร้อยละ 2) สิกข์ (ร้อยละ 2) ที่เหลือเป็นเชนและพุทธและศาสนาอื่นๆ
สกุลเงิน 1 รูปี เท่ากับ 1 บาทไทย (โดยประมาณ)
โซนเวลา

เวลาเร็วกว่าเวลามาตรฐานที่กรีนิช 5 ชั่วโมงครึ่ง ช้ากว่าไทย 1 ชั่วโมงครึ่ง

ไฟฟ้า

ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับแรงดัน 220 โวลต์

ภูมิอากาศ เวลา ที่เหมาะจะมาเที่ยวที่สุด คือ ช่วงหลังลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคมเป็นฤดูกาลที่มีอากาศเย็นสบายเหมาะแก่การมาเที่ยว และจาริกแสวงบุญ ณ สังเวชนียสถาน คือที่ พุทธคยา สารนาถ กุสินารา และลุมพินี (เนปาล) ฤดูร้อนจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนเมษายน ไปจนถึงมิถุนายน อากาศจะร้อนและแห้งแล้งไปเกือบทั่วทุกภูมิภาค
การทักทาย “นมัสเต” คือการทักทายตามแบบชาวอินเดีย กระทำโดยการพนมมือไหว้และสามารถใช้ในการขอบคุณได้ด้วย
เสื้อผ้า ควรเลือกให้เหมาะกับฤดูและเส้นทาง จะให้ดีควรปรึกษาบริษัททัวร์ก่อน ไม่ควรขนของไปมากเกินจำเป็น
ฟิล์ม กล้อง-ฟิล์ม ควรเตรียมไปจากเมืองไทย (ในจำนวนที่เพียงพอ) เพราะราคาถูกและคุณภาพดีกว่า อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการถ่ายรูป แบตเตอรี่ ที่ชาร์จไฟ Memory card เป็นต้น
อื่นๆ ยา ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น หมวก แว่นตา ผ้าอนามัย เครื่องสำอาง ครีมกันแดด อาหารสำเร็จรูป เช่น บะหมี่ น้ำปริก หมูหยอง หมูแผ่น สำหรับคนที่รับประทานอาหารท้องถิ่นไม่ค่อยได้ หมอนครึ่งวงกลมแบบเป่าลม สำหรับเวลานอนบนรถ ซึ่งใช้ระยะเวลาเดินทางนาน (มาก) จะทำให้ไม่เมื่อยคอ
สุขภาพ พัก ผ่อนให้เต็มที่ในวันแรกที่เดินทางมาถึง (ร่างกายจะได้แข็งแรง) รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ผลไม้ที่ปอกเปลือกแล้วดื่มน้ำสะอาด ขวดมีฝาที่ยังไม่เปิดใช้ หรือที่ทางบริษัททัวร์จัดให้ ห้ามดื่มน้ำประปา ควรหลีกเลี่ยงน้ำแข็ง ที่สำคัญ อาหารทุกชนิดต้องปรุงให้สุกก่อนรับประทาน
เวลาทำงาน ราชการเปิดทำการ จันทร์ – ศุกร์
เวลา 9.30 – 18.00 น. แต่งานต่างๆ จะดำเนินการในช่วง 10.00 – 17.00 น. และพักเที่ยงค่อนข้างนาน
ไปรษณีย์ ทำการ จันทร์ – ศุกร์
เวลา 10.00 – 18.00 น.
ธนาคาร ทำการ จันทร์ – ศุกร์
เวลา 10.00 – 14.00 น.
วันเสาร์ เวลา 10.00 – 12.00 น.
รถไฟ เป็น การเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศที่ดีที่สุด เพราะปลอดภัยและสะดวกสบาย แถมประหยัดอีกต่างหาก รถไฟอินเดียแบ่งออกเป็นหลายชั้น เช่น รถนอนปรับอากาศชั้น 1 ห้องละ 4 เตียง ล็อกได้ / รถนอนปรับอากาศชั้น 2 ห้องละ 6 เตียง มีผ้าม่านกั้นเพื่อความเป็นสัดส่วน รถนอนปรับอากาศชั้น 3 ห้องละ 9 เตียง รถนั่งปรับอากาศ / รถนอนพัดลมชั้น 1 และชั้น 2 ให้เลือกตามใจและสตางค์ในกระเป๋า แต่ต้องทำใจ เนื่องเพราะรถไฟของอินเดียวิ่งค่อนข้างช้า ถึงช้ามาก... และขอแนะนำว่า ควรจองตั๋วล่วงหน้าก่อนเดินทางทุกครั้ง

 

จงใช้ชีวิตเสมือนว่าคุณจะตายในวันพรุ่งนี้
จงเรียนรู้เสมือนว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์
มหาตมะ คานธี

คือเมืองแห่งคนใช้หัว
คือเมืองให้ผัว เฝ้าห้าง
คือเมืองเดินทาง ต้องทำใจ
คือเมืองวัวเป็นใหญ่ นักเลงโต
คือเมืองสุดโอ่ วรรณะ
คือเมืองมีพระ ปางแก้ผ้า
คือเมืองคนเสพ ปรัชญา
คือเมืองสนทนา กลางถนน

คือเมืองปฏิบัติ ทรมานตน

สาธุ คือนักบวชชาวฮินดู ที่ยังมีชีพอยู่ด้วยการภิกขาจาร ทรมานตน และใช้ชีวิตอย่างสมถะเพื่อให้บรรลุธรรม มีสองนิกาย คือ ไศวนิกาย กับ ไวษณพนิกาย เครื่องหมายบนหน้าผากที่เป็นริ้ว จะบ่งบอกว่าบุคคลผู้นั้นนับถือพระเจ้าองค์ใด

คือเมืองคน ขี้อวด
คือเมืองนักบวช พระฤๅษี
คือเมืองประเพณี รายวัน
คือเมืองคนธรรพ์ เทวทูต
คือเมืองชอบพูด เจรจา
คือเมืองศาสนา สารพัด
คือเมืองปฏิบัติ ทรมานตน
คือเมืองยกคน อรหันต์

 

คือเมืองสิบล้อ ชอบกินหญ้า

สิบ ล้อ (2 ตัว 8 ขา บวกล้อเกวียนอีก 2 เป็น 10 พอดี) ไม่กินน้ำมัน แต่กินหญ้าแทน แถมให้นมอีกต่างหาก เป็นพาหนะยอดนิยมให้ทั้งเทพและคน ทุกชนชั้นทุกวรรณะโดยไม่รังเกียจเดียดฉันท์ คนอินเดียจึงรัก และไม่ทำร้ายวัว

คือเมืองสวรรค์ ราคาถูก
คือเมืองลูก ผู้เป็นเจ้า
คือเมืองสาว ขอชายหนุ่ม
คือเมืองตุ่ม ไม่เก็บน้ำ
คือเมืองฟาร์ม เต็มประเทศ
คือเมืองเปรต ปราชญ์ ฉลาดขอ
คือเมืองสิบล้อ ชอบกินหญ้า
คือเมืองนก กา พญาแร้ง

คือเมืองคะร้าบ ทางซอย คอยกำหนด
คือเมืองผื่นผด กดเกา กิลาโส
คือเมืองตาโต โชว์พุง นุ่งโธตี
คือเมืองสร้างบารมี โพธิสัตว์ วัดความแท้
คือเมืองเสียงแตร เสียงสังข์ สนั่นหู
คือเมืองครูกับพระ ปะหน้ารถ
คือเมืองสดโคมัย ฉาบไล้บ้าน
คือเมืองสุสาน อารยธรรม นำวิถี

 

มหา เจดีย์พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็น 1 ใน 4 สังเวชนียสถาน ที่สำคัญของพุทธศาสนา ตั้งอยู่ที่เมืองคยา รัฐพิหาร (รัฐที่ถือว่ายากจนที่สุดในโลก)

คือเมืองบริโภค บริขาร บริรักษ์
คือเมืองรู้จัก เนื้อแท้ เบญจศีล
คือเมืองถวิลหา เมื่อลากลับ
คือเมืองขยับ ส่ายหน้า ผ้าหลากสี
คือเมืองสถูปเจดีย์ มีความหมาย
คือเมืองคนตาย คนเป็นไม่เห็นต่าง
คือเมืองข้างทาง ไม่ว่าง วางขายของ
คือเมืองชอบมอง ชอบมุง ยุงก็มาก

คือเมืองตำรวจ ทหาร ถือแส้
คือเมืองสาว – แก่ เจาะจมูก
คือเมืองท้องผูก เห็นไม่มี
คือเมืองแต้มสี แสกกลางผม
คือเมืองนิยม โบราณ
คือเมืองจาร* พระคัมภีร์
คือเมืองปลอดหนี้ IMF
คือเมืองเจ็บ แล้วจดจำ

(* จาร = การใช้เหล็กแหลมเขียนอักขระลงบนใบลาน)

 

คือเมืองเพลีย รถไฟ ไปแล้วคุ้ม

อินเดีย มีเครือข่ายรถไฟครอบคลุมกว้างขวาง การท่องเที่ยวโดยทางรถไฟ จึงเอื้อให้เราได้รู้จักอินเดีย ผู้คน และภูมิประเทศอย่างถึงแก่น (แบบแน่นขนัด) แต่หากต้องใช้บริการรถไฟในอินเดียตามลำพัง ขอแนะนำให้ใช้บริการตู้นอนแอร์ เพราะจะสะดวก สบาย และปลอดภัยกว่า

คือเมืองทำ ชักช้า
คือเมืองโจรา บัณฑิต
คือเมืองชีวิต เรียบง่าย
คือเมืองหลากหลาย สามัคคี
คือเมืองตาดีได้ ตาร้ายเสีย
คือเมืองเพลีย รถไฟ ไปแล้วคุ้ม
คือเมืองกลุ้ม ไข่ทอด ปลอดแม่ไก่
คือเมืองไถ ไถ่ถาม ตามอยากได้

คือเมืองสงสาร พาหนะ
คือเมืองศพพระ ถ่วงน้ำ
คือเมืองไต่ถาม ไม่ขัดข้อง
คือเมืองปกป้อง ชาตินิยม
คือเมืองไม้ขม ใช้สีฟัน
คือเมืองอยู่รวมกัน อุดอู้
คือเมืองหมู่หมู อิสระ
คือเมืองพบปะ ชอบชุมนุม

คือเมืองปราดเปรื่อง ช่างฝีมือ

อินเดีย มีชื่อเสียงในหลายๆ ด้าน หนึ่งในนั้นคือ เรื่องช่างฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นพรม แพรพรรณ อัญมณี เครื่องประดับ เครื่องทอง เครื่องเงิน เครื่องทองเหลือง เครื่องทองแดง และงานแกะสลักไม้จันทน์ นอกจากนั้นยังมีงานฝังพลอยและหินสีลงในหินอ่อนอีกด้วย

คือเมืองก่อทูม ทับถม
คือเมืองคารม แย่งขยาย
คือเมืองซื้อขาย ร้านเล็กๆ
คือเมืองเด็ก ปัญหาน้อย
คือเมืองรอคอย แทบทุกเรื่อง
คือเมืองปราดเปรื่อง ช่างฝีมือ
คือเมืองเชื่อถือ คำสอนพราหมณ์
คือเมืองเรียน ตามใต้ต้นไม้

คือเมืองเทศน์ เวทย์โอม พรหม นิพพาน

กราบแทบเบื้องบาทพระศาสดา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ วิหารปรินิพพาน เมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ

คือเมืองมีเครื่องหมาย แสดงถิ่น
คือเมืองบ้าบิ่น พิธีกรรม
คือเมืองผู้นำ นุ่งผ้าเตี่ยว
คือเมืองนักท่องเที่ยว กลัวก่อนมา
คือเมืองชาวพารา นับพันล้าน
คือเมืองตระการ งานแต่ง
คือเมืองแช่งสาป ปราบกิเลส
คือเมืองเทศน์ เวทย์โอม พรหม นิพพาน

คือเมืองประเทือง ไม่ประกาย ย้ายขั้วแขน

อินเดีย มีประชากรแปลงเพศประมาณ 750,000 คน เรียกว่า “ฮิจระ” อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ หาเลี้ยงชีพด้วยการแสดงตามงานหรือพิธีมงคลต่างๆ ในชนบท เพราะชาวบ้านเชื่อว่าพวกฮิจระมีอำนาจวิเศษดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์และขจัด ปัดเป่าเคราะห์กรรมต่างๆ ให้หมดไปได้

คือเมืองแกล้งโง่งาน ฉลาดการเงิน
คือเมืองเดิน นอนดิน ป่ายปีนเขา
คือเมืองเผาสตรี สามีม้วย
คือเมืองควาย วัว แพะ แกะ ลา อูฐ
คือเมืองฉาดฉูด เล่นสี กาลียักษ์
คือเมืองกินผัก กินถั่ว ตัวทาน้ำมัน
คือเมืองนัดกัน ทูมอโร่ โซตามเรื่อง
คือเมืองประเทือง ไม่ประกาย ย้ายขั้วแขวน

 

คือเมืองรถ เกวียน แท็กซี่ ม้า ลา รถแวน

ประเทศที่เปิดให้มีการคมนาคมอย่างเสรี
ใครใคร่ขี้ม้า (ลา) ขี่ ใครใคร่ขี้เกวียน ขี่
ใครใคร่นั่งแท็กซี่ นั่ง ใครใคร่ปั่นจักรยาน ปั่น
ทุกคนมีสิทธิเสมอภาคในการใช้ถนนหนทางเดียวกันได้ (เพราะมีอยู่เส้นเดียว)

คือเมืองแก่นแกน สูงส่ง ลงสู่สามัญ
คือเมืองสวรรค์ กับนรก ปรากฏชัด
คือเมืองขูดขัด ตัดแต่ง แปลงนิสัย
คือเมืองใกล้ไกล ธรรมเนียมไม่เปื้อนแปลก
คือเมืองผิวแขก ขาว คล้ำ ดำไม่หมด
คือเมืองรถ เกวียน แท็กซี่ ม้า ลา รถแวน
คือเมืองวางแผน ธรรมนูญ ค้ำคูนยิ่ง
คือเมืองของจริง แกร่งกล้า กะลาปิดทอง

คือเมืองความรัก อนุสรณ์

ทัชมาฮาล (ตั้งอยู่ที่นครอัคระ รัฐอุตตรประเทศ) สุดยอดของงานสถาปัตยกรรมในยุคมุฆัล สุสานที่จักรพรรดิ์ชาห์จะฮานทรงสร้างขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่มเหสี พระนางมุมตาซมาฮาล ผู้ออกแบบ คือสถาปนิกเอกชื่อ อุสตาด อาหมัด ละฮอรี วัสดุที่ใช้เป็นหินอ่อนสีขาวจากเมืองมะกรานา ที่อยู่ห่างออกไปถึง 300 กิโลเมตร ในรัฐราชสถาน

คือเมืองเนืองนอง ทรัพย์ในดิน สินมนุษย์
คือเมืองเปลืองสุด สินสอด ขอดแทบสิ้น
คือเมืองพิณสามสาย ความหมายใหญ่
คือเมืองซื้อไก่ พีผอม ยอมไปชี้
คือเมืองโรตี โอชา อาหารผัก
คือเมืองความรัก อนุสรณ์
คือเมืองทวยเทพ ประสาทพร
คือเมืองละคร แห่งชีวิต

ทุกมุมมองล้วนกลั่นจากประสบการณ์
อันลุ่มลึก...ตกผลึกแล้วทั้งนั้น
เรียกว่าน่าจะเป็นเส้นนำสายตา
ให้ท่านย่อได้ขยายได้ตามประสงค์
และสามารถปรับให้เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจใฝ่รู้

มองอินเดีย.......ผ่านสายตา........ของคุณเอง

 

ข้อมูลผู้เขียน

พระราชรัตนรังษี (ว.ป. วีรยุทฺโธ)

  • พระอมตานันทะ* (นามแฝง)
  • รางวัลเสมาธรรมจักรพระราชทาน
  • สาขาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสายต่างประเทศ (พ.ศ. 2537)
    * พระ ธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทะภิกขุ) ให้นามนี้เมื่อคราวจาริกธรรมสู่อินเดีย พ.ศ. 2529 โดยที่ได้ทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยาย ท่านเห็นว่าจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแดนพุทธภูมิได้ จึงให้มงคลนามว่า “พระอมตานันทะ” ตั้งแต่บัดนั้น

การศึกษา

  • B.A. Political Science
  • M.A. Buddhist Studies (First Class)
  • Ph.D. Buddhist Studies (Ecology)

การงาน

  • สมณศักดิ์ ปัจจุบัน (พ.ศ. 2549) พระราชรัตนรังษี
  • พระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย – เนปาล
  • ประธานสงฆ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ – อินเดีย
  • ปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาส วัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล

ประสบการณ์ งานเขียน

  • อันว่า ศรีลังกา
  • อันว่า เนปาล
  • อันว่า อินเดีย
  • อันว่า อินโดนีเซีย
  • สมุดภาพพุทธภูมิ
  • พุทธสถานปริทัศน์
  • มหานครโกสัมพี
  • สู่แดนพุทธองค์
  • อันว่า แขกทั้งหลาย
  • คู่มือสวดมนต์อินเดีย – เนปาล
  • วิสัยทัศน์ การเผยแผ่ในแดนพุทธภูมิ
  • หมอชีวก โกมารภัจจ์
  • ฯลฯ

ที่มา: www.wanramtang.com

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

  • ที่อยู่เว็บและอีเมลจะเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้อัตโนมัติ
  • แท็ก HTML ที่อนุญาตให้ใช้
  • ขึ้นบรรทัดและจัดย่อหน้าให้อัตโนมัติ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัวเลือกการจัดรูปแบบ

By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.